ติดต่อเรา : 097-175-6000
Language
เข้าสู่ระบบ/ สมัครสมาชิก ยินดีต้อนรับ คุณลูกค้า
My Cart

Tips & Tricks

  1. FOTOHACK - ทริคง่ายๆ ใช้กำหนดรูปร่างโบเก้เองได้



    สำหรับทริคการถ่ายภาพที่เรานำมาเสนอรอบนี้ อย่างแรกที่คุณจะต้องมีเลยคือ กล้อง DSLR หรือ กล้อง Mirroress ที่มีขนาดรูรับแสงกว้าง และอาจต้องมีความรู้ในส่วนของการถ่ายภาพโบเก้อีกนิดหน่อย 

     

    ก่อนอื่นต้องมาเตรียมอุปกรณ์ที่จะสร้างรูปร่างให้โบเก้กัน สิ่งที่จำเป็นต้องมี คือ

                   1. กระดาษสีดำ

                   2. ดินสอ

                   3. กรรไกร/คัตเตอร์

                   4. เทปกาว

                   5. แสงไฟหลากสีที่จัดเตรียมเพื่อถ่ายโบเก้

     

    ขั้นตอนในการทำก็ไม่ยุ่งยาก มาลงมือกันเลย

                   1. นำกระดาษสีดำมาทำเป็นท่อกลมๆให้พอดีกับตัวเลนส์ของกล้องคุณ

                   2. นำกระดาษสีดำตัดเป็นรูปวงกลมเท่าเลนส์และแต่งลายตรงกลาง

                      ตามแบบที่คุณต้องการ ซึ่งลายนั้นอาจจะเป็นรูปหัวใจ ดาว หรือก้อนเมฆก็ได้ตามแต่สไตล์ของคุณเลย

                   3. เมื่อได้ทั้งตัวท่อและ ลาย ที่คุณต้องการให้เกิดโบเก้แล้ว ก็นำมาประกบกัน และประกอบเข้ากับตัวเลนส์ของคุณ

                       หาจุดกำเนิดแสงแล้วปรับโฟกัสให้เบลอ ลองดูว่าได้ภาพตามที่ต้องการหรือเปล่า

                   4. เมื่อพร้อมแล้วก็มาถ่ายรูปโบเก้กันเลย โดยที่คุณต้องตั้งค่ารูรับแสงให้กว้างเพื่อทำให้เกิดโบเก้มากที่สุด

                       หลังจากนั้นก็ปรับโฟกัสให้พอดีกับภาพที่อยากได้


    แต่! อย่าลืมในเรื่องของความเร็วชัตเตอร์ด้วยนะ เน้นย้ำว่า อย่าใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่าทางยาวโฟกัสนะจ๊ะ

     

                   ทริคเล็กๆกับ Fotohack วันนี้เป็นยังไงกันบ้างคะ หวังว่าเพื่อนๆจะสนุกกับการถ่ายภาพ และได้ความรู้เพิ่มเติมกันไปไม่มากก็น้อยน้า ขอให้มีความสุขกับการถ่ายภาพนะคะ

    Read more
  2. FOTOTRICK - ฟังก์ชั่นน่าสนใจในกล้อง Canon ซีรีย์ EOS

    ฟังก์ชั่น รูปแบบภาพ ในกล้องซีรีย์ EOS

    ฟังก์ชั่นสำหรับกล้องซีรีย์ EOS ที่น่าสนใจ ที่เรานำมาเสนอวันนี้คือ รูปแบบภาพ ซึ่งมีให้เลือกเล่นถึง 7 แบบ
    โดยไม่ต้องปรับรายละเอียดต่างๆเอง เช่นเมื่อเลือกรูปแบบภาพ “อัตโนมัติ” ฉากที่กำลังถ่ายจะได้รับการวิเคราะห์และปรับสีโดยอัตโนมัติ
    เพื่อให้ได้การตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุด ถ้าคุณเลือกรูปแบบภาพที่เหมาะกับตัวแบบ คุณจะได้ผลภาพสุดท้ายดั่งที่ใจต้องการ


    เรามาดูกันดีกว่าว่าทั้ง 7 รูปแบบมีอะไรบ้าง

                 อัตโนมัติ

    ฉากที่กำลังถ่ายจะได้รับการวิเคราะห์จากกล้องโดยอัตโนมัติเพื่อให้ได้สีที่เหมาะสมที่สุด ภาพท้องฟ้าสีฟ้า ทิวทัศน์เขียวขจี บรรยากาศยามเย็น และฉากภาพแบบอื่นๆ ก็จะได้ออกมามีสีสันมีชีวิตชีวา

                 มาตรฐาน

    สีพื้นฐานของกล้อง EOS DSLR สามารถใช้ได้กับตัวแบบแทบทุกประเภท ด้วยความอิ่มและหนาแน่นของสีที่สูงกว่า ฟังก์ชั่นนี้จึงใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องปรับแต่งภาพเพิ่มเติมอีกในขั้นตอนการพิมพ์

