Skip to content
FOTOFILE

ร้านกล้อง FOTO FILE EP.2 รามคำแหงคือแหล่งหลอมรวม ย้อนจุดกำเนิด


FOTO FILE CO.LTD

ในความเป็นจริงก่อนที่จะเปิดร้านกล้อง FOTO FILE เมื่อ 28-29 ปีก่อนนั้น จะมีใครคิดถึงว่าเราสามคนรู้จักและร่วมจมหัวจมท้ายกันมานานมากแล้วกว่าสามสิบปี เมื่อมีที่มาก็ต้องมีที่ไปจะนิ่งเฉยใจดำไม่เล่าให้ฟังก็จะเป็นคนแล้วน้ำใจจนเกินไป งั๊นปูเสื่อรอเลยก็แล้วกัน

รามคำแหง คือแหล่งหลอมรวม 

เมืองไทยในอดีต
ภาพจาก : เมืองไทยในอดีต

ในรั้วน้ำเงินทองของมหาวิทยาลัยรามคําแหงที่ในสมัยนั้นเรียกได้ว่าเป็นตลาดวิชาหรือเป็นมหาวิทยาลัยเปิดของรัฐ สถาบันอุดมศึกษาแห่งนี้ที่บรรดาหนุ่มสาวจากทั่วทุกสารทิศได้มาแสวงหาความรู้แบบตลาดวิชา ใครใคร่เรียนก็เรียน ใครจะไม่มีเวลามาเรียนก็ไม่มีใครบังคับขออย่างเดียวตอนสอบเอาตัวรอดกันเองแล้วกัน

ที่นี่ไม่ใช่แค่เป็นแหล่งแหล่งที่รวมความรู้เพียงอย่างเดียว ยังมีกิจกรรมมีให้ทํากับเพรียบพร้อมทั้งที่ค่าหน่วยกิตราคาแสนถูกเหมือนเรียนฟรีเพราะค่าลงทะเบียนเพียงแค่หน่วยกิตละ 18 บาทขาดตัวเท่านั้น แต่โปรโมชั่นที่ให้ไว้ใน 18 บาทนั้นแรงเวอร์ในค่าหน่วยกิต 18 บาทนั้นเรื่องหลักคือวิชาการความรู้ในทุกแขนงหลากหลายสาขาวิชา แต่ที่เสริมเข้ามาคือกิจกรรมที่มีให้สำหรับนักศึกษาไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดที่นับว่าทันสมัยสุดๆในตอนนั้น รวมถึงซุ้มและกลุ่มต่างๆก็มีมากมายกลุ่ม และอีกหนึ่งของแรงสนับสนุนของทางมหาวิทยาลัยจัดโปรให้ก็คือ ที่นี่เองที่ศูนย์นันท์นาการ หรือที่เราเรียกกันแบบย่อจนติดปากว่า ”ศูนย์นัน”


ศูนย์นันทนาการคือสารตั้งต้น

FOTO FILE CO.LTD

ศูนย์นันทนาการนั้นเป็นศูนย์ของกองกิจการนักศึกษาในรามคำแหง ก็เป็นอีกที่หนึ่งของแหล่งรวมนักศึกษาที่มีใจรักและชอบในการสันทนาการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยว กางเต๊นท์ เดินป่า และการถ่ายภาพ พี่หนุ่ม สุวิชา พี่รหัส 2523 จากคณะนิติศาสตร์ที่มีรูปร่างผอมเพรียว จมูกเรียวจนคล้ายหงอนนกมีมอร์เตอร์ไซค์สีขาวแดงเป็นพาหนะ มด มนตรี รหัส 2525 หน้ากลมๆงงๆจนคิ้วติดกันจากศึกษาศาสตร์เอกโสตทัศนศึกษาและ เม่น มนัสชัย น้องเล็กรหัส 2526 ตี๋เล็กคนนี้ตาตี่ใส่แว่นกวนๆมาจากสาขาการตลาดคณะบริหารธุรกิจ ได้พบเจอกันที่ศูนย์นันนี่แหละจากการที่ทั้งสามต่างกันโดยสิ้นเชิงทั้งชั้นปี สาขาที่เรียน และครอบครัว (เลยมีคำถามต่อมาว่า มันไม่มีอะไรเหมือนกันสักอย่าง มันรวมกันได้อย่างไรวะตั้งนานสองนาน)


