Skip to content
FOTOFILE

Sony FX3A กล้อง Cinema Full-Frame ขนาดกะทัดรัดที่ทรงพลัง

[ux_text font_size=”0.9″]

Sony FX3A คือกล้องวิดีโอระดับมืออาชีพในตระกูล Cinema Line ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งงานถ่ายภาพยนตร์ งานสารคดี ไปจนถึงงาน YouTube ระดับพรีเมียม โดยเน้นความกะทัดรัด คล่องตัว และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพของภาพและ Workflow การผลิตจริง

หัวใจหลักของกล้องรุ่นนี้คือเซนเซอร์ Full Frame BSI CMOS ความละเอียด 12.1MP (10.2MP สำหรับวิดีโอ) จับคู่กับชิปประมวลผล BIONZ XR ทำให้รองรับการถ่าย UHD 4K แบบ 10-bit 4:2:2, มี Dynamic Range มากกว่า 15 stops, ระบบโฟกัส Fast Hybrid AF และ ISO ที่สามารถขยายได้สูงสุดถึง 409,600


 

[/ux_text] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37213″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37214″] [/col] [/row] [divider width=”3000px” height=”1px”] [row label=”เซนเซอร์” v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″]
 
[/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”0.9″]

จุดเด่นสำคัญของ Sony FX3A

✔️ เซนเซอร์ Full Frame 12.1MP และระบบประมวลผล BIONZ XR

เซนเซอร์ Exmor R แบบ BSI CMOS ความละเอียด 12.1MP (10.2MP สำหรับวิดีโอ) ให้ภาพที่มีมิติ รายละเอียดสูง และเก็บแสงได้ดีในที่มืด รองรับ ISO เริ่มต้นที่ 80–102,400 และสามารถขยายได้ถึง 409,600 พร้อมโทนภาพที่มี Bokeh สวยและ Depth of Field ตื้น แยกวัตถุออกจากฉากหลังได้เด่นชัด ลด Rolling Shutter อย่างมีประสิทธิภาพ

 

[/ux_text] [/col] [/row] [divider width=”3000px” height=”1px”] [row label=”4K 120FPS” v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”0.9″]

✔️ รองรับ 4K 120fps และ RAW Output

สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 120 เฟรมต่อวินาทีด้วยคุณภาพ 10-bit 4:2:2 และยังรองรับการส่งออก 16-bit RAW ผ่าน HDMI ไปยังเครื่องบันทึกภายนอก เช่น Atomos Ninja ยังรองรับการถ่าย Super 35mm 1080p ที่สูงสุด 240fps สำหรับ Slow Motion ระดับมืออาชีพ พร้อมระบบบันทึก All-Intra และ Long GOP ให้เลือกตามความต้องการด้านคุณภาพและขนาดไฟล์

[/ux_text] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″]
 
Cinematic Expression_RC
[/col] [/row] [divider width=”3000px” height=”1px”] [row label=”Dynamic Rangc” v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″]
Stunning Bokeh_RC
[/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”0.9″]

✔️ Dynamic Range กว่า 15 Stops และโปรไฟล์ภาพระดับมืออาชีพ

รองรับการถ่ายด้วย Dynamic Range ที่กว้างกว่า 15 stops พร้อมโปรไฟล์ภาพสำหรับงาน Cinema:

  • S-Log3 / S-Log2 สำหรับเกรดสีแบบละเอียด

  • S-Gamut3 / S-Gamut3.Cine สำหรับขอบเขตสีกว้าง

  • HLG (10-bit HDR) สำหรับแสดงผล HDR โดยไม่ต้องเกรดสี

  • S-Cinetone สำหรับโทนสีภาพยนตร์ที่พร้อมใช้งานทันที

คุณสมบัติเด่นของ S-Cinetone

ให้ภาพที่นุ่มนวล สีผิวสวย และเหมาะกับงานที่ต้องการผลลัพธ์แบบ “Ready to Deliver” โดยไม่ต้องเกรดสีเพิ่ม สามารถแมทช์ลุคได้กับ FX6, FX9 และ VENICE

[/ux_text] [/col] [/row] [divider width=”3000px” height=”1px”] [row label=”4K 120FPS” v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”0.9″]

✔️ ระบบโฟกัส AI อัจฉริยะ Fast Hybrid AF

ผสาน Phase Detection และ Contrast Detection พร้อม AI Tracking

  • Real-time Eye AF สำหรับคนและสัตว์

  • Touch Tracking จากหน้าจอ Touchscreen

  • ครอบคลุมพื้นที่โฟกัส 89% ของเฟรมด้วย 627 จุดโฟกัส

  • ปรับความเร็วการเปลี่ยนโฟกัส (AF Transition Speed) ได้ 7 ระดับ

  • ปรับความไวในการเปลี่ยนวัตถุโฟกัส (Subject Shift Sensitivity) ได้ 5 ระดับ

[/ux_text] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″]
Solo Shooting_RC
[/col] [/row] [divider width=”3000px” height=”1px”] [row label=”การออกแบบ” v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″]
Essential Controls_RC
LCD Touch Panel_RC
[/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”0.9″]

การออกแบบที่ตอบโจทย์สาย Production

👉 Cage-Free Design ใช้งานคล่องตัว

ออกแบบบอดี้ให้ติดตั้งอุปกรณ์เสริมได้ทันทีผ่าน 1/4″-20 Mount โดยไม่ต้องใช้ Cage เพิ่ม ทั้งบนตัวกล้องและ Handle

👉 หน้าจอ Touchscreen LCD

หน้าจอขนาด 3″ ความละเอียด 2.35 ล้านจุด สามารถพับหมุนได้หลายทิศทาง ใช้งานง่ายแม้ในมุมที่ยากเข้าถึง

👉 Tally Light รอบตัว

มีไฟแสดงสถานะบันทึกทั้งด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง ช่วยให้ผู้ถ่าย, ตัวแบบ และทีมเสียงรู้ได้ทันทีว่ากล้องกำลังบันทึกอยู่

 

[/ux_text] [/col] [/row] [divider width=”3000px” height=”1px”] [row label=”4K 120FPS” v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”0.9″]

ระบบเสียงระดับมืออาชีพ

  • Handle Top มีช่อง XLR/TRS Combo 2 ช่อง สำหรับไมค์โปร

  • มีช่อง Mic-in 3.5mm + ช่อง Headphone

  • รองรับเสียง 4-channel แบบ 24-bit

  • เหมาะกับงานสัมภาษณ์ สารคดี และการถ่ายงานหลายไมค์

[/ux_text] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″]
[/col] [/row] [divider width=”3000px” height=”1px”] [row label=”การออกแบบ” v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″]
Remote Control_RC
[/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”0.9″]

การควบคุมจากระยะไกลและ Live Streaming

  • ควบคุมผ่านแอป Imaging Edge Mobile / Desktop

  • สตรีมผ่าน Imaging Edge Webcam

  • ส่งไฟล์ผ่าน Wi-Fi หรือ USB-C ให้ทีมตัดต่อได้ทันที

[/ux_text] [/col] [/row] [ux_text font_size=”0.9″]

พลังงานและการเชื่อมต่อ

  • รองรับ USB Power Delivery (USB PD) สำหรับใช้งานยาวต่อเนื่อง

  • เชื่อมต่อ HDMI Type-A, USB-C, Wi-Fi 2.4/5GHz, Mic-in, Headphone, XLR, LAN (ผ่าน Adapter)

  • Dual Card Slot: รองรับ CFexpress Type A และ SD UHS-II


 

[/ux_text] [ux_text font_size=”1.1″]

เทียบคุณสมบัติกับ FX3 รุ่นก่อน

[/ux_text] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ ids=”37212″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products type=”row” columns=”1″ ids=”10669″] [/col] [/row] [ux_text font_size=”1.1″]
คุณสมบัติ Sony FX3A Sony FX3 เดิม
เซนเซอร์ 12.1MP Exmor R BSI 12.1MP Exmor R BSI
Video Effective MP 10.2MP 10.2MP
ISO 80–409,600 80–409,600
Dynamic Range >15 Stops 15 Stops
Eye AF Human & Animal + AI Human only
AF Coverage 627 จุด (89%) 627 จุด
Color Profile S-Cinetone, S-Log3, HLG S-Cinetone, S-Log3
Slow Motion 4K 120p / FHD 240p 4K 120p / FHD 120p
ระบายความร้อน Active Cooling ใหม่ Active Cooling ปกติ
 
[/ux_text] [ux_text font_size=”0.9″]

ใช่สำหรับใคร?

  • ผู้สร้างภาพยนตร์ที่ต้องการคุณภาพระดับ FX6 ในบอดี้เล็ก

  • Youtuber และ Content Creator ที่เน้น Workflow เร็ว

  • ช่างภาพงานแต่ง / Event ที่ต้องถ่ายต่อเนื่องไม่ Overheat

  • มืออาชีพที่ต้องการระบบเสียง, กันสั่น, สี และ Remote พร้อมใช้

[/ux_text] [ux_text font_size=”0.9″]

Sony FX3A คือกล้อง Cinema ที่ลงตัวที่สุดในตระกูล Full Frame ของ Sony ในปี 2025 ด้วยความสามารถของเซนเซอร์ BSI, S-Cinetone, ระบบโฟกัสอัจฉริยะ และการออกแบบที่พร้อมใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นงาน Production แบบเดี่ยวหรือทีม กล้องรุ่นนี้ก็พร้อมตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน


แหล่งข้อมูล

  1. Sony Global – FX3A Product Overview
  2. B&H Photo Video – Sony FX3A Specs
[/ux_text] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37216″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37215″] [/col] [/row]

DJI NEO โดรนตัวแรก ที่คนเริ่มเล่นควรซื้อ

[row visibility=”hide-for-small”] [col span__sm=”12″]

ปกติแล้ว ถ้าคนทั่วไปจะซื้อโดรนสักตัว คงเป็นเรื่องน่าปวดหัวพอสมควร แม้กระทั่งเป็นคนที่ถ่ายรูปเป็นประจำ แค่เริ่มคิดว่าจะบินยังไง บังคับยังไง ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมใหม่ค่อนข้างเยอะเลย

[row_inner] [col_inner span=”4″ span__sm=”12″] [/col_inner] [col_inner span=”4″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27650″] [/col_inner] [col_inner span=”4″ span__sm=”12″] [/col_inner] [/row_inner]

DJI NEO ง่ายกว่าเยอะ เรียกว่า พอเริ่มเล่น ก็เริ่มสนุกเลย

  • การใช้งาน ง่ายมาก บังคับได้หลายแบบ

    • มีแต่โดรน แค่กดปุ่มก็บินถ่ายเราเองได้เลย ตามโหมดที่เซทไว้ โดยไม่ต้องมีรีโหมดหรือเชื่อต่อใดใด ซึ่งเป้นสิ่งที่ตอบโจทย์และอยากได้มาตลอด
    • เชื่อมต่อ มือถือเพื่อดูมุมกล้อง ปรับค่าต่างๆ เลือกโหมด รวมถึงทำให้มือถือเป็นรีโมทแบบ 4 ทิศทางได้ด้วย สำหรับบังคับบินตามทิศทางที่เราต้องการ
    • เชื่อมต่อรีโมท RC , RC motion และ Goggles ได้ ทำเป็นเล่นไป เห็นตัวเล็กๆ แบบโหดๆได้ด้วย
  • โหมด preset มีให้เลือกใช้เยอะ

    แค่เรากดปุ่มให้โดรนบินได้เลย โดยไม่ต้องถือรีโมท พอโดรนเริ่มบินเราก็ตั้งท่าที่เราชอบได้เลย ไม่ต้องถืออะไรในมือ อันนี้คือโดนมาก เก๊กกันมันเลย พอบินกลับมา แล้วแค่ยื่นมือไปใต้โดรน โดรนก็ดับลงจอดแล้ว

[row_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27650″] [/col_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27646″] [/col_inner] [/row_inner]
  • เห็นตัวเล็กๆ ถ่าย VDO 4K ได้ ภาพนิ่งก็ถ่ายได้สบาย

  • มีความจำภายใน 22 GB ไม่ต้องกลัวลืมพอเมมไป

  • น้ำหนักแค่ 135 g คือเบากว่าพวกกุญแจ Popmar

[row_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27652″] [/col_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27651″] [/col_inner] [/row_inner]

ส่วนจุดที่รู้สึกว่ายังปรับปรุงให้ดีกว่านี้ได้ มีดังนี้

  • บินในที่มืด โดรนจะมึนมาก เพราะเหมือนตาบอด และ คำนวนอะไรไม่ได้ แนะนำบินกลางวัน 

  • เสียงดังพอควร ใครจะบินในที่ที่มีคน ชาวบ้านอาจจะแตกตื่นได้

[row_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27660″] [/col_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27659″] [/col_inner] [/row_inner]
  • การบังคับด้วย มือถือ แบบ 4 ทิศทาง บังคับน้ำหนักไม่ได้ เช่นเราอยากบินเร็วบินช้าไม่ได้ กดไปข้างหน้าก็คือได้ความเร็วเดียวเลย แต่ถ้าใช้รีโมท RC จะ สั่งตามน้ำหนักมือได้