     

                 บุคคล

    รูปแบบนี้เหมาะกับการถ่ายสีผิวและความเนียนใสของผู้หญิงและเด็กๆ สีผิวของตัวแบบจะสวยเนียนกว่า เมื่อเทียบกับรูปแบบภาพ “มาตรฐาน”

     

                 ภาพเป็นกลาง

    รูปแบบนี้จะถ่ายภาพตัวแบบให้มีความเปรียบต่างและความอิ่มตัวของสีต่ำ แสงและเฉดสีจะไม่สดใสเท่ากับรูปแบบภาพอื่นๆ เหมาะสำหรับภาพบรรยากาศที่มีความเปรียบต่างของส่วนที่เป็นแสงจ้าและส่วนมืดตัดกันอย่างรุนแรง

     

                 วิว

    ตามความหมายของชื่อเรียก รูปแบบนี้เหมาะสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ ด้วยความเปรียบต่างและคมชัดสูง ทำให้ถ่ายภาพพืชพันธุ์สีเขียวขจีและท้องฟ้าสีสดใสได้สวยแจ่ม ทิวทัศน์ที่อยู่ไกลออกไปก็ยังถ่ายได้คมชัด

     

                 ภาพตามจริง

    รูปแบบภาพนี้ให้สีตัวแบบตามจริงภายใต้แสงที่ส่องตรงมายังตัวแบบ ระบบสามารถเก็บสีสันของตัวแบบได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นภาพผลิตภัณฑ์ ขนสัตว์ หรือตัวแบบอื่นๆ


                 ภาพขาวดำ

    รูปแบบนี้มีเอฟเฟ็กต์โทนสีที่คล้ายกับฟิล์มขาวดำ นอกจากรูปแบบสีขาวกับดำแล้ว คุณยังเลือกเปลี่ยนเป็น ซีเปีย สีน้ำเงิน หรือสีแดงอย่างเดียวได้ด้วย เมื่อต้องการใช้เอฟเฟ็กต์โทนสีเดียว ให้เปลี่ยน “เอฟเฟ็กต์โทนสี” ในเมนูตัวเลือกตอนที่เลือก “ภาพขาวดำ” เป็นรูปแบบภาพ

    Read more
  3. FOTOTRICK - การถ่ายภาพซ้อนของกล้อง EOS 6D

    การถ่ายภาพซ้อนของกล้อง EOS 6D และเทคนิคในการใช้งาน

            ด้วยโหมด Multiple Exposure ที่สามารถถ่ายภาพได้สูงสุดถึง 9 ภาพ แล้วนำมารวมเป็นภาพเดียวกัน สร้างสีสัน ความสนุกสนานและความโดดเด่นให้กับภาพถ่ายของคุณดูน่าทึ่ง


    คุณสมบัติการถ่ายภาพซ้อนซึ่งสร้างภาพโดยการซ้อนภาพที่มีระดับแสงต่างกันเข้าด้วยกัน เป็นเทคนิคในการสร้างภาพถ่ายแบบหนึ่งของ กล้อง EOS 6D ที่มาพร้อมตัวเลือกการถ่ายภาพซ้อน 2 ประเภท ได้แก่ [เติมแต่ง] และ [เฉลี่ย]


    โดยทั่วไป ภาพภาพหนึ่งจะสว่างขึ้นเมื่อมีภาพอื่นๆ ที่มีแสงต่างกันมาวางซ้อนทับ ดังนั้น ผู้ใช้จะต้องลดการเปิดรับแสงเอง ซึ่งนี่เป็นวิธีการทำงานของตัวเลือก [เติมแต่ง]

    แต่สำหรับตัวเลือก [เฉลี่ย] กล้องจะกำหนดความสว่างที่เหมาะสมที่สุดให้โดยอัตโนมัติตามจำนวนภาพที่นำมาผสานกัน จึงช่วยให้ช่างภาพสามารถจดจ่ออยู่กับการเลือกสรรตัวแบบและกระบวนการผสานภาพได้โดยไม่ต้องมัวกังวลกับการเปิดรับแสงมากนัก สำหรับผู้ที่เพิ่งลองใช้งานคุณสมบัตินี้เป็นครั้งแรก [เฉลี่ย] เป็นตัวเลือกที่ง่ายต่อการใช้งานมากกว่า


    สำหรับการถ่ายภาพซ้อนอยู่ที่เนื้อหาของภาพถ่าย ตัวแบบที่มีธีมชัดเจนยังช่วยให้สามารถสร้างภาพได้ตามที่ต้องการด้วย ตัวอย่างเช่น การภาพดอกไม้ ผู้คน สัตว์ และตัวแบบอื่นๆ ซ้อนทับกันโดยมีแบ็คกราวด์ธรรมดาๆ ด้านหลัง ยิ่งคุณจัดองค์ประกอบภาพได้ดี อาจได้ภาพที่คุณคาดไม่ถึง เปลี่ยนความรู้สึกของภาพไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง


    แม้ว่ากล้อง EOS 6D จะให้เราผสานภาพได้สูงสุดถึง 9 ภาพ แต่หากคุณมีเป้าหมายที่ชัดเจนในใจอยู่แล้ว ขอแนะนำให้คุณซ้อนเพียงสองภาพก็พอในขั้นเริ่มต้น ^^

    Read more
  4. FOTOTRICK - ขั้นตอนก่อนการถ่ายภาพหลังซื้อกล้อง



    ขั้นตอนก่อนการถ่ายภาพหลังซื้อกล้อง


    ก่อนจะพากล้องคู่ใจออกไปถ่ายภาพ เริ่มแรกก็ต้องตรวจดูสิ่งของสำคัญในกล่องกันก่อน

              ตรวจสอบสิ่งของทั้งหมดในกล่องและเก็บบัตรรับประกันไว้ในที่ปลอดภัย

    แม้คุณจะอยากใช้กล้องทันทีที่ซื้อเสร็จ แต่ควรตรวจสอบและจัดเก็บสิ่งของที่มาพร้อมกับกล้องอย่างละเอียดก่อน เมื่อตรวจสอบแล้ว ขอแนะนำให้เก็บสิ่งของที่อาจลืมหรือวางผิดที่ผิดทางได้ง่ายๆ เช่น สายเคเบิลสำหรับเชื่อมต่อกล้องกับอุปกรณ์ภายนอกและบัตรรับประกันกล้องและเลนส์ไว้ในกล่อง และควรเก็บชุดซีดีรอมไว้กับบัตรรับประกันและสิ่งของอื่นๆ หลังจากติดตั้งลงในเครื่องพีซีเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากคุณมีบัตรรับประกันเพียงหนึ่งใบต่อกล้องและเลนส์แต่ละตัว ดังนั้น ขอให้คุณเก็บบัตรไว้อย่างดี


              เตรียมแบตเตอรี่

    แบตเตอรี่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับกล้อง ไม่มีแบตเตอรี่ก็ไม่สามารถใช้งานกล้อง DSLR ได้ คำแนะนำก่อนชาร์จ ควรตรวจสอบดูการชำรุดเสียหายที่ตัวแบตเตอรี่ และขั้วต่างๆ สกปรกหรือไม่ ทั้งนี้ อายุการใช้งานของแบตเตอรี่จะเปลี่ยนแปลงไปตามอุณหภูมิและความชื้น เราขอแนะนำให้คุณพกพาแบตเตอรี่สำรอง โดยเฉพาะเมื่อถ่ายภาพในภูมิภาคที่อากาศหนาวเย็น

              การประกบเลนส์เข้ากับกล้อง


    ถอดฝาครอบส่วนท้ายเลนส์และบอดี้กล้องออกเพื่อประกบเลนส์ ระวังไม่ให้ฝุ่นผงหรือสิ่งสกปรกเข้าไปในบอดี้กล้อง วางแนวดัชนีสำหรับติดตั้งบนเลนส์ให้ตรงกับดัชนีบนกล้อง แล้วต่อเลนส์เข้ากับบอดี้กล้องให้แน่น ดูให้แน่ใจว่าเลนส์ไม่เอียงหรือเบี้ยวขณะต่อเข้ากับบอดี้กล้อง หลังจากประกบเลนส์เข้ากับบอดี้กล้องแนบสนิทแล้ว ทำการล็อกเลนส์โดยหมุนเลนส์ตามเข็มนาฬิกาจนได้ยินเสียงคลิก


    หลังจากที่ใส่แบตเตอรี่และการ์ดหน่วยความจำลงในกล้อง เมื่อใช้กล้องครั้งแรก คุณจำเป็นต้องฟอร์แมตการ์ดหน่วยความจำ ตั้งวันที่และเวลา และปรับตั้งตัวปรับแก้สายตา เพื่อคุณจะใช้ช่องมองภาพได้อย่างเพลิดเพลินเต็มที่


              เกร็ดน่ารู้

    เมื่อเปลี่ยนเลนส์ในที่กลางแจ้ง เมาท์ของบอดี้กล้องควรคว่ำลง
    ลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของกล้อง DSLR คือสามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ อย่างไรก็ตาม ระหว่างเปลี่ยนเลนส์ในที่กลางแจ้ง ฝุ่นผงอาจเข้าไปในตัวกล้องขณะที่กล้องเปิดโล่งอยู่ จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณหันหน้ากล้องลงด้านล่างและเปลี่ยนเลนส์ให้เร็วที่สุด แม้กับรุ่นที่มีคุณสมบัติในการลบฝุ่น