ไม่มีอะไรเหมือนกัน แล้วอยู่ด้วยกันได้อย่างไรตั้งนานสองนาน

เพราะสิ่งสิ่งที่ชอบเหมือนกันไงคือการท่องเที่ยวถ่ายภาพและก็สาวๆในศูนย์นันท์นั่นแหละจึงทั้งสามได้พบกันและถูกอัธยาศัยโดยมีภาพถ่ายและท่องเที่ยวเป็นสื่อกลาง พี่หนุ่มที่วัยมากกว่าและผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดีแค่ปีสามนิติฯใกล้จะจบจึงรับเป็นแกนในการรวมกลุ่มเพราะเวลาว่างเยอะ เป็นคนนัดหมายรวมพลในการจัดทริปท่องเที่ยวและถ่ายภาพ รวมถึงหาสาวมาเป็นแบบอีกด้วยซึ่งในสมัยนั้นแต่ละคนก็มีกล้องถ่ายภาพเป็นของตนเองแล้วถึงแม้จะมีเพียงแค่ กล้องตัวและเลนส์อีกเพียงตัวกับฝีปากดีๆก็เพียงพอแล้ว และเขาทั้งสามก็เที่ยวด้วยกันถ่ายรูปด้วยกันจนสนิทกัน โปรดติดตามถึงเรื่องราวของเขาสามคนเหล่านี้ในตอนต่อไปได้นะครับได้นะครับจะเขียนออกมาเรื่อยๆให้ครบ 30 ตอนอย่าพึ่งเบื่อกันก่อนแล้วกันนะครับ

ตอนพิเศษ 2.1 : เผยความลับ ” น้ำแดงผสมยากล่อมประสาท

ติดตาม EP ต่อไปได้ที่ : Fotofile หรือ Fanpage Fotofile

Source : Moddmbk

2534 จุดกำเนิดของร้านขายกล้องที่ขึ้นห้าง


2534 ขนใต้ปีกเริ่มขึ้น ก็อยากจะบินเอง

ในย่านถนนข้าวสารมีร้านรับล้างฟิล์มสไลด์ที่เป็นแหล่งรวมของช่างภาพข่าวแทบทุกสำนัก ไม่ว่าไทยหรือชาวต่างชาติมารวมตัวกันทุกเย็นเพื่อเอางานมาล้างก่อนส่งโรงพิมพ์ ชื่อว่าร้าน INTER SLIDE ที่นี้เราได้พบกับหนึ่งของหุ้นส่วนของร้านที่มีดีกรีเป็นนักเรียนเก่าอังกฤษ ชื่อว่าพี่แดงหรือ พรชัย ขาวปทุมทิพย์ พี่แดงชอบสะสมกล้องเก่า และของโบราณและที่นอกเหนือจากนั้นยังเป็นเจ้าของที่ดินให้เช่าหลายร้อยไร่ในย่านปทุมธานี ที่นี่เราได้คุยกันถูกคอและสนุกสนานในตอนนั้น มด มนตรี ก็เริ่มเบื่อกับการทำงานในมูลนิธิเด็กแล้ว เมื่อเจอคำชวนของเม่น มนัสชัย ที่ต้องการหาคนมาช่วยขายกล้องมือสองที่หน้าร้าน PHOTO LAB จึงเอ่ยปากชวน มด ให้มาช่วยกันทำ ไม่มีเงินเดือน มีแต่ค่ารถให้เดือนละ 4,500 บาท มด ตอบโดยไม่ต้องคิด เออ ! เอาดิเม่น ค่ารถ 4,500 ไม่เป็นไร แต่ข้าวเช้าต้องเลี้ยงด้วยนะ งั้นสิ้นเดือนนี้ลาออกเดือนหน้าเริ่มงานเลยแล้วกัน เพราะว่าตัวของมด เขาเองก็อยากจะเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่อ่อนด้อยจากลูกค้าหน้าร้านด้วย และที่ยิ่งกว่านั้นได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองชอบและถนัด


จุดกำเนิดของร้านขายกล้องที่ขึ้นห้าง
ถนนเยาวราช

จุดกำเนิดของร้านขายกล้องที่ขึ้นห้าง

จุดกำเนิดของร้านขายกล้องที่ขึ้นห้าง ในสมัยก่อน หากใครจะทำร้านขายกล้อง มักจะมองทำเลทองในย่านเยาวราช พลับพลาชัย สะพานเหล็ก หรือที่ หลังกระทรวงกลาโหม คงไม่มีใครนึกถึงหรอกว่าจะมีเรา ที่กล้าหาญชาญชัยเราคือร้านขายกล้องร้านแรกที่กล้าหาญเอาร้านมาขึ้นห้างที่หลายคนไม่กล้าทำ ก็เพราะว่า ค่าเช่า ค่าเซ้งร้านในห้างนั้น จัดว่าแพงมากจนไม่อาจเอื้อมหรือนึกคิดนึกฝันได้ ต่อมากลางปีนั้นเอง พี่แดงมาบอกกับพวกเราว่าได้ห้องที่มาบุญครองมาห้องนึงในชั้นล่าง พี่ว่าจะทำแลบสีล้างอัดรูปและขายกล้องไปด้วย มาอยู่ด้วยกันไหม ผมทำแล็บสีพวกคุณขายกล้องมือสอง ทำในที่คุณถนัดแต่มีอยู่นิดนึง ที่หน้าร้านแฟนผมขอขายเสื้อผ้า

จุดกำเนิดของร้านขายกล้องที่ขึ้นห้าง
ถนนพลับพลาชัย

แอร์ไม่เย็น เหม็นซากหนู หนวกหูเจ้าของร้าน

นึกภาพถึง หากใครเคยเข้าร้านโฟโต้ไฟล์ที่ชั้นล่างเมื่อยี่สิบห้าปีก่อน คงจะนึกภาพออกว่าหน้าร้านมีราวแขวนโชว์ชุดราตรีหรือ ชุดทำงานอันแสนหรู ถัดจากนั้นเข้ามาหน่อยเป็นตู้โชว์กล้องและเลนส์ทั้งเก่าและใหม่ เลยไปอีกนิดเป็นแล็บล้างอัดขยายภาพสี มีเคาท์เตอร์ขายฟิล์มอยู่ด้านหน้า แอร์ก็ไม่ค่อยเย็นเพราะว่าไอร้อนจากเครื่องปริ้นท์รูป หนำซ้ำยังมีกลิ่นโชยๆของซากหนูตาย ทางเดินก็แคบ โต๊ะที่นั่งทำงานก็ไม่มี จะซื้อจะขายก็อาศัยเคาท์เตอร์หน้าตู้นั่นแหละ แต่ที่สำคัญเสียงที่ได้ยินโหวกเวกกันทั้งวันก็คือเสียงที่ทะเลาะกันล้งเล้งของเจ้าของร้านเสียอีกแต่เราก็อยู่มาได้หลายสิบปีนะเออ