  • แบตชาร์ตเต็ม 1 ก้อน บินได้ประมาณ 17 นาที

  • ชาร์ตผ่านตัวโดรน แบต 1 ก้อน ใช้เวลา 50 นาที ค่อนข้างนาน ถ้าใช้ Hub ชาร์ต 3 ก้อน 60 นาทีเอง

[row_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27658″] [/col_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27653″] [/col_inner] [/row_inner]

ซื้อไม่ซื้อ

ใครที่ยังไม่เคยมีโดรน อยากจะบินแค่สนุกๆ เวลาไปเที่ยว หรือ บินแค่ขำขำ ตัวนี้เหมาะอย่างยิ่ง ลองคิดดู แค่งบหกพันกว่าบาท คุณก็สามารถมีคลิปบินโดรนถ่ายตัวเอง เอาไปโพสอวดเพื่อนแล้ว
แต่ถ้าอยากได้ แบตเพิ่ม บินจริงจังขึ้นมาหน่อย บังคับมือ สนุกๆ ก็ขยับมาซื้อชุด หมื่นเศษ เอาจริงๆก็ถือว่ายังจับต้องได้ 

ราคา ตัวเดี่ยว 6,600 บาท ได้ตัวโดรน และ แบต 1 ก้อน

ราคา combo 11,700 บาท จะมี รีโมท Rc , แท่นชาร์ต , แบต 3 ก้อน

Review : https://www.youtube.com/watch?v=mDN9kZOaNcw

Cr : March Marcho 

[/col] [/row] [row visibility=”show-for-small”] [col span__sm=”12″]

ปกติแล้ว ถ้าคนทั่วไปจะซื้อโดรนสักตัว คงเป็นเรื่องน่าปวดหัวพอสมควร แม้กระทั่งเป็นคนที่ถ่ายรูปเป็นประจำ แค่เริ่มคิดว่าจะบินยังไง บังคับยังไง ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมใหม่ค่อนข้างเยอะเลย

[row_inner] [col_inner span=”4″ span__sm=”12″] [/col_inner] [col_inner span=”4″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27650″] [/col_inner] [col_inner span=”4″ span__sm=”12″] [/col_inner] [/row_inner]

DJI NEO ง่ายกว่าเยอะ เรียกว่า พอเริ่มเล่น ก็เริ่มสนุกเลย

การใช้งาน ง่ายมาก บังคับได้หลายแบบ

  • มีแต่โดรน แค่กดปุ่มก็บินถ่ายเราเองได้เลย ตามโหมดที่เซทไว้ โดยไม่ต้องมีรีโหมดหรือเชื่อต่อใดใด ซึ่งเป้นสิ่งที่ตอบโจทย์และอยากได้มาตลอด
  • เชื่อมต่อ มือถือเพื่อดูมุมกล้อง ปรับค่าต่างๆ เลือกโหมด รวมถึงทำให้มือถือเป็นรีโมทแบบ 4 ทิศทางได้ด้วย สำหรับบังคับบินตามทิศทางที่เราต้องการ
  • เชื่อมต่อรีโมท RC , RC motion และ Goggles ได้ ทำเป็นเล่นไป เห็นตัวเล็กๆ แบบโหดๆได้ด้วย

โหมด preset มีให้เลือกใช้เยอะ

แค่เรากดปุ่มให้โดรนบินได้เลย โดยไม่ต้องถือรีโมท พอโดรนเริ่มบินเราก็ตั้งท่าที่เราชอบได้เลย ไม่ต้องถืออะไรในมือ อันนี้คือโดนมาก เก๊กกันมันเลย พอบินกลับมา แล้วแค่ยื่นมือไปใต้โดรน โดรนก็ดับลงจอดแล้ว

[row_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27650″] [/col_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27646″] [/col_inner] [/row_inner]

เห็นตัวเล็กๆ ถ่าย VDO 4K ได้ ภาพนิ่งก็ถ่ายได้สบาย

มีความจำภายใน 22 GB ไม่ต้องกลัวลืมพอเมมไป

น้ำหนักแค่ 135 g คือเบากว่าพวกกุญแจ Popmar

[row_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27652″] [/col_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27651″] [/col_inner] [/row_inner]

ส่วนจุดที่รุ้สึกว่ายังปรับปรุงให้ดีกว่านี้ได้ มีดังนี้

  • บินในที่มืด โดรนจะมึนมาก เพราะเหมือนตาบอด และ คำนวนอะไรไม่ได้ แนะนำบินกลางวัน 

  • เสียงดังพอควร ใครจะบินในที่ที่มีคน ชาวบ้านอาจจะแตกตื่นได้

[row_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27660″] [/col_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27659″] [/col_inner] [/row_inner]
  • การบังคับด้วย มือถือ แบบ 4 ทิศทาง บังคับน้ำหนักไม่ได้ เช่นเราอยากบินเร็วบินช้าไม่ได้ กดไปข้างหน้าก็คือได้ความเร็วเดียวเลย แต่ถ้าใช้รีโมท RC จะ สั่งตามน้ำหนักมือได้

  • แบตชาร์ตเต็ม 1 ก้อน บินได้ประมาณ 17 นาที

  • ชาร์ตผ่านตัวโดรน แบต 1 ก้อน ใช้เวลา 50 นาที ค่อนข้างนาน ถ้าใช้ Hub ชาร์ต 3 ก้อน 60 นาทีเอง

[row_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27658″] [/col_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”27653″] [/col_inner] [/row_inner]

ซื้อไม่ซื้อ

ใครที่ยังไม่เคยมีโดรน อยากจะบินแค่สนุกๆ เวลาไปเที่ยว หรือ บินแค่ขำขำ ตัวนี้เหมาะอย่างยิ่ง ลองคิดดู แค่งบหกพันกว่าบาท คุณก็สามารถมีคลิปบินโดรนถ่ายตัวเอง เอาไปโพสอวดเพื่อนแล้ว
แต่ถ้าอยากได้ แบตเพิ่ม บินจริงจังขึ้นมาหน่อย บังคับมือ สนุกๆ ก็ขยับมาซื้อชุด หมื่นเศษ เอาจริงๆก็ถือว่ายังจับต้องได้ 

ราคา ตัวเดี่ยว 6,600 บาท ได้ตัวโดรน และ แบต 1 ก้อน

ราคา combo 11,700 บาท จะมี รีโมท Rc , แท่นชาร์ต , แบต 3 ก้อน

Review : https://www.youtube.com/watch?v=mDN9kZOaNcw

Cr : March Marcho 

[/col] [/row]

Canon EOS R7 สืบทอดรุ่นพี่ ดีกรี high-end [สเปก , ราคา]

Positioning

Canon EOS R7 เป็นกล้องเซ็นเซอร์ APS-C ไม่ได้ Full-frame ที่มาแรงมากๆในตอนนี้ เรามาพูดถึง Positioning ของเขากันก่อนเลยครับ ก่อนหน้านี้มี Canon EOS R5 , Canon EOS R6 แล้วยังมี Canon EOS R3 หลายคนถามว่า R7 อยู่ตรงไหน บอกได้เลยว่าสเปคต่างๆ ของ R7 บางส่วนเอามาจาก R3 Positioning ของ R7 จะอยู่เหนือกว่า Canon EOS R6

R7 เป็นกล้องเซ็นเซอร์ APS-C ที่เป็นรอง Full-frame สเปคโดยรวมอยู่ในระดับ Canon EOS R6 แต่จะเก่ง กว่าในเรื่องของการ Focus และความรัวต่างๆ ทำได้ดีกว่า แต่ถ้าถามถึงความครบเครื่องทั้งภาพนิ่งและวีดีโอต้องยกให้กับ Canon EOS R5 เขาเลยครับ โดย R7 น่าสนใจตรงที่เอาฟังก์ชั่นต่างๆมารวมกัน อีกทั้งราคาก็ไม่แรงเท่าตัวรุ่นพี่


พูดถึงเรื่องความโด่งดัง Series 7 ของ R หลายคนน่าจะทราบดีกันอยู่แล้ว บางคนก็ตั้งชื่อว่า KING OF SPORT เพราะ Series 7 ส่วนมากจะเป็นสายรัว ตั้งแต่ Canon 7D Canon 7D II รุ่นที่เป็น APS-C ที่เป็นสายรัว บวกกับตัวคูณของเขา แน่นอนว่า คนส่วนใหญ่ก็นำไปใส่เลนส์ Tele หรือ Super Tele ต่างๆ เพื่อที่จะได้ตัว คูณ ขึ้นไปอีก เพื่อเอาไปถ่าย นก กีฬา อะไรพวกนี้นะครับ

ความละเอียด 32.5M

อย่าง EOS R7 ตัวนี้เนี่ย ความละเอียดของเขา 32.5M ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว สำหรับกล้อง APS-C เซนเซอร์เล็ก แต่ว่าทำได้ถึง 32.M ก็ถือว่าโอเคแล้ว ถ้ามากไปกว่านี้อาจะทำให้ Photo size มันเล็กลงไป คุณภาพอาจจะไม่ดีเท่าที่ควร

Canon EOS R7 FOTOFILE

ระบบประมาณผล EOS R7

ระบบประมาณผล DIGIC X ความรัวต่างๆของ R7 ถ้าเป็น mechanical shutter ตอนนี้จะอยู่ที่ 15Fps ถ้าเป็น Electronic shutter จะอยู่ที่ 30Fps ถ้าเป็นสมัยก่อนนี่ถือว่าสูงมากๆ แล้วก็ระบบ ISO มาด้วยกันถึง 8 สตอป มีกันสั่งในตัว

Canon EOS R7 FOTOFILE

ในขณะที่ Speed Shutter Maximum ที่เป็น Mechanical Shutter จะอยู่ที่ 1 / 8000 sec. ในส่วนของ Electronic Shutter จะอยู่ที่ 1 / 16000 sec. เรียกได้ว่าเร็วมากๆกันเลยทีเดียว ใครที่ต้องการนำไปถ่าย KING OF SPORT อะไรพวกนี้ ตัวนี้เป็นตัวที่เหมาะอย่างยิ่งครับ

Canon EOS R7 FOTOFILE

Function Raw Burst

ในส่วนของฟังก์ชั่นที่น่าสนใจก็คือ RAW Burst โดยความสามารถของ R7 นั้นอย่างที่บอกไปในตอนต้นว่าเขารัวได้ถึง 30fps แต่ในโหมด RAW Burst ในตอนถ่าย มันจะสามารถเก็บภาพก่อนที่เราจะกด Shutter ได้ครึ่งวิ ครึ่งวิในที่นี้สามารถเก็บได้ถึง 15 รูป
ยกตัวอย่าง ถ้าเราตั้งกล้องรอถ่ายรถที่กำลังจะเข้าโค้งพอดี ในขณะที่รถกำลังเข้าโค้งแล้วเรากดชัดเตอร์ในตอนที่มันถึงโค้งพอดี เราก็จะยังได้ภาพก่อนหน้าที่รถจะเข้าโค้งหรือกำลังที่จะโค้งได้ถึง 15 ภาพเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเขาเอาใจใส่จุดนี้เป็นพิเศษเลยทีเดียวครับ เพื่อป้องกันการที่เราเก็บภาพสวยๆไม่ทันด้วยฟังก์ชั่นนี้ในกล้องตัวนี้นี่ถือว่าดีมากๆครับ


ในส่วนของระบบโฟกัส อย่างที่บอกไปว่า R7 นั้นยกข้อดีของ R3 มาหมดเลย ไม่ว่าจะเป็น Flexible Zone ที่เป็นรูปแบบที่เราสามารถกำหนดซ้าย กำหนดด้านบน กำหนดด้านขวาได้ 3 รูปแบบนี้มีให้เลือกใช้ได้ใน R7 กันเลยครับ

EOS R7

ในส่วนของโหมดของการจับหน้าคน สัตว์ หรือว่า หรือว่า Vehicle ที่มีใน R3 ก่อนหน้าเนี้ย ตัวนี้ก็เอามาใช้ด้วยครับ

ระบบโฟกัสของ EOS R7 แบ่งเป็น 651 โซนด้วยกัน หลายคนถามว่า ” มันครอบคลุม 100 % หรือเปล่า ” ตอบได้เลยว่าตอนที่เราเปิด No subject tracking ก็คือไม่ tracking อะไรเลย มันจะเหลือขอบนิดนึง ก็คือ 90 % แล้วก็แนวตั้งจะอยู่ที่ 100 % เรียกว่ามันเหลือขอบข้างๆ เล็กมากๆ ก็อาจจะไม่มีใครไปพ้อยจุดสนใจ หรือว่าจุดโฟกัสอยู่ที่ขอบกันอยู่แล้ว เรียกว่าโฟกัสกันเต็มๆ แต่ว่าตอนที่เราเปิดโหมด Subject tracking อันนี้ได้ 100 x 100 ไปเต็มๆเลยครับ