    Read more
  5. FOTOTRICK - แสงมีผลต่อภาพถ่ายอย่างไร

    แสงมีผลต่อภาพถ่ายอย่างไร


    หลายคนอาจจะกดถ่ายๆ แล้วค่อยไปปรับแสงในคอม แต่ถ้าเรารู้จักใช้แสง ภาพที่เราถ่ายนั้นอาจจะจบที่หลังกล้องเลย หากเราเรียนรู้เรื่องพื้นฐานเกี่ยวกับกล้องและการถ่ายภาพแล้ว คุณจะสามารถถ่ายภาพตามที่ต้องการได้อย่างง่ายดาย


    เพราะแสงเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างมากในการถ่ายภาพ เพราะแสงสามารถเปลี่ยนอารมณ์และเอฟเฟ็กต์ของภาพสุดท้ายที่ออกมา จึงเป็นประโยชน์ที่คุณจะเรียนรู้เกี่ยวกับทิศทางของแหล่งแสงและความเข้มของแสงเอาไว้เพื่อช่วยในการกำหนดอารมณ์ภาพที่คุณถ่าย โดยทิศทางของแสงมี 3 ทิศทางหลัก ได้แก่ แสงด้านหน้า แสงด้านข้าง และแสงย้อน


    .

    แสงด้านหน้า คือ แสงที่ส่องจากด้านหลังกล้องหรือจากตัวกล้องเอง ซึ่งให้ความสว่างบนตัวแบบอย่างสม่ำเสมอกัน ช่วยให้การแสดงสีและรายละเอียดของตัวแบบเป็นเรื่องง่าย อาจมีเงาเล็กน้อย ทำให้ภาพดูไม่น่าสนใจและสร้างอารมณ์ได้น้อยลง


    แสงด้านข้าง คือ แสงที่ตกกระทบบนตัวแบบเพียงมุมใดมุมหนึ่ง ด้านหนึ่งของตัวแบบนั้นได้รับแสงขณะที่อีกด้านหนึ่งเป็นเงา แสงลักษณะนี้ช่วยให้ตัวแบบดูมีมิติ เหมาะสำหรับการถ่ายทอดลักษณะรูปร่างและรูปทรงของตัวแบบ


    แสงย้อน คือ แสงที่ส่องจากด้านหลังของตัวแบบ ทำให้ภาพมีลักษณะแบบซิลูเอตต์ การถ่ายภาพในสภาพย้อนแสงนั้นไม่ง่ายเลย แต่ภาพที่ได้อาจสร้างอารมณ์ได้ดีที่สุดจากแสงทั้งสามทิศทาง การเพิ่มค่าชดเชยแสงจะช่วยให้คุณแก้ปัญหาภาพถ่ายย้อนแสงที่มีแบ็คกราวด์สว่างเกินไป


    สำหรับบทความเรื่องแสงแบบย่อๆ จาก FOTOFILE ก็จบเพียงเท่านี้ อ่านกันจบแล้ววันพรุ่งนี้ก็อย่าลืมจับกล้องไปถ่ายภาพกันนะ

    Read more
  6. FOTOTRICK - มือใหม่หัดเล่นกล้อง (ค่า ISO)

    .

    เอาละวันนี้มาทบทวน ISO กับ FOTOFILE กันเถอะ



                   ก่อนอื่นคงต้องอธิบาย สำหรับคนเริ่มหัดถ่ายภาพก่อนว่า ISO คืออะไร

    ค่า ISO ในกล้องก็คือการตั้งค่ากล้องโดยส่งผลให้ภาพมืดหรือสว่างนั่นเอง เมื่อเราเพิ่มจำนวน ISO ของกล้องเข้าไป ภาพก็จะสว่างสดใสขึ้นเรื่อยๆ เพราะ ISO จะเป็นตัวเร่งความไวแสงให้มากขึ้น

    เหมาะกับการถ่ายภาพในที่แสงน้อย หรือต้องการเพิ่มความเร็วชัตเตอร์ให้สูงขึ้น เวลาเพิ่มความเร็วชัตเตอร์แสงจะลดลง ISO ช่วยทำให้เราได้ภาพที่สว่างขึ้นได้

    .

    .

    .

    แต่สำหรับกล้องบางรุ่น การเพิ่ม ISO อาจส่งผลกระทบสัญญาณรบกวนในภาพ ที่เราเรียกกันว่า Noise เมื่อ ISO มันสูงเกินไป ทำให้รายละเอียดของภาพลดลง สีสันของภาพแย่ลง

    ดังนั้นการใช้ ISO เราจะปรับสูงตลอดก็คงไม่เหมาะ อาจจะต้องดูว่ากล้องของเราสามารถปรับ ISO ได้ถึงระดับไหน

     .

                 แล้วจะใช้ ISO เมื่อไหร่ดีละ?

