MTF Graph ดูยังไง? จับผิดเลนส์ “ใครจริง ใครลวง” จากเส้นกราฟ [EP 2]

รูปปกบทความวิธีดู MTF Graph เพื่อจับผิดความคลาดเคลื่อนของเลนส์

จากบทความที่แล้วที่เราได้ปูพื้นฐาน วิธีอ่าน MTF Graph ง่ายๆ ใน 10 นาที [EP 1] กันไปแล้ว หลายคนคงทราบดีว่ากราฟ MTF ใช้ดูค่าคอนทราสต์และกำลังแยกขยาย (Resolution) แต่คุณรู้หรือไม่ครับว่า… หน้าที่ของมันยังไม่หมดแค่นั้น!

รู้หรือไม่ว่าเลนส์ทุกตัวบนโลกใบนี้ล้วนมี “ความผิดพลาด” ซ่อนอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาขอบม่วง โบเก้เบี้ยว หรือภาพไม่คมชัด ใน FOTOFILE GUIDE [EP 2] นี้ เราจะพาคุณเจาะลึกไปอีกขั้น เพื่อดูว่า MTF Graph ดูยังไง ให้ทะลุปรุโปร่ง และใช้กราฟนี้ “จับผิด” ความคลาดเคลื่อน (Aberrations) ต่างๆ ของเลนส์ก่อนตัดสินใจควักกระเป๋าซื้อครับ!

ความคลาดทรงกลม (Spherical Aberration): สาเหตุที่ภาพไม่คมกริบ

ความผิดพลาดแรกที่เลนส์หลายตัวต้องเจอคือ ความคลาดทรงกลม ครับ ปัญหานี้เกิดจากการที่ชิ้นแก้วของเลนส์มีความโค้ง (เพื่อให้รวมแสงได้) แต่ด้วยความโค้งนี่แหละ ที่ทำให้แสงที่ส่องผ่านบริเวณขอบเลนส์ กับแสงที่ส่องผ่านกลางเลนส์ “ตกลงบนเซนเซอร์ไม่พร้อมกัน” บางส่วนตกก่อนเซนเซอร์ บางส่วนตกหลังเซนเซอร์ ผลลัพธ์ที่ได้คือภาพจะไม่คมชัดแบบ 100% ซึ่งปัญหานี้มักจะเห็นชัดที่สุดเมื่อเราเปิดรูรับแสงกว้างสุด (f/กว้าง) ครับ

กราฟิกแสดงปัญหาความคลาดทรงกลม หรือ Spherical Aberration ในเลนส์กล้อง

ความคลาดสี (Chromatic Aberration): ต้นเหตุของ “อาการขอบม่วง”

อีกหนึ่งปัญหาคลาสสิกที่ตากล้องทุกคนเกลียด คือ ความคลาดสี หรือที่เรียกติดปากว่าอาการขอบม่วง/ขอบเขียวครับ

เรื่องนี้เกิดจากการที่แสงสีขาวเดินทางผ่านชิ้นแก้ว (เปลี่ยนสถานะจากอากาศเข้าสู่แก้ว) ทำให้เกิดการหักเหแสงเหมือนปริซึม ปัญหาคือ แสงแต่ละสี (แดง เขียว น้ำเงิน) มีความยาวคลื่นไม่เท่ากัน ทำให้มันหักเหและตกลงบนเซนเซอร์ไม่พร้อมกัน แสงสีฟ้าอาจตกก่อน ส่วนสีแดงอาจทะลุไปตกด้านหลัง ผลที่ได้คือเราจะเห็นสีเหลือบๆ บริเวณขอบวัตถุในภาพครับ

การเกิดความคลาดสี หรือ Chromatic Aberration ต้นเหตุของปัญหาขอบม่วง

วิธีเช็กเลนส์เทพจาก MTF Graph: ถ้าอยากรู้ว่าเลนส์ตัวนี้แก้ปัญหาความคลาดทรงกลมและความคลาดสีมาดีแค่ไหน ให้ดูที่ระยะห่างระหว่างกลุ่มเส้น “10 คู่เส้น (Contrast)” กับ “30 คู่เส้น (Resolution)” ครับ ถ้ายิ่งเส้นสองกลุ่มนี้อยู่ชิดติดกัน (ไม่ถ่างออกจากกันมาก) แปลว่าเลนส์ตัวนี้คุณภาพสูงมาก และแก้อาการคลาดเคลื่อนมาได้ดีเยี่ยมครับ!