การโฟกัสในที่มืด

บางคนถามว่า มันเป็น APS-C มันจะโฟกัสในที่มืด ได้ดีเท่ารุ่นพี่ที่เป็น Full-frame หรือเปล่า บอกเลยว่าตัวนี้ ได้ถึง -5.0 EV ไม่เลวเลยทีเดียวสำหรับ APS-C


Coordinated Control of IS

อย่างที่บอกว่า EOS R7 นั้น ทำได้ถึง 8.0 stop , Coordinated Control of IS จะทำงานทั้งเลนส์และเซนเซอร์ร่วมกัน ก่อนหน้านี้เนี่ย อาจจะทำงานร่วมการร่วมกันอยู่แล้ว แต่ว่าอาจจะไม่ได้ดีเท่านี้ครับ พอมาเป็น APS-C แล้วเนี่ย มันสามารถทำงานร่วมกับเลนส์ได้สะดวกขึ้นนั่นเองครับ

พอมาดูในส่วนของกราฟ จะเห็นว่า เส้นสีน้ำเงินถ้าทำงานในส่วนของเซนเซอร์กันสั่นอย่างเดียวเนี่ยมันจะดีในช่วงแรกๆ (ช่วง Wide) แต่ว่าพอเป็น Tele ความสามารถต่างๆ ในการ Ship sensor เพื่อชดเชยมันจะน้อยลง ในขณะที่กันสั่นที่เลนส์ เส้นสีเหลือง ทำงานดีประมาณนึง แต่ว่าถ้าทำงานทั้งกล้องและเลนส์ร่วมกันเนี่ย Canon เขาเคลมว่า มันดีขึ้นมากๆ ในเส้นสีแดงก็จะกันสั่นช่วง Wide ช่วง กลาง ไปถึง Tele ได้ดีขึ้น

Canon EOS R7 สเปค

Auto Level Mode

อีกโหมดนึงที่เรียกว่าน่าสนใจแล้วก็ว้าวมากๆ คือ Auto Level อันนี้ควรที่จะเข้าไป Enable ไว้นะครับ Auto Level คืออะไร? หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาใน GOPRO แต่ไม่คิดว่ามันจะทำในกล้อง Mirrorless กล้อง Pro พวกนี้ครับ

( เข้าไปที่ Menu > ไปที่โหมด กล้อง > ไปที่เลข 8 ลงมาบรรทัดที่ 2 จะเขียนว่า Auto Level )

Canon EOS R7 FOTOFILE

ยกตัวอย่าง ถ้าเราถ่ายภาพแล้วมือเราดันเอียงนิดนึง หรือเส้นขอบฟ้าเอียงนิดนึงเนี่ย กล้อง R7 เป็นกล้องตัวเดียวเลยที่ EOS ที่สามารถชิปเซนเซอร์ให้มันเอียง เพื่อทำให้ภาพของเราเส้นขอบฟ้ายังคงตรงอยู่ แม้ว่ากล้องเราจะเอียง เซนเซอร์จะเอียงรับ

รีวิว Canon EOS R7 FOTOFILE
รีวิว Canon EOS R7 FOTOFILE

โดยฟังก์ชั่นนี้เราจะเคยเห็นในกล้อง Gopro แต่ว่าไม่คิดว่า Canon จะเอามาใส่ ถือว่าเป็นข้อดีของ APS-C แต่ถ้าเป็น Full-frame นั้นเซนเซอร์มันใหญ่เกิน การที่ไปเอียงแบบนี้ อาจจะต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่พอเป็น APS-C ก็สามารถติดตั้งฟังก์ชั่นนี้ได้นั่นเองครับ ฟังก์ชั่นนี้จะเปิดไว้ตลอดเลยก็ได้ หรือว่าจะ Custom ปุ่มเป็นปุ่ม ด้านหลังได้เลยครับ

Auto Level สามารถใช้ได้กับทั้งโหมดภาพนิ่งและวีดีโอ ที่สำคัญกว่านั้นคือสามารถใช้ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน สามารถทำได้ประมาณ 5 – 10 องศา ข้อจำกัดของโหมดนี้คือ ตอนที่ถ่าย Electronic Shutter จะทำได้แค่ 3fps ก็เลือกเอาว่าจะใช้ช่วงไหน


รีวิว Canon EOS R7

‘EOS R7’ กล้องรุ่นใหม่จาก Canon ที่เปิดตัวมาพร้อมกับ ‘Canon EOS R10’ กล้อง R series ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ขนาด APS-C ใช้เลนส์ RF mount ตัวกล้องใส่ฟังก์ชั่นมาแบบจัดเต็ม ที่ครบเครื่องมากๆ สำหรับสาย KING OF SPORT ต้องการความ รัว และเร็ว อีกทั้งยังสามารถ เก็บภาพ 15 FPS ในโหมด Raw Burst ทำให้เราได้ภาพก่อนเรากดชัดเตอร์มา 15 ภาพ เรียกว่าเป็นภาพก่อนการ ก็ว่าได้ครับ Canon EOS R7 ราคา อยู่ที่ 49,900 บาท และ EOS R7+RFS 18-150/3.5-6.3 IS STM ราคาอยู่ที่ 64,900 บาท สามารถสั่งจองสินค้าได้แล้ววันนี้ที่ FOTOFILE ทุกสาขา

Youtube : Review : https://youtu.be/Jk_zNwCsII8


Pre-Oder Now! : Canon EOS R7

.

– เซนเซอร์ APS-C 32.5 ล้านพิกเซล

– ชิปประมวลผล DIGIC X

– กันสั่น 5 แกน ชดเชยชัตเตอร์สปีดได้ 7 สต็อป

– ISO 100 – 32,000 (ขยายสูงสุด 51,200)

– Dual Pixel CMOS AF II

– โฟกัสในที่แสงน้อยได้ -5EV

– ความเร็วชัตเตอร์ 1/8000s

– ถ่ายภาพต่อเนื่อง 15fps (Mechanical) / 30fps (Electronic)

– EVF 2.36 ล้านจุด

– LCD พับได้รอบทิศทางขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 1.62 ล้านจุด

– 4K 60p, 30p over sampled จาก 7K / FHD 120p

– C-LOG / HDR PQ / 10-Bit 4:2:2

– ถ่ายวิดีโอไม่จำกัดเวลา

– Dual SD card slot (UHS-II)

– Wi-Fi / Bluetooth

– USB-C, ช่องเสียบไมค์, หูฟัง, micro HDMI

– แบตเตอรี่ LP-E6NH

– น้ำหนัก 612 กรัม

– เมาท์ Canon RF

.

เปิดรับมัดจำแล้วทุกสาขานะคะ

ช่องทางการติดต่อ FOTOFILE

📍Website : https://fotofile.co.th/

📍Shopee : https://shopee.co.th/fotofileonline

📍Lazada : https://www.lazada.co.th/fotofile/

📍Facebook : FOTOFILE

📍Instagram : @fotofileofficial

📍Email : [email protected]

📍Line : https://lin.ee/2otqOag

📍Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCWZLQ8X6ruRpv1VIhrlcgpw

Tiktok FOTOFILE : https://www.tiktok.com/@fotofile

ร้านขายกล้อง โฟโต้ไฟล์

แหล่งรวมสินค้าเกี่ยวกับกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพในกรุงเทพ จำหน่ายกล้องถ่ายภาพ ประกันศูนย์ไทย เปิดให้บริการมากกว่า 30 ปี

บริการดี ส่งฟรี ส่งไวทั่วไทย พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ

บริการดุจญาติมิตร ไม่คิดค่า น้ำแดง “
บริการทำความสะอาดกล้อง, เลนส์, เซ็นเซอร์ให้ท่านฟรีทุกสาขา

#Canon EOS R7 ราคา #Canon EOS R7 สเปค #รีวิว Canon EOS R7 FOTOFILE #FOTOFILE

Sennheiser MKE 200 2 in 1 ไมค์เทพชนะทุกแบรนด์

MKE 200 ของ Sennheiser เป็นไมค์แบบ Super-Cardiod ขนาดเล็กเพียง 60 x 39 x 69 mm และน้ำหนัก 48 กรัม เป็นทั้งไมค์กล้องและใช้กับสมาร์ทโฟนได้ (Camera and Smartphone) โดยไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ในการทำงาน และติดตั้ง Wind Protection / Shockmount

เหมาะสำหรับสาย Vlogger , ช่างภาพ , Youtuber หรือ Tiktok Creator ที่ต้องการบันทึกเสียงแบบมีคุณภาพสูงโดยไม่ต้องพกพาอุปกรณ์ให้วุ่นวาย


Directional Audio – MKE 200 มีแคปซูล Super Cardiod ที่ให้การโฟกัสรายละเอียดและตัดเสียงรบกวนรอบข้างที่ไม่ต้องการได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับ vloggers ถ่ายวิดีโอ หรือนักข่าว

มีกันกระแทกและม่านบังลมในตัว

กล้องมือถือทั้งหมดไวต่อเสียงรบกวน ดังนั้น MKE 200 จึงมีคุณสมบัติป้องกันลมในตัวและการดูดซับแรงกระแทก คุณสมบัติทั้งสองนี้รวมกันช่วยให้มั่นใจได้ว่าการบันทึกเสียงที่ให้คุณภาพได้ดีที่สุดในขณะที่ถ่ายวิดีโอในขณะเดินทาง อีกทั้งยังมีกันลมที่ให้มา เพื่อป้องกันลมได้อย่างดีเยี่ยม

ความเข้ากันได้ – ในโลกปัจจุบัน

การบันทึกวิดีโอของคุณไม่ได้จำกัดอยู่แค่อุปกรณ์เดียว และไมโครโฟน ของคุณ ที่เยี่ยมที่สุดตัวนี้สามารถใช้ร่วมกันได้กับอุปกรณ์อื่น MKE 200 แต่ละตัวมีสาย TRS และ TRRS ขนาด 3.5 มม. (1/8 นิ้ว) สำหรับใช้กับกล้อง DSLR และกล้องมิเรอร์เลสหรืออุปกรณ์มือถือ ซึ่งถือว่าคุ้มมากๆ และคุณภาพยังดีสุดๆ ถ้าคุณกำลังมองหาไมค์ติดหัวกล้องสักตัว หรือจะใช้กับโทรศัพท์มือถือ ตัวนี้พลาดไม่ได้

  • ดีไซน์กะทัดรัด เรียบหรูมีสไตล์
  • ระบบป้องกันลมในตัวและระบบกันสะเทือนภายในเพื่อลดเสียงรบกวนจากการจัดการ
  • การเชื่อมต่อ TRS และ TRRS ขนาด 3.5 มม. (1/8″”) แบบเปลี่ยนได้สำหรับใช้กับกล้อง DSLR และกล้องมิเรอร์เลสหรืออุปกรณ์มือถือ
  • ฐานยึดมาตรฐานสำหรับการใช้งานอเนกประสงค์
  • การทำงานโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่

ข้อมูลจำเพาะ

  • ขนาด : 69 x 60 x 39 มม.
  • รูปแบบการรับ : Super Cardiod
  • Transducer principle : Pre-polarized Condenser
  • ระดับความดันเสียงสูงสุด (passive) 120 เดซิเบล
  • Powering : 2-10V
  • ความไว -33 dB V/Pa
  • สี : สีดำ
  • การเชื่อมต่อแจ็คล็อค 3.5 มม.
  • สายต่อรวมสาย TRS 3.5 มม. และ TRRS 3.5 มม
  • ระดับเสียงเทียบเท่า20 เดซิเบล SPL (A)
  • การตอบสนองความถี่40 ถึง 20,000 เฮิรตซ์
  • น้ำหนัก 48g

ชมรีวิวบน Youtube ได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=UN3G3PoAeig

สั่งซื้อสินค้าได้ที่ FOTOFILE ทุกสาขา

ช่องทางการติดต่อ FOTOFILE

📍Website : https://fotofile.co.th/

📍Shopee : https://shopee.co.th/fotofileonline

📍Lazada : https://www.lazada.co.th/fotofile/

📍Facebook : FOTOFILE

📍Instagram : @fotofileofficial

📍Email : [email protected]

📍Line : https://lin.ee/2otqOag

📍Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCWZLQ8X6ruRpv1VIhrlcgpw

Nikon Z5 กล้องฟูลเฟรมระดับเริ่มต้น ที่ใช้งานเลนส์ Z-Mount

Nikon Z5

กล้องฟูลเฟรมระดับเริ่มต้น ที่ใช้งานเลนส์ Z-Mount โดยตัว Nikon Z5 นั้นก็ต้องบอกว่ามีความใกล้เพียงเจ้าตัว Nikon Z6 พอสมควรทั้งในเรื่องกันสั่นในบอดี้ ระบบออโต้โฟกัส ความเร็วการถ่ายภาพต่อเนื่อง รวมถึงดีไซนเช่นกัน