    เมื่อตอนที่เราไม่สามารถปรับค่าอะไรช่วยในการเพิ่มแสงได้แล้ว ทั้งรูรับแสงเองและความเร็วชัตเตอร์ เราก็ต้องปรับ ISO เพิ่มขึ้นเพื่อให้ได้แสงตามที่เราต้องการนั่นเอง

    แม้ว่าการเพิ่ม ISO จะทำให้มี Noise ในภาพบ้าง แต่เทียบกับการไม่เพิ่มเลย แล้วถ่ายภาพอะไรไม่ได้เลย อันไหนจะแย่กว่า

    .

    .

    ยกตัวอย่างภาพนกจากเว็บ Photography Life ถ่ายที่ความเร็วชัตเตอร์ 1/2500 วินาที ใช้ ISO2500 ซึ่งการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/2500 เพื่อให้ภาพนกหยุดนิ่งเวลาบิน ถ้าหากว่าใช้ ISO แค่ 100 ภาพจะมืดสนิทแน่นอน และถ้าหากลดความเร็วชัตเตอร์ลงมาก ก็อาจจะไม่สามารถจับภาพที่ปีกนกหยุดนิ่งได้แบบนี้

    .

    เหมือนกันเวลาที่เราจะถ่ายภาพ Portrait บางครั้งเราต้องการถ่ายภาพที่ใช้ชัตเตอร์เร็วๆ เพื่อหยุดภาพ อย่างการกระพริบตาของแบบ หรือจังหวะของเส้นผมหรือเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหว ทำให้อาจแลกด้วยแสงที่เสียไปนั่นเอง ดังนั้นการเพิ่ม ISO มันช่วยเพิ่มแสงได้ แต่ต้องระวังข้อจำกัดของกล้องที่เราใช้ เพราะคงไม่มีใครอยากให้ภาพมี Noise เยอะจนเกินไป แต่การใช้  ISO สูงกับ Portrait แน่นอนว่าทำได้ถ้าช่างภาพมองว่าจำเป็น เพียงแต่เลือกใช้ให้เหมาะสมว่าควรจะใช้เท่าไหร่ เพื่อให้เราได้คุณภาพของภาพที่ดีด้วยนั่นเอง

    .

    เพราะงั้นในหลาย ๆ สถานการณ์เราไม่สามารถใช้ ISO 100 ตลอดได้ เมื่อแสงไม่พอ ทำอะไรไม่ได้แล้ว ISO จะเป็นตัวเอกสำหรับช่วยเหลือชีวิตเราได้มากเวลาเจอที่แสงน้อย เราจึงควรเรียนรู้ที่จะฝึกใช้ให้เป็น

    .

    ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : https://bit.ly/35ngLvR และ https://bit.ly/2zCn2pt

    Read more
  7. FOTOHACK : DIY ขาตั้งกล้องแบบฉุกเฉิน!



    DIY ขาตั้งกล้องแบบฉุกเฉิน!

    วิธีนี้ช่วยให้คุณประหยัดเงินซื้อขาตั้งกล้องได้ดีทีเดียวล่ะ ขอแค่คุณมีเศษผ้า หรือจะใช้เสื้อตัวเก่าๆ พร้อมกับเตรียมเข็ม ด้าย และเมล็ดถั่วหรือข้าวสาร เมื่ออุปกรณ์พร้อมก็มาลงมือกันเลย!!

    1. เริ่มจาก กะผ้ากับขนาดของกล้องและเลนส์ของเรา ตามคุณคิดว่าจะวางกล้องและเลนส์ได้สบายๆ ก่อนตัดผ้าขนาดวงกลมและอีกชิ้นให้เป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า นำผ้าทั้งหมดมาเย็บเข้าด้วยกันให้เป็นทรงกระบอก



    2. แต่อย่าลืมเว้นช่องไว้ที่ด้านบนเล็กน้อย เพื่อให้เทเมล็ดถั่วหรือข้าวสารลงไปภายในได้สะดวก จากนั้นก็เทลงไปให้เกือบเต็มเหลือพื้นที่ไว้เล็กน้อยไม้ต้องแน่นมาก เรียบร้อยแล้วก็เย็บปิดให้มิดชิดไม่ให้ถั่วหรือข้าวด้านในไหลออกมาได้



    แค่นี้ก็ได้ขาตั้งกล้องสไตล์คุณเองแบบที่ไม่มีขายที่ไหน วิธีนี้ยังสามารถนำไปดัดแปลงให้เป็นขาตั้งกล้องสำหรับเลนส์เทเล ไว้รองรับน้ำหนักได้อีกด้วย แค่คุณลดขนาดของผ้าลงและเน้นให้เป็นทรงยาว



    ขอขอบคุณไอเดียดีๆจาก : https://bit.ly/2p43wzu


    แต่!! ถ้าหากคุณไม่อยากมานั่งเสียเวลา DIY ขาตั้งกล้อง

    ลองเข้ามาดู Hilight ขาตั้งกล้องสุดเจ๋ง มีแล้วเท่ พกพาง่าย เพิ่มความมั่นใจในการถ่ายภาพให้คุณ รับรองว่าถูกใจอย่างแน่นอน!