จุดกำเนิดของร้านขายกล้องที่ขึ้นห้าง

โรคไข้บ่ายสามโมง

ด้วยการที่เป็นพ่อค้าหน้าใหม่วัยละอ่อน อีกทั้งเงินทุนรอนก็น้อยนิด ฐานะทางบ้านของแต่ละคนไม่ต้องพูดถึง ไม่ได้มีเหลือมากมายกันซักคน การที่จะขอเปิดบัญชีเครดิตสินค้ากับตัวเอเย่นส์นั้น บอกได้คำเดียวว่ายาก ไปขอเปิดหน้าบัญชีเครดิตสินค้าก็ไม่มีที่ไหนยอมเปิดด้วยหนำซ้ำยังแอบเยาะเย้ยกันถากถางกันเป็นที่บั่นทอนกำลังใจเสียอีกด้วยว่า ไอ้เด็กพวกนี้อีกไม่นานก็คงจบ พวกมันคงไปได้ไม่ไกลหรอก ทีนี้เมื่อซื้อเครดิตไม่ได้ก็ต้องจ่ายโดยเช็คชำระสินค้า ทันทีในวันรุ่งขึ้น เราสั่งของมาจ่ายเช็คไปโดยมีความหวังว่าวันนี้หรือพรุ่งนี้ไอ้ของที่สั่งมานั้นมันคงขายได้โดยลืมนึกไปว่าถ้าขายไม่ได้แล้วจะยังไง จะมีเงินจ่ายเขาไหม พอวันรุ่งขึ้นบ่ายๆเวลาใกล้ธนาคารปิด ซึ่งในแต่ก่อน ธนาคารจะทำการคือ 8.30 น.-15.30 น. เอาละทีนี้ไอ้เช็คที่จ่ายไปเมื่อวานมันจะเด้งไหมหนอ เงินในบัญชีจะมันพอไหมหนอ ยิ่งใกล้เวลาบ่ายสามโมง แต่ละคนเหงื่อแตกคงไม่ใช่เพราะไอร้อนจากเครื่องปริ้นท์รูปหรือแอร์ไม่เย็นหรอก ไอ้ที่เหงื่อแตกกันก็คงเป็นเพราะคุณลูกค้าที่รักมัก ชอบยืนชื่นชมสินค้าอยู่นั่นแหละต่อราคาอยู่นั่นแหละ ไม่รู้หรือไงว่าแบงค์จะปิดแล้ว โรคไข้บ่ายสามมันก่อตัวขึ้นแล้ว ไข้บ่ายสามที่ Startup SME ควรต้องรู้และควรศึกษา

ติดตาม EP ต่อไปได้ที่ : Fotofile หรือ Fanpage Fotofile

Source : Moddmbk

5 วิธีทำความสะอาดกล้อง อย่างมืออาชีพ ด้วยตัวคุณเอง

5 วิธีทำความสะอาดกล้อง การทำความสะอาดกล้อง ถือเป็นการดูแลรักษากล้อง ให้อยู่กับเราได้นานๆ วิธีหนึ่ง โดยขั้นตอนก็ทั้งยากและง่าย ขึ้นอยู่กับว่าต้องการล้างให้สะอาดมากน้อยแค่ไหน โดยจะแบ่งเป็นข้อๆดังนี้นะครับ

1 ใช้ลูกยางเป่าลมทำความสะอาด

สาเหตุที่ต้องใช้ลูกยางเป่าลมก่อนนั้น ก็เพราะว่า จะได้เป่าเอาฝุ่นที่เกาะ เบื้องต้นออก ก่อนโดยไม่ประกระทบชิ้นส่วนต่างๆ ของกล้อง ไม่ทำให้เกิดรอย เพราะบางครั้งการเช็ดกล้องทันที อาจทำให้ เศษฝุ่นหรือเม็ดทราย ที่มีลักษณะแข็ง ไปขูดกับชิ้นส่วนทำให้เกิดรอยและเสียหายได้

2 ใช้แปรงขนอ่อนปัดกวาดฝุ่น ติดแน่น กว่าที่ลูกยางจะเป่าออก

ใช้แปรงขนอ่อน ปัดกวาดฝุ่นออก ในบริเวณที่หลงเหลืออยู่ ข้อแนะนำคือ เวลาแฟน ซื้อแปลงปัดแก้ม ขนนุ่มๆ ก็ให้ซื้อมาเพิ่มอีกชิ้น หรือซื้อเป็นชุดให้เธอก็ได้แล้วแอบ จิ๊ก อันที่ขนนุ่มที่สุดและยาวที่สุดมา ใช้ จะได้ทั้ง ความสะอาดของตัวกล้อง และ แฟนดีใจที่ได้ item เพิ่มขึ้นด้วย (มีแผนอิอิ)

3 เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าเลนส์


ข้อนี้จะต้องแน่ใจก่อนว่า ได้ทำข้อ ที่ 1 และ 2 แล้วเพราะ อาจส่งผลอันตรายถึงผิวหน้าเลนส์ของเราได้ แต่ถ้าใครใส่ ฟิลเตอร์ ปกป้องหน้าเลนส์ อยู่ก็ จะเบาใจลงได้ นิดนึง แต่ถ้า ฟิวเตอร์ราคาสูงๆ ก็ต้องระวังอีกเช่นกัน
ยิ่งถ้ามีคราบมันที่เช็ดออกยาก อย่างเช่น คราบ รอยนิ้วมือ