รูปภาพนี้มี Alt แอตทริบิวต์เป็นค่าว่าง ชื่อไฟล์คือ 07_z5_01.jpg

Nikon Z5 มาพร้อมกับเซนเซอร์ฟูลเฟรม 24 ล้านพิกเซล CMOS แต่ไม่ใช่ BSI เพื่อลดต้นทุนลง แต่ยังคงใช้ระบบประมวลผล Expeed 6 และระบบกันสั่นที่สามารถช่วยการถือด้วยมือได้ถึง 5 Stops ส่วนบอดี้นั้นได้ใช้ polycarbonate  ที่แข็งแรงพอสมควร แล้วยังสามารถกันละอองน้ำ ละอองฝุ่นได้สบาย

ด้านบนนั้นตัวกล้องไม่มีหน้าจอ TOP LCD แต่แทนที่ด้วย Dials ปรับเปลี่ยนโหมดแทน แล้วก็น้ำหนักอยู่ที่ 675 กรัม เทียบเท่า Z6, หน้าจอ EVF เป็นแบบ OLED ความละเอียด 3.69 ล้านจุด พร้อมกับหน้าจอที่สามารถพับขึ้นลงได้แบบสัมผัสขนาด 3.2 นิ้ว แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ 470 ภาพ โดยใช้แบตเตอรี่ EN-EL15 และสามารถใช้กริปรุ่นที่ออกมาใหม่ได้  แล้วที่สำคัญตัวกล้องสามารถใช้งานไป ชาร์จไปได้แล้ว

Nikon Z5 FOTOFILE

กล้องฟูลเฟรมระดับเริ่มต้น ที่ใช้งานเลนส์ Z-Mount โดยตัว Nikon Z5 นั้นก็ต้องบอกว่ามีความใกล้เพียงเจ้าตัว Nikon Z6 พอสมควรทั้งในเรื่องกันสั่นในบอดี้ ระบบออโต้โฟกัส ความเร็วการถ่ายภาพต่อเนื่อง รวมถึงดีไซนเช่นกัน

Nikon Z5

ด้านวิดีโอ Nikon Z5 สามารถบันทึกได้ที่ 4K 30 FPS แต่เราก็ต้องคร็อป 1.7x แต่ถ้า Full HD ก็สามารถถ่ายได้เต็มเซนเซอร์ ส่วนวิดีโอสโลโมชั่นรุ่นนี้ไม่สามารถทำได้ แต่ก็ยังดีที่ให้ทั้งพอร์ตไมค์ และ หูฟังมาให้

สเปค Nikon Z5

  • เซนเซอร์ฟูลเฟรม 24.3 ล้านพิกเซล
  • ISO 100-51200
  • ระบบกันสั่น 5 แกน
  • โฟกัสแบบ Hybrids AF จำนวน 273 จุด
  • ระบบ Eye-Detection พร้อมโฟกัสที่ตาของสัตว์
  • สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 4.5 FPS
  • EVF 3.69 ล้านจุด
  • หน้าจอด้านหลัง Tilt ได้ ขนาด 3.2 นิ้ว
  • กันละอองน้ำละอองฝุ่น
  • Dual SD Card Slot
  • แบตเตอรี่รุ่นใหม่ EN-EL15C
Nikon Z5

กล้อง Z5 มีออโตโฟกัสตรวจจับดวงตาและออโตโฟกัสตรวจจับสัตว์3 ช่วยให้คุณเลือกดวงตาที่ต้องการโฟกัสได้แม้ในฉากที่มีดวงตาหลายคู่ด้วยการถ่ายภาพผ่านช่องมองภาพ อีกทั้งคุณสมบัติข้อนี้ของระบบออโตโฟกัสยังใช้ได้ในการถ่ายทำภาพยนตร์ด้วย บวกกับความสามารถในการตรวจจับใบหน้าสัตว์แม้ในระหว่างการบันทึกภาพยนตร์ คุณจึงมั่นใจได้ว่าโฟกัสจะคมชัดในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะในป่าหรือในบ้านกับสัตว์เลี้ยงของคุณ

เลือกซื้อสินค้าได้แล้ววันนี้ที่ FOTOFILE Nikon Z5
Fotofile blog

Nikon Z50 กล้องดิจิตอลชนิดไร้กระจกสะท้อนภาพรุ่นแรกในซีรีย์ Z

Nikon Z50

Nikon Z50

Nikon Z50 กล้องดิจิตอลชนิดไร้กระจกสะท้อนภาพรุ่นแรกในซีรีย์ Z ที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C จากนิคอน ซึ่งใช้เม้าท์เลนส์ขนาดใหญ่แบบใหม่ Z Mount ออกแบบเน้นที่ความกระทัดรัด พกพาสะดวก และเต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพในการใช้งาน และที่สำคัญคือราคาประหยัด เหมาะสำหรับผู้ใช้ทุกๆ คน ตั้งแต่นักถ่ายภาพมือใหม่ จนถึงนักถ่ายภาพในระดับจริงจัง โดยกล้องรุ่นนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายและครอบคลุมแทบทุกอย่างที่ต้องการ

คุณสมบัติหลัก

  • เซ็นเซอร์ APS-C CMOS 20.9 ล้านพิกเซล
  • แป้นหมุนคอนโทรลแบบคู่
  • ถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 11 เฟรม/วินาที หรือ 5 เฟรม/วินาทีเมื่อใช้ Live View
  • บันทึกวิดีโอ 4K สูงสุดที่ 30p
  • ช่องมอง OLED ความละเอียด 2.36 ล้านพิกเซล
  • จอทัชสกรีน ปรับเงยขึ้นได้ 90 องศา และพับลงได้ 180 องศา
  • เชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูธูทและไวไฟ โดยใช้แอป Snapbridge
  • เอฟเฟคพิเศษสำหรับสร้างสรรค์ภาพแบบต่างๆ

คุณสมบัติเบื้อต้น

Nikon Z50 อัดแน่นด้วยฟังชั่นเจ๋งๆมากมาย เช่น 209-area Phase detection, eye-detection autofocus ชัตเตอร์สปีด 30 – 1/4,000 วินาที 1/200 x-sync ถ่ายวีดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด UHD 4K/30p และ 1080/120p ถ่ายต่อเนื่องได้สูงสุด 11 เฟลมต่อวินาที ISO 100 – 51200 ยืดได้ถึง 204800 แบตเตอรี่ให้มา 850 mAh ยืดอายุการใช้งานได้นานขึ้น ถ่ายต่อเนื่องผ่าน VF ได้ถึง 320 ช็อต และถ่ายผ่านจอ LCD ได้ 280 ช็อต

Z50 ที่มาพร้อมเซ็นเซอร์ CMOS และระบบประมวลผลภาพรุ่นใหม่ รวมถึงคุณสมบัติใหม่อีกมากมาย กล้อง Z50 ความละเอียดพิกเซลใช้งานจริง 20.88 ล้านพิกเซลเพื่อมอบสีสัน ความกระจ่างชัด และความคมชัดอย่างโดดเด่น ระบบออโตโฟกัส (AF) แบบไฮบริดเช่นเดียวกับในรุ่น Z7 และ Z6 ซึ่งมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ CMOS รุ่นแรกๆ ของนิคอนที่ใช้ระบบ AF แบบ Phase-Detection

ระบบประมวลผลภาพ EXPEED 6 รุ่นใหม่ช่วยให้กล้อง Z50 มีช่วงความไวแสงมาตรฐานที่ ISO 100-51200 จึงสามารถลดนอยส์ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะใช้ค่าความไวแสงสูงก็ยังรักษาความละเอียดไว้ได้เป็นอย่างดี

การอยู่ในที่มืดไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใดด้วยสมรรถนะของระบบออโตโฟกัสในที่แสงน้อยถึง -4 EV1 อีกทั้งการเก็บภาพแอ็คชันเคลื่อนไหวก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูงที่ 11fps2

การถ่ายวิดีโอ

ผู้ถ่ายภาพแนวสร้างสรรค์และผู้ชื่นชอบการทำภาพยนตร์จะชื่นชอบฟังก์ชันภาพยนตร์ที่มีให้เลือกใช้อย่างหลากหลายในกล้องนี้ รวมถึงการถ่ายภาพยนตร์ 4K UHD, Full HD 120p ตลอดจนการสร้างสรรค์ภาพยนตร์สโลว์โมชันในตัวกล้องแบบไม่ครอปเซ็นเซอร์ ผู้ใช้ยังสามารถเลือกลูกเล่น Creative Picture Control และบันทึกวิดีโอได้ตามศิลปแห่งการสร้างสรรค์ของตนเอง

กล้อง Z50 ยังมาพร้อมกับการถ่ายภาพแบบ Time-Lapse และแบบ Interval Timer โดยผู้ใช้สามารถถ่ายทำ Time-lapse Footage ขนาด 4K UHD และ Full HD ได้โดยตรงในกล้อง ฟังก์ชันการถ่ายภาพแบบ Interval Timer ช่วยให้คุณสามารถเติมความเคลื่อนไหวที่ดูน่าสนใจได้ง่ายยิ่งขึ้น เช่น เอ็ฟเฟ็กต์แพนและซูม ในการสร้างวิดีโอ Time-Lapse ขนาดเล็ก

fotofile , fotofile/blog

Canon EOS M50 II กล้องมิเรอร์เลสขนาดเล็ก ใช้งานสนุก คล่องตัว พกพาสะดวก ไฟล์สวย และยังสามารถนำไปใช้งานวิดีโอได้ดี

Canon M50 II

สเปค Canon M50II

Canon EOS M50 Mark II เป็นกล้อง Minor Update กล้องยังคงใช้เซนเซอร์ APS-C 24 ล้านพิกเซล ระบบประมวลผล DIGIC 8 เหมือนเคย และ ระบบโฟกัสแบบ Dual Pixel แต่ตัว Dual Pixel นั้นจะอัพเกรดให้สามารถ แทรกดวงตาได้ ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ แล้วในตอนนี้ก็สมารถถ่ายวิดีโอแบบแนวตั้ง และ สามารถ Stream เข้า Youtube Live ได้เพียงแค่มี Startphone เครื่องเดียว

EOS M50 Mark II เป็นกล้องมิเรอร์เลสขนาดเล็กที่ให้ฟีเจอร์ต่างๆมาเพียบพร้อม ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เป็นกล้องที่ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยม ใช้งานสนุก คล่องตัว พกพาสะดวก ไฟล์สวย และยังสามารถนำไปใช้งานวิดีโอได้ดี ใช้ง่าย  มันจึงเป็นกล้องที่ดีสำหรับนักเดินทางด้วยเช่นกัน  เป็นกล้องที่แนะนำเลยครับ คุ้มค่าคุ้มราคา

สเปค EOS M50 II

  • เซนเซอร์ APS-C 24.1 ล้านพิกเซล เหมือนเดิม
  • ตัวประมวลผล DIGIC 8 เหมือนเดิม
  • ISO 100-25600 (ขยายได้ถึง 51200)
  • ความเร็วชัตเตอร์สูงสุด 1/4000 วินาที
  • พัฒนาระบบออโต้โฟกัสให้ดีขึ้นรวมถึงโฟกัสดวงตาในวีดีโอ
  • รองรับการถ่ายวีดีโอแนวตั้ง
  • จอ LCD 3 นิ้วพับเซลฟี่ได้ ความละเอียด 1,040,000 จุด
  • หน้าจอวีดีโอมีปุ่มอัดวีดีโอแล้ว
  • รองรับ Webcam โดยใช้ EOS Webcam Utility software
  • สตรีม Youtube แบบไร้สาย (ตอนนี้ยังได้แค่ Youtube)
  • ถ่ายต่อเนื่องได้ 36 ภาพ (JPG) 10 ภาพ (JPG+Raw)
  • ถ่ายวีดีโอ 4K 24p
  • ช่องเสียบการ์ด UHS-1 SD 1 ช่อง
  • มี Wi-Fi และ Bluetooth
  • น้ำหนัก 387 กรัม

กล้อง Canon EOS M50 Mark II  เลนส์ Canon EF-M 32mm. F1.4 STM ; 1/500 วินาที f/2, Mode : M, WB : Auto, ISO 200, โฟกัสด้วย Spot AF แตะหน้าจอที่ตาแมวโดยใช้ Touch Shutter

แสงน้อยมาก ใช้ความไวแสงสูง คุณภาพก็ยังดี กล้อง Canon EOS M50 Mark II  เลนส์ Canon EF-M 32mm. F1.4 STM ; 1/160 วินาที f/1.4, Mode : M, WB : Auto, ISO 2000