    Read more
  8. FOTOTRICK : ถ่ายภาพเคลื่อนไหวให้ดูสวยด้วยทริคเล็กๆ

    ทำอย่างไรให้ภาพเบลอจากการเคลื่อนไหวดูสวยงามขึ้น?

    การใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำจะเพิ่มโอกาสในการเกิดปัญหากล้องสั่น เมื่อทุกสิ่งดูเบลอจึงยากที่จะบอกได้ว่าภาพเคลื่อนไหวนั้นเบลออย่างตั้งใจหรือไม่ เพราะภาพดูไม่คมชัดทั้งภาพ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการป้องกันปัญหากล้องสั่นไหวจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการได้ภาพเบลอสวยๆ จากการเคลื่อนไหว


    1. ตั้งกล้องให้มั่นคงอยู่เสมอ หาตำแหน่งการถ่ายที่มั่นคงและใช้ขาตั้งกล้องหากจำเป็น


    2. กดปุ่มชัตเตอร์อย่างนุ่มนวล คุณอาจลองพิจารณาใช้การตั้งเวลาถ่ายภาพหรือรีโมทสวิตช์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเปิดรับแสงนานขึ้น


    3. ทางยาวโฟกัสมีความสำคัญ ยิ่งคุณถ่ายภาพระยะไกลมากขึ้นเท่าใด ยิ่งมีโอกาสสูงขึ้นที่จะเกิดปัญหากล้องสั่น และเพื่อป้องกันปัญหานี้ เราขอแนะนำให้ใช้ช่วงทางยาวโฟกัสระหว่าง 24 ถึง 50 มม. เทียบเท่าฟอร์แมตฟิล์ม 35 มม. (16 ถึง 35 มม. ในกล้องที่มีเซนเซอร์ APS-C)

    Read more
  9. FOTOHACK - เทคนิคการเกลี่ยแสงด้วยถ้วยพลาสติกแบบง่ายๆ!

    เทคนิคการเกลี่ยแสงด้วยถ้วยพลาสติกแบบง่ายๆ!

    - อย่างแรกที่คุณต้องการคือ แก้วพลาสติกสีขาวที่มีขนาดใหญ่พอสามารถตัดก้นแก้ว ครอบเลนส์ของคุณได้พอดีเพื่อกันแสง


    - และเพื่อความปลอดภัยของเลนส์กล้อง เมื่อตัดก้นแก้วแล้วสามารถเอาเทปพันสายไฟพันรอบรอยตัด เพื่อป้องกันการขูดกันระหว่างขอบแก้วกับเลนส์

    แต่คุณจะใช้เทปพันสายไฟหรืออย่างอื่นก็ได้ แล้วแต่ความสะดวก



    - เมื่อติดตั้งแก้วพลาสติกกับเลนส์ของคุณเข้ากันแล้ว ก็มาเริ่มถ่ายกันเลย เพียงแค่ตั้งแก้วบนแบบสำหรับถ่ายภาพของคุณ ข้อดีของการติดตั้งแก้วแบบนี้

    ถ้าแบบของคุณเคลื่อนไหวได้ไม่ต้องกังวลเพราะมันถูกขังอยู่ในแก้วแล้ว ถ้ากลัวเรื่องการสั่นไหวตัวแก้วจะช่วยลดการสั่นได้เพราะการวางที่เหมือนเป็นขาตั้งกล้อง

    และสุดท้ายตัวแก้วพลาสติกจะช่วยให้แสงนุ่มขึ้น ลดการสะท้อนของแสงลง


    - วิธีที่เราหามาแนะนำวันนี้ สามารถทำได้ง่ายเป็นการช่วยให้การถ่ายภาพของคุณ ดูดีด้วยอุปกรณ์ราคาถูก คุณสามารถปรับใช้ได้ตามสะดวกตามอุปกรณ์ที่คุณมี

    อาจจะใช้เลนส์ขนาดใหญ่ หรือกล้องรุ่นไหนก็ได้ เพียงแค่ต้องดูระยะเลนส์และต้องอาจต้องหาขนาดแก้วที่ยาวขึ้น




    ขอขอบคุณบทความและทริคดีๆจาก : 
    https://petapixel.com/2014/09/26/pro-tip-noticeably-improve-macro-photography-cheap-plastic-cup/

    Read more
  10. FOTOTRICK - 10 เรื่องเลนส์กล้องที่มือใหม่ต้องรู้




    10 เรื่องเลนส์กล้องที่มือใหม่ต้องรู้

    10 เรื่องเกี่ยวกับเลนส์กล้องที่มือใหม่ต้องรู้ เพราะเรื่องของเลนส์ก็เป็นหนึ่งที่สำคัญสำหรับมือใหม่เช่นเดียวกันกับเรื่องอื่น ๆ เนื่องจากการที่จะตอบโจทย์มุมมองของเราออกมาได้นอกจากตัวกล้องแล้วก็ตัวเลนส์นี่แหละ การที่เราเข้าใจว่าเลนส์แต่ละแบบมีความแตกต่างกันยังไง มีจุดเด่นในการนำไปใช้แบบไหนได้บ้าง และเราควรเลือกเลนส์แบบไหน สามารถหาคำตอบได้จากบทความนี้