สำหรับ ใครที่มองหาฟิลเตอร์ ราคาไม่แพงมาไว้ปกป้องเลนซ์ ทางเราก็มีจำหน่ายใน lazada สามารถเลือกช๊อบปิ้งได้เลยครับ ตาม Banner ด้านล่างนี้

4 ทำความอะอาดบริเวณซอก ที่ยากจะเข้าถึง

อันนี้แนะนำ ใช้ คอตตอนบัดทำความสะอาดตรงซอกเล็กๆ หยดน้ำยาทำความสะอาดเลนซ์ ด้วยทุกครั้งจะดีมากครับ ยี่ห้อที่. แอดมินชอบก็ของ zeiss ครับค่อนข้างดีและได้มาตราฐาน เลย

5. ใช้ผ้าชุบน้ำเล็กน้อยหรือน้ำยาเช็ดกล้อง เช็ดคราบเหงื่อหรือคราบมันออกได้

ข้อนี้ เป็นการเช็ดโดยรอบเอาพวกคราบมันฝังแน่น ออกโดยการใช้ผ้าชุบน้ำปล่าวเล็กน้อย หรือนำยาเช็ดกล้อง เช็ดในบริเวณตัวกล้องและเลนส์. แค่นี้กล้องก็จะดูใหม่สดอยู่เสมอแล้วล่ะครับ

สำหรับอุปกรณ์ ในการทำความสะอาดเบื้องต้นก็ไม่ได้หายากแต่อย่างได เพราะเรามีจัดเซ็ตมาให้ เพื่อนๆ เรียบร้อยแล้ว ของมันต้องมี คลิ๊กได้เลยครับ

แต่เดี๋ยวก่อน admin ไม่แนะนำให้เช็ดทำความสะอาด เซ็นเซอร์ด้วยตัวเองนะครับ อันนี้สำหรับการดูแลทำความสะอาด เบื้องต้น แต่ถ้าทุกท่านสะดวก สามารถ เข้ามาให้ร้าน fotofile ทำความสะอาดกล้องแสนรักของท่านได้ ฟรี

ที่ร้านมีบริการน้ำแดงให้ดื่มระหว่างรอด้วยนะครับ อิอิ

: 5 วิธีทำความสะอาดกล้อง

7 เครื่องมือดีที่สุดในการใช้ตกแต่งภาพในปี 2020 : Best photo editors 2020

โปรแกรมตกแต่งภาพกลายเป็นเรื่องปกติมากขึ้นโดยเฉพาะบนอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับการแก้ไขภาพขั้นพื้นฐาน อย่างไรก็ตามหากคุณเป็นมืออาชีพด้านการออกแบบคุณจะต้องมีซอฟต์แวร์แก้ไขภาพที่ดีที่สุดซึ่งหมายถึงสิ่งที่ล้ำหน้ากว่าที่ผู้ใช้ทั่วไปส่วนใหญ่จะใช้ตามปกติ

มีชุดโปรแกรมแก้ไขภาพระดับมืออาชีพจำนวนมากและ Photoshop ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำตลาดมานานแล้ว อย่างไรก็ตามแม้ว่า Photoshop จะนำเสนอชุดเครื่องมือที่ครอบคลุมสำหรับการปรับแต่งภาพถ่าย แต่ก็ไม่ได้นำเสนอคุณสมบัติอื่น ๆ เช่นการจัดทำแคตตาล็อกไลบรารีรูปภาพของฟีดความคิดสร้างสรรค์ของคุณซึ่งแพ็คเกจอื่น ๆ อาจมีให้ 

นอกจากนี้ Photoshop ไม่ได้เป็นชุดเครื่องมือแบบสแตนด์อโลนอีกต่อไป แต่เป็นส่วนหนึ่งของครีเอทีฟคลาวด์ที่กว้างขึ้นซึ่งมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ Adobe อื่น ๆ เช่นกัน ในขณะเดียวกันคู่แข่งก็ได้สร้างทางเลือกที่สามารถส่งมอบเครื่องมือที่ดีกว่าองค์กรที่ดีขึ้นแรงบันดาลใจที่ดีขึ้นหรือคุณค่าที่ดีกว่า