ถ่ายวิดีโอเป็นอย่างไร

ในส่วนของระบบวิดีโอนั้นอยู่ในระดับดีพอควร คุณภาพระดับ 4K ยังเป็นการครอปเซ็นเซอร์ 1.5 เท่าเหมือนรุ่นเดิม แต่จากการลองใช้งานพบว่ารายละเอียดของภาพทำได้ดี เพียงแต่เมื่อถ่าย 4K ความกว้างของมุมรับภาพจะหายไปพอควร และระบบออโตโฟกัสจะทำงานแบบตรวจจับคอนทราสต์เท่านั้น ระบบ Dual Pixel CMOS AF จะใช้ไม่ได้ (ใช้ระบบนี้ได้เมื่อบันทึกเป็น Full HD และ HD)  ในการใช้งานส่วนใหญ่ผมจะบันทึกด้วยคุณภาพระดับ Full HD 50p เพราะจะได้ใช้ระบบโฟกัส Dual Pixel CMOS AF ที่เร็วกว่า ซึ่งคุณภาพที่ได้ก็นับว่าดีเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป

ระบบ Eye Detection AF ทำงานกับวิดีโอได้ดี เมื่อลองถ่ายภาพคนเดินเข้าหากล้องแบบซิกแซีก มีการหันหน้าบ้างพบว่ากล้องยังแทรคตามได้ตลอด พอจับดวงตาไม่ได้ก็จับศรีษะแทน ทำให้การถ่ายวิดีโอด้วยเอฟกว้างอย่างเช่น f/1.4 ทำได้ง่ายๆ และหวังผลได้ 

สำหรับการบันทึกวิดีโอแบบ Slow motion นั้นทำได้ 100p/120p แต่ได้คุณภาพระดับ HD และไม่สามารถใช้ระบบโฟกัสต่อเนื่องได้ครับ กล้องจะโฟกัสให้เฉพาะก่อนกดปุ่ม REC

fotoinfo fotofile

Canon EOS M10 กล้อง Mirrorless รุ่นเล็กที่สุดจากทาง Canon ในตระกูล EOS-M

Canon EOS M10

Canon EOS M10 กล้อง Mirrorless รุ่นเล็กที่สุดจากทาง Canon ในตระกูล EOS-M เน้นใช้งานง่าย มีลูกเล่นมากมาย สำหรับมือใหม่ เน้นใช้งานผ่านหน้าจอสัมผัส ลูกเล่นที่อย่างมี Wi-Fi ในการเชื่อมต่อเข้าโทรศัพท์มือถือ ที่สำคัญราคาไม่แพง

สเปค Canon EOS M10

  • เซนเซอร์ CMOS ขนาด APS-C ความละเอียด 18 ล้านพิกเซล
  • โฟกัส Hybrid CMOS AF II จำนวน 49 จุด
  • จอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว พับขึ้น 180 องศา
  • ISO 100-12,800 แต่ดันแบบพิเศษได้ 25,600
  • วิดีโอ Full HD 30 FPS ชัดทั่วไป แต่ไฟล์สวยโดยไม่ต้องแต่งเยอะ
  • มี Wi-Fi ไว้ส่งรูปเข้ามือถือได้ สั่งถ่ายภาพได้ แต่สำหรับ Android มี NFC ให้ใช้งาน แตะส่ง ชึ่งทั้งหมดสามารถใช้งานได้ผ่านแอพ Canon Connect
  • น้ำหนัก 301 กรัม รวมแบต รวม SD Card ไม่รวมเลนส์
Canon EOS M10

ทนพอสมควร

Body / รอบเครื่อง 
DSC08023

Canon EOS M10 ใช้วัสดุเป็น พลาสติก โพรี่คาโบเนต ส่วนด้านบนเป็นเรชิ่น ด้านหน้าเป็นปุ่ม ถอดเลนส์ ส่วนด้านบนเป็นปุ่ม กดถ่ายวิดีโอ, ปุ่มชัดเตอร์, Dial, ปุ่ม เปิดปิด และ ปุ่มเลือก Creative Assit (โหมด Auto) โหมดถ่ายภาพ และ โหมด วิดีโอ

DSC08027

ด้านหลังเป็นจอสัมผัสขนาด 3 นิ้ว ปุ่มควบคุม เมนู, ปุ่มกด 4 ทิศทาง, ปุ่ม Playback ด้านขวาเป็นปุ่มกดเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และ NFC สามารถแตะได้ตรงนี้ สำหรับสมาร์ทโฟนที่รองรับ

DSC08040

ด้านซ้ายเป็นช่องเสียบ SD Card, Mini USB และ Mini HDMI

DSC08049

เมื่อพับจอมาเซลฟี่ เกือบสุดราวๆ 50 เชนติเมตร เลนส์กว้างได้ประมาณนี้ครับ ขอโฟกัสไปที่เลนส์ให้ดูความกว้าง

DSC08022

Sensor / เซ็นเซอร์

กล้อง Canon EOS M10 ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด APS-C (คูณ 1.6) เป็นขนาดที่ใหญ่กว่าคู่แข่งหลายรุ่น ทำให้สามารถทำหน้าชัดหลังเบลอได้มากกว่า,ง่ายกว่าคู่แข่งบางรุ่นเล็กน้อย แถมยังได้คุณภาพรูปภาพที่ดีกว่า

ความละเอียดอยู่ที่ 18 ล้านพิกเซล เหลือเฝือสำหรับการใช้งานทั่วไป อาทิ ถ่ายอาหาร ถ่ายคน แม้กระทั่ง ถ่ายวิวทิวทัศน์ ก็ตาม สามารถ Print ภาพขนาด 24 x 36 นิ้วได้สบาย หรือแม้แต่เอาไปลง นิตรยสารก็เพียงพอ ไม่ต้องกังวล

โหมด Creative Assist
DSC08073

โหมด Creative Assist เป็นโหมดที่ช่วยให้ใช้งานกล้องตัวนี้ได้ง่ายขึ้นมากก สามารถปรับได้เอง โดยไม่ต้องรู้เทคนิคอะไรเลย เพียงแค่เปลี่ยนโหมดเป็น Creative Assist เราสามารถเพิ่มความสว่าง ทำหน้าชัดหลังเบลอ ปรับสีต่างๆ ได้มากมาย

DSC08074

shortcut สามารถใช้งานได้ทุกเมนู สามารถเปลี่ยนได้ทั้ง สีของภาพ, ขนาดไฟล์ภาพ (Raw,Jpeg) การวัดแสง, อัตราส่วนของภาพ, ระบบโฟกัส หรือ รวมไปถึง Whites Balances ก็สามารถปรับได้เช่นกัน

เลนส์ EF-M 15-45 mm หรือ เลนส์ Kits ติดกล้อง

มาต่อกันที่เรื่องเลนส์ ซึ่ง Canon EOS M10 มาพร้อมกับเลนส์ 15-45 mm F/3.5-6.3 IS STM ข้อแรกที่ผมไม่ชอบเลยก็คือ เวลาใช้งาน มันต้องมาบิด ปลดล็อคก่อน ใช้จริงค่อนข้างเสียเวลา คุณภาพเลนส์ Kits อยู่ในระดับกลางๆ สมราคา เปิดรูรับแสงแคบ แฉกไฟเกินราคา แต่ก็มีความฟุ้งอยู่ ความคมไม่ได้คมมาก รูรับแสงที่ปลายสุดแคบไปนิด ไม่ค่อยสว่าง โฟกัสได้ค่อนข้างใกล้

สรุปใช้งานทั่วไปสบาย แต่รูรับแสงค่อนข้างแคบกว่ารุ่นอื่น เวลาชูมสุด ทำหน้าชัดเบลอไม่ค่อยได้มากนัก กันสั่นทำงานได้ดีระดับนึง

IMG_0212 copy

แฉกไฟที่ F/22 ไม่ผ่านการปรับแต่ง

DSC08051

ระยะโฟกัสได้ใกล้ที่สุดโดยประมาณ 25 เช็นติเมตรจากเซ็นเซอร์

DSC08053

แบตเตอรี่ /  Battery

DSC08070

Canon EOS M10 ใช้แบตเตอรรี่รุ่น LP-E12 จากการลองใช้งานพบว่าไม่อึดเท่าไหร่ ควรมีสำรอง 1-2 ก้อน แต่ข้อดีคือ เป็นแบตที่มีความเบามากครับ พกไปใช้งานใส่กระเป๋าไม่เป็นภาระใดๆ

ระบบโฟกัส

https://youtube.com/watch?v=Ygrizt4gxmo

กล้อง Canon EOS M10 ใช้ระบบโฟกัส Hybrid CMOS AF II จำนวน 49 จุด โดยรวมไม่ได้เร็วมาก แต่สำหรับงานวิดีโอ ถือว่าทำได้ค่อนข้างดีครับ ระบบ Face detection ก็ทำให้สามารถถ่ายภาพและวิดีโอไปที่ตัวบุคคล มีความแม่นยำ พอสมควรเลย

อ้างอิง: thepeakfoto
blog: fotofile/blog shop: Fotofile ,

NIKKOR Z 50MM F/1.2 S เก็บลึกถึงรายละเอียดที่เล็กสุด

NIKKOR Z 50MM F/1.2 S เก็บลึกถึงรายละเอียดเล็กที่สุด

NIKKOR Z 50MM F/1.2 S เก็บลึกถึงรายละเอียดที่เล็กสุด

เพลิดเพลินกับรายละเอียดปลีกย่อยด้วย NIKKOR Z 50mm f/1.2 S เลนส์รุ่นแรก1 ในระดับที่ติดตั้งสเต็ปปิ้งมอเตอร์ (STM) สองตัว และให้สมรรถนะระบบออพติคระดับสูงสุดของกลุ่ม S-Line คุณจึงคาดหวังได้ในความเป็นเลิศอย่างแท้จริง สร้างขึ้นจากระบบเมาท์ Z อันก้าวล้ำ ทำให้การถ่ายทอดภาพสมบูรณ์แบบเหนือธรรมดากลายเป็นเรื่องง่าย คุณจึงจะได้เพลิดเพลินกับความกระจ่างชัดสูงสุดและโบเก้ที่สวยงามจาก f/1.2 ในการถ่ายภาพบุคคล ดึงอารมณ์ดิบออกมาด้วยสมรรถนะระบบออโตโฟกัส (AF) ที่รวดเร็วและแม่นยำทัดเทียมกันทั้งในภาพนิ่งและวิดีโอ ความเร็วและความแม่นยำอันเหลือเชื่อของเลนส์รุ่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพแฟชั่น พิธีแต่งงาน และภาพสตรีท เมื่อต้องการเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแค่ชั่วพริบตาของชีวิตให้เห็นอย่างเต็มอารมณ์

NIKKOR Z 50MM F/1.2 S เก็บลึกถึงรายละเอียดที่เล็กสุด

ทุกอย่างอยู่ในรายละเอียด

ไม่ว่าคุณจะอยากได้ภาพที่จัดจ้านได้อารมณ์หรือสวยสง่าแบบล้ำลึก เพื่อให้ได้ระดับของรายละเอียดและความคมชัดอันไร้ที่ติ ขอให้เลือก NIKKOR Z 50mm f/1.2 S เพื่อการถ่ายทอดเส้นสายรายละเอียดที่เปี่ยมล้นเหนือกว่าธรรมดา โครงสร้างเลนส์สมมาตรพิเศษใหม่หมดจดนี้เป็นจริงขึ้นมาได้จากการใช้ระบบเมาท์ Z ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ 55 มม. และระยะหน้าแปลนสั้น 16 มม. ดังนั้น การผลิตภาพที่มีแหล่งแสงเป็นจุดก็ทำได้อย่างเหนือระดับและง่ายดาย แต่ไม่เพียงแค่นั้น เลนส์ยังสามารถเก็บภาพได้อย่างลงตัวในทุกฉากไม่ว่าสภาพแสงจะเป็นอย่างไรก็ตาม เนื่องจากการใช้โค้ทผิวนาโนคริสตัลและโค้ทผิว ARNEO ที่ช่วยลดแสงโกสต์และแสงแฟลร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความลงตัวขั้นสุดของโบเก้

ด้วยรูรับแสงที่กว้าง f/1.2 คุณจึงได้โบเก้ทรงกลมที่ดูสวยงามน่าชื่นชม โดยมีอาการสีเหลื่อมบริเวณขอบแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ตัวแบบหลักของคุณลอยเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนด้วยระยะชัดตื้นของเลนส์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบสามมิติที่ชวนตะลึงสายตา แล้วเมื่อคุณนึกอยากเปลี่ยนสักหน่อย คุณก็จะได้เพลิดเพลินกับการถ่ายทอดภาพที่เหนือธรรมดาและสมรรถนะแบบเดียวกันนี้ในการบันทึกวิดีโอ