โคม่า (Coma) & แอสติกมาทิซึม (Astigmatism): ต้นกำเนิด “โบเก้หมุน”

นอกจากแสงตกไม่ตรงจุดแล้ว ยังมีปัญหาที่แสงที่พุ่งเข้ามา “ฟุ้งกระจาย” ไม่เป็นทรงกลมอีกด้วยครับ

  • โคม่า (Coma): คืออาการที่แสงฟุ้งออกไปเหมือน “ดาวหาง” (มีหัวและมีหาง) ปัญหานี้จะเห็นชัดมากเวลาเราไปถ่ายภาพดาว หรือถ่ายดวงไฟพอร์ตเทรตตอนกลางคืน ขอบภาพดวงไฟจะไม่กลมแต่จะยืดเป็นดาวหาง

  • แอสติกมาทิซึม (Astigmatism): คือการเพี้ยนของแสงไปตามแนว หรือ ขวางแนวรัศมี

วิธีดูอาการเหล่านี้บน MTF Graph: จำเส้นทึบ (Sagittal) กับเส้นปะ (Meridional) จาก EP 1 ได้ไหมครับ?

  1. ถ้าเส้นทึบ (Sagittal) อยู่ “ต่ำกว่า” เส้นปะ: เลนส์ตัวนั้นจะมีลักษณะ “โบเก้หมุนวน” (Swirly Bokeh) ซึ่งมักจะพบในเลนส์มือหมุนรุ่นเก่าๆ เลนส์กล้องวงจรปิด หรือเลนส์ที่นำมาดัดแปลงครับ

  2. ถ้าเส้นปะ (Meridional) อยู่ “ต่ำกว่า” เส้นทึบ: โบเก้ของเลนส์ตัวนั้นจะฟุ้งพุ่งเข้าสู่ตรงกลางเหมือนดาวหาง (Coma)

สรุป: เลนส์ที่ดี คือเลนส์ที่กราฟสมบูรณ์แบบที่สุด… จริงหรือ?

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงเห็นแล้วว่า MTF Graph สามารถฟ้องความผิดพลาดของเลนส์ได้มากมาย ทั้งความไม่คม ขอบม่วง ไปจนถึงรูปร่างของโบเก้

แต่คำถามคือ เลนส์ที่ดีที่สุด ต้องมีกราฟที่เส้นชิดกันเป๊ะๆ สมบูรณ์แบบเสมอไปไหม? คำตอบคือ “ไม่เสมอไปครับ” “ความดี” ของเลนส์ขึ้นอยู่กับรสนิยมและการใช้งานของแต่ละคนครับ ช่างภาพบางคนอาจจะหลงรักเลนส์ที่มีค่า Astigmatism สูงๆ เพื่อให้ได้ภาพพอร์ตเทรตที่มี “โบเก้หมุนวน” สุดคลาสสิก โดยไม่ได้แคร์ว่าขอบภาพจะคมหรือไม่ ในขณะที่ช่างภาพ Landscape อาจจะต้องการเลนส์ที่กราฟเกาะกลุ่มกันแน่นที่สุดเพื่อความคมกริบจากขอบจรดขอบ

ดังนั้น MTF Graph จึงเป็นเพียง “เครื่องมือประกอบการตัดสินใจ” เพื่อให้เรารู้ว่าคาแรกเตอร์ของเลนส์ตัวนั้นเป็นอย่างไรเท่านั้นเองครับ หากคุณอ่านกราฟแล้วเจอคาแรกเตอร์ที่ใช่ แวะมา เลือกซื้อเลนส์กล้อง และทดลองจับของจริงได้ที่ร้าน Fotofile ทุกสาขาครับ!

(อ้างอิงข้อมูลจาก: FOTOFILE YouTube Channel)

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *


Scroll to Top