1. Adobe Photoshop CC

แต่งภาพ

เป็นแอปพลิเคชั่นแก้ไขภาพที่ทรงพลังที่สุดในโลก

Photoshop ยังคงเป็นเครื่องมือแก้ไขภาพสำหรับศิลปินนักวาดภาพประกอบและนักออกแบบ เครื่องมือการจัดเลเยอร์การมาสก์และการตกแต่งภาพของ Photoshop ยังคงเป็นมาตรฐานที่คนอื่น ๆ จะได้รับการตัดสิน แต่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการทำงานอย่างละเอียดถี่ถ้วนในภาพเดียวหรือการประกอบหลายเลเยอร์แทนที่จะแก้ไขอย่างรวดเร็วในแต่ละวัน 

อย่างไรก็ตามแทนที่จะเป็นแพลตฟอร์มแบบสแตนด์อโลนปัจจุบันมีให้บริการผ่านแผนการถ่ายภาพ Adobe Cloud ซึ่งมี Lightroom เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม ทั้งสองอย่างทำงานร่วมกันได้ดีโดย Photoshop จะจัดการการปรับแต่งภาพตามเลเยอร์ที่ซับซ้อนในขณะที่ Lightroom ดูแลจัดการจัดระเบียบและปรับปรุงรูปภาพของคุณ


2. Capture One Pro

Capture One มีราคาแพง แต่สวยงามเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Lightroom และได้รับความสนใจอย่างมากจากมืออาชีพ

โปรแกรม RAW Converter ที่โดดเด่นมากอีกหนึ่งตัวซึ่งจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Capture One Pro ปัจจุบันทาง Phase One ได้พัฒนามาจนถึงเวอร์ชั่น 10 ซึ่งมีและการใช้งานและคุณสมบัติน่าสนใจให้ช่างภาพอาชีพได้เลือกใช้งานได้สะดวกสบายขึ้นกว่าเวอร์ชั่นเก่าๆ

หลักการทำงานของโปรแกรม Capture One Pro จะเหมือนกับ Adobe Photoshop Lightroom นั่นคือใช้จะต้องสร้างแคตตาล็อกขึ้นมาเพื่อจดจำทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของไฟล์, อัลบั้มภาพ, โฟลเดอร์หรือคอลเลกชัน และการตั้งค่าอื่นๆในการตกแต่งภาพ ค่าพวกนี้จะไม่หายไปถ้าทำแคตตาล็อกเอาไว้ และโยกย้ายฐานข้อมูลได้ง่ายหากต้องย้ายไปทำงานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นด้วยข้อมูลเดิม

คุณสมบัติที่น่าสนใจ

ส่วนของการแนะนำคุณสมบัติและหน้าตาโปรแกรมระหว่างที่กำลังตกแต่งไฟล์ภาพ Capture One ก็มีสิ่งที่หลายโปรแกรมไม่มี เช่น คุณสมบัติการควบคุมข้อจำกัดของความผิดพลาดสี (Exceptional Handling of Color), การจัดการไฟล์ภาพแบบแยกหมวดหมู่ (Asset Management), เครื่องมือต่างๆที่พัฒนามาเพื่อการแก้ไขพิกเซลที่ทรงประสิทธิภาพ (Tools with Full Control) และอื่นๆอีกมาก

3. Affinity Photo

หากคุณต้องการ Photoshop แต่ไม่ต้องการแผนการสมัครสมาชิกของ Adobe นี่คือคำตอบ!