โฟกัสที่แม่นยำ

รวดเร็ว แม่นยำ และราบรื่น – พบกับข้อดีทั้งสามประการนี้เมื่อพูดถึงสมรรถนะระบบออโตโฟกัสของ NIKKOR Z 50mm f/1.2 S ซึ่งใช้มอเตอร์มากขึ้น ให้การโฟกัสแม่นยำขึ้น และยังมีระบบมัลติโฟกัสแบบใหม่ล่าสุดที่ช่วยให้ออโตโฟกัสทำงานรวดเร็วและแม่นยำ แม้จะใช้ระยะชัดตื้นก็ตาม ระบบออโตโฟกัสที่ไม่เคยมีมาก่อนนี้จะก้าวไปสู่อีกระดับเมื่อจับคู่กับออโตโฟกัสตรวจจับดวงตาของกล้อง มั่นใจได้ว่าคุณจะจับโฟกัสที่ดวงตาของตัวแบบได้แม่นยำอย่างยิ่งโดยไม่ต้องพยายามเลย จึงตอบสนองทุกความต้องการในการถ่ายภาพบุคคล

เก็บภาพของชีวิตในทีเผลอ

สนุกกับการบันทึกวิดีโอด้วยสมรรถนะระบบออพติคที่เหนือระดับเช่นเดียวกับในการถ่ายภาพนิ่ง เก็บภาพทุกช่วงเวลาทีเผลอโดยไม่ให้ใครรู้ตัวด้วยเลนส์ที่ให้การทำงานเงียบเชียบ ซึ่งลดเสียงการทำงานที่ไม่จำเป็นจนเหลือเพียงเล็กน้อย การรองรับอาการ focus breathing ช่วยให้คุณบันทึกวิดีโอได้โดยลดการเปลี่ยนแปลงของมุมมองภาพ ซึ่งบางครั้งอาจเกิดขึ้นเมื่อทำการโฟกัส ปรับค่าแสงให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพแสงได้อย่างไม่มีสะดุดขณะที่คุณย้ายจากฉากหนึ่งไปอีกฉากหนึ่ง และเพลิดเพลินกับการควบคุมรูรับแสงที่ราบรื่นโดยเพียงแค่บิดวงแหวนควบคุมแบบไร้ปุ่มเท่านั้น

รูปทรงที่มาพร้อมฟังก์ชัน

คาดการณ์จังหวะต่อไปของคุณในทุกขณะ เพียงแค่กดเพื่อกำหนดฟังก์ชันผ่านปุ่มฟังก์ชันเลนส์ (L-Fn) และแค่เหลือบมองเพื่อยืนยันข้อมูลเลนส์บนแผงบอกข้อมูลโดยไม่ต้องมองผ่านช่องมองภาพของกล้องเลย เมื่อตบท้ายด้วยกลไกรูรับแสงแม่เหล็กไฟฟ้าคุณก็สามารถควบคุมรูรับแสงได้อย่างแม่นยำแล้ว แม้จะเป็นการถ่ายภาพต่อเนื่องก็ตาม

ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไรคุณก็มุ่งสนใจที่การสร้างสรรค์ผลงานตรงหน้าต่อไปได้ เพราะเลนส์มีสมรรถนะที่เหนือระดับในการป้องกันฝุ่นละอองและหยดน้ำ2 และซีลยางรอบเมาท์เลนส์ ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยขจัดฝุ่นละอองและหยดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจึงทำความสะอาดเลนส์ได้ง่ายดาย

ในบรรดาเลนส์แบบเปลี่ยนได้สำหรับกล้องดิจิตอลฟูลเฟรมที่มีค่ารูรับแสงสูงสุด f/1.2 ที่มีจำหน่าย ณ วันที่ 16 กันยายน 2020 ข้อความจากการวิจัยของนิคอน

2 เลนส์ไม่รับประกันการป้องกันฝุ่นละอองและหยดน้ำในทุกสถานการณ์หรือภายใต้ทุกสภาพเงื่อนไข


NIKKOR Z 50MM F/1.2 S คุณลักษณะเด่น

เลนส์ F/1.2 ที่ให้สมรรถนะระบบออพติคอันโดดเด่น เป็นจริงได้ด้วยระบบเมาท์ Z เท่านั้น

จากการใช้ประโยชน์เต็มที่จากระบบเมาท์ Z ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ จึงทำให้ NIKKOR Z 50mm f/1.2 S มีสมรรถนะการเรนเดอร์ที่เหลือล้นเมื่อเทียบกับเลนส์กลุ่ม S-Line ที่มีค่ารูรับแสงสูงสุด f/1.2 นอกจากจะได้กำลังการแยกภาพที่โดดเด่นแล้ว ยังสร้างโบเก้ที่นุ่มนวลและสวยงามได้ด้วยระยะชัดตื้นอย่างยิ่งเมื่อใช้ค่ารูรับแสงสูงสุดที่ทำงานฉับไว จึงได้การถ่ายทอดภาพที่เปี่ยมอารมณ์ มีความละเอียดเหนือชั้นและมิติความลึกที่เป็นธรรมชาติ ความงามจากค่ารูรับแสงสูงสุดที่ f/1.2 จะทำให้คุณเพลิดเพลินกับการถ่ายทอดภาพสุดพิถีพิถันได้อย่างเต็มที่

ความละเอียดอันน่าทึ่งที่ถ่ายทอดได้จนถึงรายละเอียดลึกล้ำ

สุดยอดโครงสร้างเลนส์เกิดขึ้นมาได้จากการวางตำแหน่งกลุ่มเลนส์สมมาตรไว้ทั้งด้านหน้าและด้านหลังรูรับแสง จึงเกิดเป็นสมดุลของพลังระหว่างกลุ่มเลนส์ด้านหน้ากับด้านหลัง ทำให้ได้ช่องทางที่แสงธรรมชาติเข้าถึงเซ็นเซอร์ภาพได้โดยไม่มีการบังคับหักเห ซึ่งให้ศักยภาพที่ดีเยี่ยมในด้านสมรรถนะระบบออพติคของเลนส์ นอกจากจะได้ค่ารูรับแสงสูงสุด f/1.2 ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีระบบออพติคระดับสูงอย่างยิ่งแล้ว เลนส์ยังมอบความละเอียดที่โดดเด่น โบเก้ที่เป็นธรรมชาติ การถ่ายทอดภาพแหล่งแสงที่เป็นจุดได้อย่างเหนือชั้น ความผิดเพี้ยนลดเหลือเพียงเล็กน้อย และการชดเชยอาการ focus breathing ที่มีประสิทธิภาพ จึงได้เป็นสมรรถนะอันเหลือล้นในการเรนเดอร์

โบเก้อันนุ่มนวลที่ F/1.2

NIKKOR Z 50mm f/1.2 S ผ่านการออกแบบมาเพื่อมอบโบเก้ที่สวยงามตราตรึงใจ ซึ่งจะเพิ่มความเพลิดเพลินในการสร้างสรรค์ภาพของคุณ เลนส์สร้างโบเก้ขนาดใหญ่ได้เนื่องจากมีระยะชัดตื้นอย่างยิ่งด้วยรูรับแสง f/1.2 ที่ทำงานฉับไว การไล่ระดับโบเก้ที่สวยงามจากระนาบโฟกัสที่จับโฟกัสคมชัดช่วยในการขับเน้นตัวแบบหลักของคุณอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีฉากหลังพร่าเลือนอย่างเป็นธรรมชาติและเกิดเป็นมิติความลึก นอกจากนี้ โบเก้ทรงกลมขนาดใหญ่ยังปรากฏออกมาได้อย่างสวยงามโดยมีอาการเหลื่อมสีบริเวณขอบวัตถุที่ลดลง

ถ่ายทอดภาพที่มีแหล่งแสงเป็นจุดได้อย่างเหนือระดับ

การใช้ชิ้นเลนส์แอสเฟอริคัลสามชิ้นมอบประสิทธิภาพในการควบคุมแสงแฟลร์รุนแรงในแนวระนาบ ลดภาพผิดเพี้ยนของแหล่งแสงที่เป็นจุด พร้อมทั้งยังบรรเทาอาการเหลื่อมสีอันเกิดจากความคลาดเคลื่อนสีและการแสดงโบเก้ที่ไม่เป็นธรรมชาติอีกด้วย ซึ่งทำให้การแสดงผลแหล่งแสงที่เป็นจุดสวยงามยิ่งกว่าที่ตาเปล่ามองเห็นเสียอีก

รับมือกับสภาวะย้อนแสงได้ดีเยี่ยม

การใช้โค้ทผิวแบบนาโนคริสตัลและโค้ทผิว ARNEO ซึ่งเป็นระบบการเคลือบสารกันแสงสะท้อนแบบฉบับของนิคอนที่ให้สมรรถนะสูง มีประสิทธิภาพในการยับยั้งแสงโกสต์และแสงแฟลร์ได้ดีไม่ว่าแสงจะเข้าถึงเลนส์จากทิศทางใด เลนส์จึงสามารถเก็บภาพได้อย่างคมชัดกระจ่างใส แม้ว่าจะมีแหล่งแสงติดอยู่ภายในเฟรมด้วยก็ตาม

ให้ออโตโฟกัสที่มีความแม่นยำสูง แม้ว่าจะใช้ระยะชัดตื้นอย่างยิ่งจากรูรับแสง F/1.2

เมื่อใช้ระยะชัดตื้นอย่างยิ่ง หากวัตถุมีการเคลื่อนไหวแค่เพียงเล็กน้อยก็อาจจะหลุดไปจากโฟกัสได้ แต่ NIKKOR Z 50mm f/1.2 S ก็ยังสามารถเก็บออโตโฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำแม้ว่าจะใช้ค่ารูรับแสงสูงสุดที่ f/1.2 เนื่องจากใช้ระบบมัลติโฟกัสร่วมกับสเต็ปปิ้งมอเตอร์ที่ติดตั้งอยู่ในตัวเป็นตัวควบคุมออโตโฟกัส อีกทั้งการควบคุมโฟกัสยังจะทำได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้นอีกเมื่อใช้ร่วมกับออโตโฟกัสตรวจจับดวงตาของกล้อง

การใช้ระบบมัลติโฟกัส

ระบบมัลติโฟกัสของนิคอนคือระบบขับเคลื่อนออโตโฟกัสระดับสูงที่ใช้ชุดขับเคลื่อนออโตโฟกัสหลายชุดทำงานร่วมกัน เพื่อควบคุมตำแหน่งของหลายกลุ่มเลนส์ที่ทำหน้าที่โฟกัสได้อย่างแม่นยำ การใช้สเต็ปปิ้งมอเตอร์สองตัวเป็นชุดขับเคลื่อนออโตโฟกัสทำให้ได้การโฟกัสที่รวดเร็วและแม่นยำอย่างสูง แม้เมื่อใช้ค่ารูรับแสงสูงสุดที่ f/1.2 ระบบการโฟกัสนี้ยังมีส่วนช่วยปรับปรุงสมรรถนะการสร้างสรรค์ภาพตลอดช่วงการถ่ายภาพอีกด้วย รวมถึงในระยะห่างสั้นๆ โดยการชดเชยความคลาดเคลื่อนต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้ภาพบุคคลและภาพโคลสอัพแบบอื่นๆ ที่คมชัดและกระจ่างใส

เลนส์ F/1.2 รุ่นแรก* ที่มีสเต็ปปิ้งมอเตอร์

เลนส์สามารถผสานสเต็ปปิ้งมอเตอร์ไว้ในตัวได้เนื่องจากใช้เมาท์ Z ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาดใหญ่ จึงมีพื้นที่ภายในกระบอกเลนส์มากขึ้น ทำให้ได้ระบบออโตโฟกัสที่มีเสียงเบาและนุ่มนวลพร้อมความเร็วในการโฟกัสคงที่ ซึ่งเป็นข้อดีอย่างยิ่งในการบันทึกวิดีโอด้วย

*ในบรรดาเลนส์แบบเปลี่ยนได้ สำหรับกล้องดิจิตอลฟูลเฟรม (รูปแบบ FX ) ที่มีค่ารูรับแสงสูงสุด f/1.2 ที่มีจำหน่าย ณ วันที่ 16 กันยายน 2020 อ้างอิงจากการวิจัยของนิคอน