    1. ทางยาวโฟกัส – คุณสมบัติหลักของเลนส์คือความยาวโฟกัส

    ความยาวโฟกัสของเลนส์ถูกกำหนดให้เป็นระยะห่างระหว่างจุดศูนย์กลางของเลนส์และเซ็นเซอร์ภาพของกล้อง เมื่อโฟกัสที่ระยะอนันต์ (ระยะอินฟินนิตี้) เลนส์ทางยาวโฟกัสที่สั้นลงจะให้มุมมองที่กว้างขึ้น

    ในทางกลับกันความยาวโฟกัสที่ยาวขึ้นทำให้ได้มุมมองที่สั้นลงสำหรับกล้อง Mirrorless/DSLR ความยาวโฟกัสของเลนส์ที่เปลี่ยนได้จะถูกวัดเป็นมิลลิเมตร ซึ่งความยาวโฟกัสของเลนส์จะดูได้ที่ด้านบนของตัวเลนส์

    2. เลขแสดงทางยาวโฟกัส รูรับแสง และขนาดหน้าเลนส์

    เมื่อคุณดูส่วนหน้าของกระบอกเลนส์เราจะเห็นหมายเลขอัตราส่วนและรูรับแสงของเลนส์ 1: 2.8, 1: 2.8-4, 1: 3.5-5.6 ซึ่งเป็นรูรับแสงสูงสุดของเลนส์ รูรับแสงจะกำหนดปริมาณแสงที่เลนส์ส่งผ่านไปยังเซ็นเซอร์รับภาพ

    ค่ารูรับแสงยิ่งน้อยก็จะยิ่งให้ความสว่างที่มากขึ้น (คือรูรับแสงกว้างขึ้นนั่นแหละ) เลนส์ซูมคุณภาพสูง (เกรดโปร) จะให้รูรับแสงคงที่ตลอดช่วงของทางยาวโฟกัส (เช่น f / 2.8 ที่ 35 มม. และ f / 2.8 ที่ 80 มม.)

    แต่ถ้าเป็นเลนส์ในเกรดธรรมดาทั่วไปค่า f-stop จะแตกต่างกันไปตามระยะของทางยาวโฟกัส (เช่น a f / 3.5 ที่ 28 มม. แต่ f / 5.6 ที่ 80 มม.) นั่นแปลว่ายิ่งเราซูม รูรับแสงยิ่งแคบลงนั่นเอง ในการเลือกเลนส์ที่มีค่า f ต่ำ

    หรือเลนส์ที่มีรูรับแสงกว้าง มักจะเป็นเลนส์ที่มีคุณภาพสูง และช่วยให้เราถ่ายภาพได้หลากหลายมากขึ้น ทั้งเรื่องของการละลายหลัง และการถ่ายภาพในที่แสงน้อย แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเลนส์ที่รูรับแสงกว้างและอยู่ในเกรดโปร

    ราคาก็สูงมากขึ้นตามไปด้วย

    3. เลนส์มาตรฐาน/เลนส์ช่วง Normal Lenses

    เลนส์มาตรฐานมีความยาวโฟกัสคงที่มักจะเป็นเลนส์ช่วง 50mm, 85mm, 100mm ส่วนเลนส์ในมิติและมุมมองเดียวกับสายตาจะเป็นระยะ 50mm สำหรับเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสที่สูงขึ้น (85 มม. หรือ 100 มม.)

    มักจะเป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพบุคคลเพราะเมื่อใช้รูรับแสงกว้างจะทำให้การละลายฉากหลังได้อย่างสวยงามและนุ่มนวล

    4. เลนส์มุมกว้าง Wide Angle Lenses

    มุมกว้างมีความยาวโฟกัสสั้นลง 10mm – 42 mm เมื่อเปรียบเทียบกับเลนส์มาตรฐาน เลนส์แบบนี้เหมาะกับการถ่ายที่เรามีวัตถุประสงค์ชัดแล้วว่าต้องการเก็บหลาย ๆ อย่างเข้าไปในเฟรมภาพเดียว คือเก็บภาพได้กว้างมากขึ้นนั่นเอง

    ส่วนใหญ่แล้วเลนส์มุมกว้างจะถูกนำไปใช้กับการถ่ายภาพ Landscape หรือจะเป็นการถ่ายภาพ Event ที่เน้นมุมมองที่ตื่นเต้น และเก็บภาพกว้างๆได้ นอกจากนี้เลนส์มุมกว้างเหล่านี้จะมีระยะชัดที่ค่อนข้างมาก (ละลายหลังได้ยาก)