Serif สร้างชื่อเสียงจากด้านหลังของเครื่องมือกราฟิกระดับมืออาชีพรุ่น Windows ราคาประหยัด แต่ด้วยสายผลิตภัณฑ์ Affinity ใหม่ทำให้งบประมาณที่ผ่านมาไม่ดี 

Affinity Photo อาจมีราคาประหยัด แต่เป็นคู่แข่ง Photoshop เต็มรูปแบบสำหรับมืออาชีพที่สามารถสอน Adobe เทียบเท่ากับเคล็ดลับหรือสองอย่าง เครื่องมือการจัดเลเยอร์การมาสก์และการรีทัชมีประสิทธิภาพพอ ๆ กับ Photoshop เอฟเฟ็กต์ฟิลเตอร์สามารถใช้ ‘สด’ ได้และเครื่องมือทำแผนที่โทน HDR และพื้นที่ทำงานก็ยอดเยี่ยม 

แม้ว่า Photoshop จะเน้นเฉพาะการปรับแต่งภาพเชิงลึกในเชิงเทคนิคเท่านั้น ไม่มีเครื่องมือเรียกดูและแคตตาล็อกของตัวเองและไม่มีเอฟเฟกต์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าทันที Affinity Photo จะนำเครื่องมือมาให้ แต่คุณต้องนำวิสัยทัศน์

4. Exposure X5

กำลังพยายามจับภาพความโรแมนติกของภาพอนาล็อกอยู่หรือเปล่า Exposure X3 ผสมผสานรูปลักษณ์ย้อนยุคและการแก้ไขปกติ

Exposure X5 นำเสนอ ‘รูปลักษณ์’ แบบอนาล็อกแบบเก่ากับเครื่องมือปรับแต่งภาพถ่ายร่วมสมัย มีแคตตาล็อกเอฟเฟกต์ภาพยนตร์แบบโบราณและสมัยใหม่จำนวนมากซึ่งจำลองการซีดจางการประมวลผลแบบไขว้เกรนการรั่วของแสงการตัดขอบมืดและฟิล์มแบบดั้งเดิมและเทคนิคการประมวลผลทั้งหมด 

ทั้งหมดนี้สร้างขึ้นโดยใช้เครื่องมือที่สามารถใช้สำหรับการปรับปรุงภาพปกติรวมถึงเส้นโค้งการปรับสีและอื่น ๆ แต่ถึงแม้จะมีเลเยอร์การปรับสำหรับ “การเรียงซ้อน” และการแก้ไขแบบผสมผสานคุณจะไม่สามารถรวมรูปภาพได้ 

สิ่งที่คุณได้รับคือระบบการเรียกดูโฟลเดอร์ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสำหรับการจัดระเบียบรูปภาพของคุณด้วยพลังทั้งหมดของการกรองและการค้นหาคำหลักโดยไม่ต้องยุ่งยากในการนำเข้าในแคตตาล็อก 

5. Luminar 4

Luminar ใช้แนวทางที่น่าสนใจในการแก้ไขภาพโดยนำเสนอคอลเลคชันเอฟเฟกต์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าซึ่งจัดเป็นหมวดหมู่สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ ‘รูปลักษณ์’ ในทันที สิ่งเหล่านี้สร้างขึ้นโดยใช้ชุดตัวกรองซึ่งคุณสามารถรวมกันได้ตามต้องการเพื่อสร้างค่าที่ตั้งล่วงหน้าของคุณเอง นอกจากนี้ยังแนะนำแนวคิดเกี่ยวกับพื้นที่ทำงานที่กำหนดเองซึ่งคุณสามารถตั้งค่าสำหรับประเภทรูปภาพที่เฉพาะเจาะจงเช่นขาวดำหรือภาพบุคคล 

การแปลงข้อมูลดิบไม่ค่อยตรงกับคุณภาพของสามตัวใหญ่ – Adobe Capture One, DxO – แต่พวกเขาทำงานได้ดีและได้รับการสำรองโดยเครื่องมือแก้ไขที่ยอดเยี่ยมบางอย่าง Luminar รองรับทั้งเลเยอร์การปรับแต่งและเลเยอร์รูปภาพดังนั้นคุณสามารถสร้างภาพคอมโพสิตสไตล์ Photoshop ได้ 

ข่าวใหญ่คือ Luminar นำเสนอเครื่องมือแคตตาล็อกภาพผ่าน Libraries และการแก้ไขแบบไม่ทำลายล้างอย่างสมบูรณ์เพื่อให้คุณสามารถย้อนกลับและเปลี่ยนแปลงการแก้ไขได้ตลอดเวลา