การถ่ายทอดภาพที่ทำได้อย่างแท้จริงในการบันทึกวิดีโอ

NIKKOR Z 50mm f/1.2 S ได้รับการออกแบบโดยคิดเผื่อถึงการบันทึกวิดีโอด้วย จึงให้การถ่ายทอดภาพที่เปี่ยมอารมณ์โดยใช้ระยะชัดตื้นอย่างยิ่งของรูรับแสง f/1.2 ในการบันทึกวิดีโอ โดยนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะระบบออพติคที่เท่าเทียมกับภาพนิ่งแล้ว ยังมีคุณสมบัติหลากหลายที่ช่วยให้การถ่ายทอดวิดีโอทำได้อย่างราบรื่นอีกด้วย ฟังก์ชันลดอาการ focus breathing มีประสิทธิภาพในการลดการเลื่อนมุมมองภาพขณะปรับโฟกัส ทำให้ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนตำแหน่งโฟกัสได้อย่างอิสระหลังจากจัดองค์ประกอบภาพลงตัวแล้ว เสียงจากการขับเคลื่อนเลนส์และการทำงานอื่นๆ ลดลงจนเหลือเพียงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ถูกบันทึกลงในวิดีโอ แม้ว่าจะบันทึกในสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่มีความเงียบก็ตาม นอกจากนี้ วงแหวนควบคุมยังสามารถกำหนดฟังก์ชันต่างๆ ลงไปได้ เช่น ค่าความไวแสง (ISO) รูรับแสง และการชดเชยแสง จึงทำให้การบันทึกสะดวกสบายโดยให้สัมผัสในการใช้งานที่เหนือระดับ

คุณสมบัติอื่นๆ

วางใจได้อย่างเต็มที่แม้ในสภาวะทรหด

สมรรถนะการป้องกันฝุ่นละอองและหยดน้ำที่เหนือระดับ* เกิดจากการซีลผนึกหลายส่วนซึ่งรวมถึงชิ้นส่วนขยับได้ของกระบอกเลนส์ เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองและหยดน้ำเข้าถึงเลนส์ บวกกับการใช้ซีลยางรอบเมาท์เลนส์ด้วย

*ไม่รับประกันประสิทธิภาพในการป้องกันฝุ่นและป้องกันน้ำโดยสมบูรณ์แบบภายใต้ทุกสภาวการณ์

แผงบอกข้อมูลเลนส์และปุ่ม L-FN ช่วยเสริมการใช้งานให้ดียิ่งขึ้น

แผงบอกข้อมูลเลนส์ช่วยยืนยันค่ารูรับแสง ระยะโฟกัส ระยะชัดลึก และอื่นๆ โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องอ่านจากในช่องมองภาพ แม้จะเป็นสถานการณ์มืดมิดก็ตาม โดยมีปุ่ม L-Fn ซึ่งสามารถกำหนดฟังก์ชันลงไปได้เหมือนกับปุ่ม Fn1 และ Fn2 ของกล้อง ผู้ใช้จึงสามารถปรับแต่งการทำงานให้เป็นไปตามความพึงพอใจของตนเองได้

การใช้กลไกไดอะแฟรมระบบแม่เหล็กไฟฟ้า

ตัวเลนส์มีการติดตั้งชุดไดอะแฟรมซึ่งประกอบด้วยกลไกขับเคลื่อนของตัวเอง และใช้สัญญาณอิเล็กทรอนิกส์จากกล้องเพื่อการควบคุมรูรับแสงที่แม่นยำยิ่งขึ้น จึงให้การควบคุมค่าแสง (AE) ที่สม่ำเสมอแม้ในระหว่างการถ่ายภาพต่อเนื่อง

คุณสมบัติเฉพาะทางเทคนิค

ประเภทเมาท์นิคอน Z
รูปแบบFX/35 มม.
ทางยาวโฟกัส50 มม.
ค่ารูรับแสงสูงสุดf/ 1.2
ค่ารูรับแสงต่ำสุดf/ 16
การจัดวางชิ้นเลนส์17 ชิ้นเลนส์แบ่งเป็น 15 กลุ่ม (ประกอบด้วยชิ้นเลนส์ ED จำนวน 2 ชิ้น ชิ้นเลนส์แอสเฟอริคัลจำนวน 3 ชิ้น และชิ้นเลนส์โค้ทผิวนาโนคริสตัลและโค้ทผิว ARNEO)
มุมมองภาพรูปแบบ FX: 47° รูปแบบ DX: 31°30‘
ระบบโฟกัสระบบโฟกัสภายใน
ระยะโฟกัสใกล้สุด0.45 ม. (1.48 ฟุต) จากระนาบโฟกัส
อัตราการขยายสูงสุด0.15 x
จำนวนแผ่นไดอะแฟรม9 (รูไดอะแฟรมแบบกลม)
ช่วงของรูรับแสงf/ 1.2 ถึง 16
การเคลือบผิวโค้ทผิวนาโนคริสตัล, โค้ทผิว ARNEO
ขนาดฟิลเตอร์ที่ต้องใช้82 มม. (P = 0.75 มม.)
ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสูงสุดประมาณ 89.5 มม./3.6 นิ้ว x 150 มม./6 นิ้ว (ระยะห่างถึงปลายเลนส์จากหน้าแปลนเมาท์เลนส์)
น้ำหนักประมาณ 1090 ก. (2 ปอนด์ 6.5 ออนซ์)
ออโตโฟกัสมี
ระบบโฟกัสภายในมี
การโฟกัสอัตโนมัติ, ปรับเอง
อุปกรณ์เสริมที่ให้มาฝาปิดหน้าเลนส์ LC-82B (ฝาปิดด้านหน้า), ฝาปิดหน้าเลนส์ LF-N1 (ฝาปิดด้านหลัง), เลนส์ฮูด HB-94, เคสใส่เลนส์ CL-C2
หมายเหตุนิคอนขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงลักษณะ ข้อมูลจำเพาะ และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์นี้เมื่อใดก็ได้และโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ราคา NIKKOR Z 50MM F/1.2 S 69,900

โทรสอบถามได้ที่ 0968142000 Fotofile มาบุญครองชั้น 5

CR: Nikon.co.th

รีวิว NIKON Z 70-200 f2.8s เทเลโฟโต้ตัวใหม่ที่ออกแบบสำหรับภาพนิ่งและวิดีโอ


สารบัญ

  1. Body
  2. OLED
  3. FN ปุ่มฟังชั่น
  4. Collar
  5. ชิ้นเลนส์ด้านใน
  6. Close Focus
  7. VR
  8. Focus Breating
  9. รีวิวถ่ายภาพด้วยเลนส์ NIKON Z 70-200 f2.8s
  10. MTF กราฟของ NIKON Z 70-200 f2.8s
  11. SPHEROCHROMATISM คืออะไร
  12. Chromatic Aberration คืออะไร
  13. ราคา NIKON Z 70-200 f2.8s

1.Body

พูดถึง 70-200 Nikon S LINE เนี่ยหลายๆคนอาจจะรอคอยตัวนี้อยู่ เพราะว่าเป็นช่วงเทเลซูมนะที่เรียกว่าเป็นช่วงยอดนิยมเลยครับ 70 200 เนี่ยหลายๆคนเนี่ยถ่ายรูปนี้ต้องมีไว้เลยครับและคนที่ใช้ Nikon ตระกูล Z นะก็รอ S LINE 70-200 ครับวันนี้เขามาแล้วนะแล้วก็เดี๋ยวเราจะมาพูดถึงรายละเอียดกันครับ

NIKON Z 70-200 f2.8s
สั่งซื้อผ่านช่องทางไลน์ Line @fotofile หรือ ซื้อออนไลน์คลิก : NIKON NIKKOR Z 70-200MM F/2.8 VR S

จุดแรกเลยที่หลายคนสนใจคือเรื่องของ ” น้ำหนักนะตัวนี้จะอยู่ที่ 1,360 กรัมโอ้โหประมาณ 1 กิโลกรัม 3 ขีดครึ่ง ” ประมาณนี้ครับ ” ต่างกับตัว FL นะครับที่ใช้กับ DSLR เนี่ยจะอยู่ที่ 1,430 กรัม ” ครับก็ต่างกันประมาณขีดนึงนะประมาณนี้นะครับผมอันนี้ก็ถือว่าเบาลงน้ำ

แต่มาดูภายนอกกันครับว่าเป็นอย่างไรกันบ้างครับจะเห็นว่าเหมือนมียางครับมีแหวนต่างๆหลายส่วนเลยนะครับเดี๋ยวเราจะไล่เรียงไปเลยว่ามีอะไรกันบ้างครับ

NIKON Z 70-200 f2.8s

ส่วนนี้คือส่วนซูมนะครับ เป็นแหวนซูม NIKON Z 70-200 f2.8s นะครับจะเป็น Internal ซูมนะครับ ชิ้นเลนส์หรืออะไรเนี่ยจะไม่เคลื่อนนะครับจะอยู่ข้างใน แล้วก็มีแหวนตรงนี้นะครับอันนี้หลายคนก็บอกว่าเป็นแหวนโฟกัสหรือเปล่า แต่เดี๋ยวนี้แหวนโฟกัสเนี่ยก็จะคล้ายๆกับ Control Ring นะก็เท่ากับว่ามี Control Ring 2 อันเลยนะครับ

รีวิว NIKON Z 70-200 f2.8s เทเลโฟโต้ตัวใหม่ที่ออกแบบสำหรับภาพนิ่งและวิดีโอ

จะปรับเป็น F Numbers ชดเชยแสงหรือว่าทางยาวโฟกัสเนี่ย Manual Focus ต่างๆเนี่ยจะได้หมดเลยนะครับทั้ง 2 จุดนี้นาก็สามารถตั้งค่าได้ตามที่เราต้องการเลยครับด้านบนตรงนี้จะเป็นจอ OLED นะครับที่แสดงค่าต่างๆนะก็ฟังก์ชันในคล้ายกับเลนส์ S Line ตัวอื่นๆนะครับก็คือกดปุ่ม Display เนี่ยก็จะมีฟังก์ชันต่างๆเนี่ย 3 ฟังก์ชันนะครับผมก็จะแสดงเรื่องของระยะโฟกัสหรือว่าชดเชยแสงนะครับก็ตรงนี้ก็สามารถเลือกปรับได้ตามต้องการนะ หรือว่าจะปรับเป็นฟุตเป็นเมตรเนี่ยก็กดค้าง Display นะครับแล้วก็หมุนที่ Control Ring ด้านหลังครับก็ปรับได้นะ หรือว่าจะกดอีกครั้งนึงนะครับก็จะสามารถปรับในเรื่องของความสว่างของหน้าจอ OLED ตรงนี้ได้ด้วยนะครับผม

รีวิว NIKON Z 70-200 f2.8s เทเลโฟโต้ตัวใหม่ที่ออกแบบสำหรับภาพนิ่งและวิดีโอ
ปุ่ม Display

2. OLED


OLED – ส่วนของจอแสดงผล ให้มาเป็นแบบ OLED Disp แสดงค่าเป็นแบบดิจิตอล สามารถแสดงค่าต่างๆได้ทั้ง ค่ารูรับแสง ทางยาวโฟกัส ระยะโฟกัส อีกทั้งยังสามารถ เลือกความสว่างของหน้าจอ โดยกดปุ่ม Display ค้างให้หน้าจอกระพริบหลังจากนั้น ปรับตั้งค่าโดยหมุน lens Control Ring ไปในระดับที่เราต้องการใช้งาน

NIKON Z 70-200 f2.8s

ตัวอย่าง เช่น สถานการณ์ที่เราต้องถ่ายงานกลางแจ้งที่มีแสง จาก พระอาทิตย์หรือแสง จากแหล่งกำเนิดแสงค่อนข้างสว่างทำให้การมองจอเห็นได้ไม่ชัด ก็แนะนำให้ปรับเพิ่มแสงให้สว่างมากขึ้น หรือลดแสงหน้าจอเวลาที่เราถ่ายงานกลางคืนหรือในสถานที่มืดๆ การลดแสงสว่างให้น้อยลงก็ช่วยทำให้เราไม่แสบตาจากแสงสว่างจากหน้าจอที่จ้าเกินไป และสำหรับบางคนที่ถามว่าถ้าไม่ชอบการแสดงผลระยะโฟกัส เป็นแบบเมตรก็สามารถตั้งค่าเป็นแบบ feet ได้จาก ฟังก์ชันนี้เช่นกัน


3. FN ปุ่มฟังชั่น


FN – ปุ่มฟังก์ชันลัดที่ให้มาถึง 2 ปุ่มคือ Fn และ Fn24 ปุ่มรอบๆเลนส์ เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งานโดยสามารถตั้งค่าเซตฟังก์ชันที่เราใช้งานบ่อยๆไว้ที่ปุ่มนี้ เพื่อเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็วและสะดวก โดยสามารถเลือกได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใช้เป็นปุ่ม af-on แทนปุ่มชัตเตอร์เพื่อล็อคโฟกัส เป็น AF Rock ก็ได้หรือจะเป็นเรื่องของการวัดแสงหรือล็อคค่าแสงก็ทำได้

FN ปุ่มฟังชั่น NIKON Z 70-200 f2.8s

รวมไปถึง function การวัดแสงก็รองรับ ทุกรูปแบบการวัดแสง เรียกว่าฟังก์ชันเยอะมากนะครับสำหรับคนที่ใช้งานต้องการฟังก์ชันไหน ก็ลองเข้าไปดู