    5. เลนส์ระยะไกล Telephoto Lenses

    เลนส์นี้เป็นเลนส์ในช่วงระยะไกลที่เน้นจับวัตถุที่อยู่ไกลจากเรามากๆ อาจจะระยะที่ 200mm, 400mm เป็นต้น เลนส์จะทำหน้าที่ดึงวัตถุไกลๆ ให้เข้ามาใกล้เรานั่นเอง อาจจะถ่ายภาพสัตว์ป่า หรืออะไรก็แล้วแต่เราเลย

    เลนส์ลักษณะนี้อาจจะมีนำไปใช้ถ่าย Portrait บ้างเช่นระยะ 70-200mm F2.8 หรือสำหรับบางท่านถนัดในการนำเลนส์ Telephoto ไปถ่ายภาพ Lanscape ก็มีเยอะมากเหมือนกัน ขึ้นอยู่กับมุมมองและความถนัด

    6. เลนส์ซูม (Zoom Lenses)

    เลนส์ซูม คือ เลนส์ที่มีระยะช่วงซูมที่ยืดหยุ่น เช่น 16-35, 24-70, 70-200 เป็นต้น อาจจะมีระยะต่างกันไปตามการออกแบบของแต่ละแบรนด์ แต่ละระบบกล้อง ซึ่งวัตถุประสงค์หลักของเลนส์ซูม

    ก็คือให้ความสะดวกในการใช้งานระยะเลนส์ในแต่ละช่วง ส่วนที่ต้องให้ความสำคัญ คือ ระยะที่ต้องการคุณภาพเลนส์ และรูรับแสงในแต่ละช่วงซูม ถ้าเป็นเลนส์เกรดโปรอย่างที่บอกไป เลนส์ Zoom จะให้รูรับแสงคงที่ตลอดช่วง

    ให้คุณภาพของเลนส์ที่ดี คม เคลียร์ แต่ราคาสูงตามไปด้วย แต่ถ้าเลนส์ซูมเกรดปกติ อาจจะมีหลัก ๆ เรื่องความคมที่แตกต่างจากเลนส์โปร และเวลาซูมแล้วรูรับแสงจะแคบลง

    7. เลนส์ฟิชอาย Fisheye Lenses

    เลนส์ Fisheye เป็นเลนส์มุมกว้างพิเศษที่ให้ภาพที่กว้างมากและคาแรคเตอร์ของภาพถ่ายทีออกมาจะเป็นแนวเส้นโค้ง ๆ ซึ่งหลายคนจะเคยเห็นในกล้อง GoPro หรือเลนส์ Fisheye อื่น ๆ

    ส่วนทางยาวโฟกัสก็จะแตกต่างกันไปตั้งแต่ระยะ 7mm – 16mm

    8. เลนส์มาโคร Macro Lenses

    เลนส์มาโครใช้สำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้หรือ “มาโคร” เลนส์มาโครจะมีทางยาวโฟกัสอยู่ระหว่าง 50mm-200mm เลนส์เหล่านี้ได้รับโฟกัสที่คมชัดสำหรับวัตถุที่อยู่ในระยะโฟกัสของมาโคร

    แต่จะสูญเสียความสามารถในการโฟกัสที่คมชัดในระยะอื่น ๆเลนส์เหล่านี้ช่วยให้ช่างภาพได้ภาพขนาดเท่าจริงหรือใหญ่กว่าเช่นตัวต่อผีเสื้อและดอกไม้

    9. Tilt Shift Lenses

    เลนส์ Tilt Shift คือเลนส์ที่ออกแบบมาเพื่อจัดการเกี่ยวกับ Perspective โดยเฉพาะ สามารถปรับความเคลื่อนไหวได้ มีการปรับระดับขึ้นลง ซ้ายขวา (Shift) ก้มเงย (Tilt) การใช้เลนส์ตัวนี้ในการถ่ายภาพจะเน้นเส้นต่าง ๆ

    ให้ออกมาตรงเป๊ะ สำหรับภาพสถาปัตยกรรม Architecture , Interior เป็นต้น

    10. ระบบกันสั่นในตัวเลนส์ (Image Stabilization Lens)

    ระบบกันสั่นในตัวเลนส์ (Image Stabilization Lens) คือเลนส์ที่มีระบบจัดการเกี่ยวกับการสั่นไหวภายในตัวเลนส์ เพื่อให้ภาพถ่ายของเรานิ่งในกรณีที่เราอาจจะเคลื่อนไหวไปด้วย ถ่ายภาพไปด้วย อยู่บนรถ อะไรแบบนั้น

    หรือกรณีที่เราต้องการใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ต่ำกว่าระยะโฟกัส ช่วยลดโอกาสที่ภาพจะเบลอลงนั่นเอง

    Read more
Posts loader