สำหรับการเซ็ตค่า ให้เข้าไปที่ menu โหมด custom setting menu หรือฟังก์ชั่นรูปดินสอนะครับ เข้าไปที่ฟังก์ชัน f หรือ control แล้วก็ f2 custom Control assignment ครับ โดยจะมี ให้เลือก Set แยกกลุ่มเลยระหว่างฟังก์ชันและฟังก์ชัน 2


4. ปลอกคอ

Collar – ในส่วนของคอลลารุ่นนี้ดีไซน์ออกมาเหมือน fl เลนส์ คือสามารถแยก ส่วนของ ฐานที่ยึดกับไตรพอดให้สามารถถอดออกมาได้เพื่อไม่ให้เกะกะสำหรับคนที่ไม่ต้องการต่อขาตั้งกล้องโดยสามารถ ต่อโมโนพอดที่ตัวล็อควงแหวนได้เลย และส่วนที่พิเศษของเลนส์ตัวนี้

รีวิว NIKON Z 70-200 f2.8s เทเลโฟโต้ตัวใหม่ที่ออกแบบสำหรับภาพนิ่งและวิดีโอ

ในส่วนของ ปุ่มล็อควงแหวน Collar จะสังเกตว่าเป็นแผ่นพลาสติกที่สามารถเปิดออกมา เราจะสังเกตเห็นเป็นจุดที่เรียกว่าสามารถใช้ตัวล็อคระบบเค็นซิงตันเพื่อป้องกันการโจรกรรมเวลาที่ เราไปใช้ถ่ายงานในสถานที่ที่มีช่างภาพหลากหลายหรือคนสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เรียกว่าช่วย Safety ในกรณีที่เราไม่ได้อยู่กับกล้องตลอดเวลาหรือมีกล้องหลายตัวในคราวเดียวกัน เช่นเดียวกับ ตัวกล้องเรือธงอย่างดี 6 ที่ใส่มาให้ในตัวกล้องก็เป็นระบบนี้เช่นกัน

รีวิว NIKON Z 70-200 f2.8s เทเลโฟโต้ตัวใหม่ที่ออกแบบสำหรับภาพนิ่งและวิดีโอ

5. ชิ้นเลนส์ด้านใน

Diaphragm – 9 rounded blades.Electronically actuated.Stops down to f/22. มาดูในส่วนของตัวเลนส์ด้านในนะครับ Diaphragm เขาเนี่ย 9 ใบนะน้าก็ถือว่าได้แฉกที่คุณ 2 มาก็เป็น 18 แฉก

ว่ากันถึงชิ้นเลนส์ข้างในกันบ้างนะครับว่ามีอะไรนะครับทำให้มันถึงคมและก็ภาพสวยงามขนาดนี้นะครับมีชิ้นเลนส์อยู่ 21 ชิ้นนะแบ่งเป็น 18 กลุ่มนะอันนี้แล้วก็มีชิ้นเลนส์พิเศษต่างๆมากมายครับตัวแรกคือ

ชิ้นเลนส์ด้านใน NIKON Z 70-200 f2.8s

ED นะอันนี้ใส่มาถึง 6 ชิ้นนะก็แน่นอนครับช่วยเรื่องของ chromatic aberration นะก็ลดเรื่องของขอบม่วงต่างๆครับเรื่องของการเพี้ยนสีต่างๆตัวนี้มี 6 ชิ้นเลยนะ

Fluorite นะครับอันนี้ 1 ชิ้นนับเพิ่มความคมชัดให้กับเลนส์นั่นเองนะครับก็จะได้ภาพที่คมกริบเลยทีเดียวสำหรับตัวร้ายตัวนี้นะครับรวมถึงแน่นอนครับแก้ความเครียดเปลี่ยนทรงกลมแล้วก็ใส่ในนี้ 2 ชิ้นนะอันนี้ก็ช่วยลดปัญหาความคลาดเคลื่อนมากๆได้

SR นะครับโอ้โหอยู่ในนี้ 1 ชิ้นนะหลายคนถามว่า SR คืออะไรตัวนี้ขออธิบายอย่างนี้นะครับว่ามันช่วยแก้ในเรื่องของปรากฏการณ์ spherochromatism นะครับอธิบายกันยากเลยนะครับสำหรับตัวนี้แล้วแค่ออกเสียงก็ลำบากแล้วนะครับหลายคนถามว่ามันคืออะไรนะครับปรากฏการณ์นี้นะครับมันเกิดจากการเพี้ยนของสี ที่ช่วงความยาวคลื่นต่างกันแล้วเวลาแสงที่ผ่านเข้ามาหน้าเลนส์เนี่ยมีทั้งม่วงครามน้ำเงินเขียวเหลืองนะครับ แต่ละสีเนี่ยก็จะมีช่วงความยาวคลื่นไม่เท่ากันครับเวลาที่แสงแต่ละช่วงแต่ละสีเนี่ยผ่านชิ้นเลนส์มาถึงเซ็นเซอร์ก็จะมีการหักเหทั้งๆที่ไม่เท่ากัน ตรงนี้มีเรื่องของ ED มาช่วยบางทีอาจจะยังไม่พอเพราะว่ามันมีเรื่องของความคลาดเคลื่อนเนี่ยเป็นทรงกลมนั้นเรียกว่าเคลื่อนทั้งสีแล้วก็มีความคาดทรงกลมผสมอันเดียวเลยนะครับ

โห่ชิ้นเลนส์ SR ตัวนี้ก็จะช่วยลดทั้งสองเรื่องให้เนียนกริ๊บขึ้นมาอีกนะครับเรียกว่าแก้ทั้งสีเรียกว่าแก้ทั้งความค่าทรงกลมไปในตัวเลยเพิ่มความเนียนกริ๊บของรายละเอียดต่างๆเรื่องของสีเรื่องความเพี้ยนต่างๆ ให้ดีขึ้นยิ่งไปอีกนะครับผม


Coating

Nikon ยังใส่ในเรื่องของโค้ทติ้งมาอีก ชื่อว่า Nikon Super Integrated multicoating (SIC) ส่วนนี้ก็จะเพิ่มรายละเอียดต่างๆให้คมชัดมากขึ้นนะครับทำให้แสงเนี่ยหักเหตกลงบนเซ็นเซอร์ได้อย่างแม่นยำที่สุดเลยนะครับ สำหรับในส่วนของทั้งเลนส์เลยนะก็จะทำให้ mtf กราฟ เนี่ยค่าต่างๆเนี่ยถือว่าดีขึ้นไปอีก

  • Nikon Super Integrated multicoating
  • Nano and ARNEO anti-reflection coatings.
  • Fluorine front element coating to resist dirt and smudges
NIKON Z 70-200 f2.8s - Fotofile
MTF กราฟ

AF-P: STM Stepper (Pulse) autofocus motor: silent and ultra fast.ด้วยกลไกขับเคลื่อนออโตโฟกัสนี้ เนื่องจากกลุ่มเลนส์ระบบโฟกัสหลายกลุ่มขับเคลื่อนโดยตัวควบคุมออโตโฟกัสหลายตัว ทำให้มีการควบคุมตำแหน่งกลุ่มเลนส์ระบบโฟกัสที่แม่นยำ แม้แต่เมื่อถ่ายภาพตัวแบบในระยะใกล้ชิดซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดความคลาดเคลื่อนต่างๆ ก็ยังได้ภาพความละเอียดสูงโดยมีการชดเชยความคลาดเคลื่อนที่ดีเยี่ยม

ARNEO Coat: Magic anti-reflection coating that’s especially good for use in high-speed lenses.เคลือบด้วยโค้ทผิวแบบนาโนคริสตัลและโค้ทผิว ARNEO ซึ่งทั้งสองเป็นระบบการเคลือบสารกันแสงสะท้อนสมรรถนะสูงแบบฉบับของนิคอน จึงมีประสิทธิภาพในการลดแสงโกสต์และแสงแฟลร์ที่เกิดจากแสงตกกระทบจากทุกทิศทาง คุณสมบัติข้อนี้ทำให้สามารถเก็บภาพที่คมกริบชัดเจนได้ แม้แต่ในสถานการณ์ที่แหล่งต้นแสงปรากฏอยู่ภายในเฟรม


6. Close Focus

Close Focus – ความพิเศษความพิเศษ 1 ของเลนส์ตัวนี้พี่ไม่พูดถึงไม่ได้คงเป็นเรื่องของระยะโฟกัสที่เลนส์ ตัวนี้เรียกว่าเป็นเลนส์ที่สามารถโฟกัสได้ใก โดยสามารถโฟกัสในระยะใกล้ที่สุด ที่ทางยาว 200 มิลได้เพียง 1 เมตร ระยะ 135 mm ที่ 80 เต็ม ระยะ 105 mm ที่ 68 cm ที่ 85 ที่จุด 0 6 เมตรและที่ 70 โฟกัสได้ใกล้ที่สุด เพียง 50 cm เพราะสามารถโฟกัสได้ใกล้ที่สุด ที่ 50 เซนติเมตร


7. VR

VR – และสิ่งที่ควรใช้เลนส์เทเลขาดไม่ได้นั่นคงเป็นเรื่องของระบบชดเชยการสั่นไหวซึ่งตัวนี้ทาง Nikon ว่าระบบชดเชยการสั่นไหวสามารถกันสั่นได้ถึง 5.5 สต็อป เรียกว่าช่วยให้ถ่ายภาพ ที่ทางยาวโฟกัสสูง แต่สามารถใช้ Speed ชัตเตอร์ต่ำๆ เพื่อ ให้คุณนะภาพฝ่าย ที่ได้ ดีขึ้น ได้ทางหนึ่ง จากการไม่ต้องดัน ISO ที่สูงมาก เพราะไม่ต้องใช้สปีดชัตเตอร์ที่สูงมากก็เรียกว่าเป็นประโยชน์ทั้งสำหรับงานถ่ายภาพนิ่ง ถ่าย Spot happy wedding และงานถ่ายวีดีโอไม่ว่าจะเป็นการถ่ายคอนเสิร์ต Event ที่ต้องถ่ายในสภาพแสงน้อย ก็ตอบโจทย์ ทุกสายการใช้งานจริงๆ


8. Focus Breating

Focus Breating – สำหรับการถ่ายภาพยนต์ ก็ตอบโจทย์ด้วยภาพที่มีความละเอียดสูงอย่างเหลือเชื่อเทียบเท่าภาพนิ่งแล้ว ยังให้การทำงาน AF ที่เงียบเชียบยิ่งขึ้นด้วยระบบกลไกขับเคลื่อน AF ที่ปรับปรุงใหม่ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการลดอาการ focus breathing ระหว่างการปรับโฟกัส เพื่อให้การถ่ายง่ายและสะดวกสบายใจได้ในการซูมที่ช่วยให้ไม่หลุดโฟกัสระหว่างซูม ซึ่งเป็นปัญหาที่เพื่อนๆคงเคยเจอไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนองศารับภาพ และระยะโฟกัส

NIKON Z 70-200 f2.8s - Fotofile
NIKON Z 70-200 f2.8s - Fotofile

NIKON Z 70-200 f2.8s - Fotofile
NIKON Z 70-200 f2.8s - Fotofile
NIKON Z 70-200 f2.8s - Fotofile
NIKON Z 70-200 f2.8s - Fotofile
NIKON Z 70-200 f2.8s - Fotofile

สาระน่ารู้

spherochromatism คือความแตกต่างของสีในความคลาดทรงกลมสำหรับรังสีที่มีความยาวคลื่นต่างกัน

chromatic aberration (ความคลาดของสี)คือ โดยปกติแล้วเมื่อแสงเดินทางผ่านเลนส์ไปตกกระทบบนระนาบของฟิล์มหรือ CCD ก็จะประกอบไปด้วยแม่สีทั้ง 3 คือ แดง เขียว น้ำเงิน … ยิ่งเลนส์ทางยาวโฟกัสยิ่งสูงยิ่งมีความคลาดสีสูง

Chromatic aberration นั้นมี 2 ประเภท
1.Axial aberration (ความผิดปกติตามแกน) เกิดเมื่อช่วงความยาวคลื่นแสงที่ต่างกันถูกโฟกัสตามระยะที่ต่างกันบนเลนส์ เป็นช่วงโฟกัสยาว
2.Transverse aberration (ความผิดปกติตามขวาง) เกิดเมื่อช่วงความยาวคลื่นแสงที่ต่างกันถูกโฟกัสบนตำแหน่งที่ต่างกันบนระนาบโฟกัส เป็นช่วงโฟกัสสั้น ๆ

ราคา Nikon Z 70-200 f2.8s ลดราคาจากปกติ 85,900 ฿ เหลือ 82,500 ฿

ติดตามได้ที่ Fotofile.co.th / fanpage : Fotofile