6. ON1 Photo RAW

เครื่องมือออล – อิน – วันที่ทำได้ทุกอย่าง เช่นเดียวกับ Luminar และ Exposure X3 มันมาไกลและเร็วมาก

ON1 Photo RAW เริ่มต้นจาก ON1 Perfect Suite และได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นโปรแกรมบูรณาการที่ทันสมัยมากขึ้นแทนที่จะเป็นชุดปลั๊กอิน 

มันยังคงสามารถทำงานเป็นปลั๊กอินสำหรับ Lightroom และ Photoshop ซึ่งคุณสามารถเรียกดูไลบรารีขนาดใหญ่ของเอฟเฟกต์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าและตัวกรองการปรับแต่งด้วยตนเองเพื่อสร้าง ‘รูปลักษณ์’ ที่โปรแกรมโฮสต์ทำไม่ได้ แต่ ON1 Photo RAW ยังทำงานเป็นแบบสแตนด์อโลน โปรแกรมพร้อมด้วยเครื่องมือเรียกดู / แคตตาล็อกภาพของตัวเอง 

ในความเป็นจริงนี่อาจเป็นเครื่องมือแก้ไขภาพเพียงอย่างเดียวที่คุณต้องการแม้ว่าข้อความอินเทอร์เฟซจะค่อนข้างเล็กและการแปลงข้อมูลดิบไม่ตรงกับคุณภาพที่คุณได้รับจาก Capture One และ DxO PhotoLab 

สำหรับพลังความคุ้มค่าและภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ ON1 Photo RAW นั้นยอดเยี่ยมมากและเวอร์ชันล่าสุดได้เพิ่มการมาสก์และคัตเอาต์รูปภาพที่ขับเคลื่อนด้วย AI

7. DxO PhotoLab

ชื่อได้เปลี่ยนไปซอฟต์แวร์ได้ย้ายไปแล้วและตอนนี้ PhotoLab เป็นคู่แข่งที่จริงจังมาก

DxO Optics Pro ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องโปรไฟล์การแก้ไขเลนส์ที่ได้จากห้องปฏิบัติการและการแปลงข้อมูลดิบที่ยอดเยี่ยมได้รับการพัฒนา ก่อนหน้านี้ DxO เคยซื้อ Google Nik Collection และรวมเครื่องมือปรับจุดควบคุมเพื่อนำ PhotoLab ออกมา 

ความแตกต่างอย่างมากระหว่าง PhotoLab และ Optics Pro คือตอนนี้คุณสามารถใช้การปรับแต่งที่มีประสิทธิภาพกับรูปภาพของคุณได้แล้ว PhotoLab ไม่มีเครื่องมือแคตตาล็อกของตัวเองแม้ว่าจะมีเบราว์เซอร์โฟลเดอร์พื้นฐานและเพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากเครื่องมือดิบการแก้ไขมุมมอง (DxO ViewPoint) และ ‘รูปลักษณ์’ ของภาพยนตร์ (DxO FilmPack) คุณต้องจ่ายเพิ่ม . 

ไม่รองรับไฟล์ Fujifilm X-Trans ด้วย อย่างไรก็ตามการแปลงดิบและการแก้ไขเลนส์ของ PhotoLab นั้นค่อนข้างประเสริฐนอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติ ‘PhotoLibrary’ พร้อมด้วยเครื่องมือค้นหาที่ป้อนอัตโนมัติ แต่คุณลักษณะนี้ยังค่อนข้าง จำกัด

  • นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญที่ดีที่สุดภาพสแกนเนอร์และวิธีที่ดีที่สุดให้กับภาพการสำรองข้อมูล 

การแก้ไขภาพคืออะไร?

เราขอให้ Chris Pierce ผู้จัดการผลิตภัณฑ์อาวุโสของ Photo ที่Corelซึ่งเป็นทีมงานเบื้องหลังPaintshop Proเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับคุณสมบัติหลักที่ซอฟต์แวร์แก้ไขภาพควรมี

การถ่ายภาพที่ยอดเยี่ยมไม่เคยง่ายอย่างนี้มาก่อน สมาร์ทโฟนของเรามาพร้อมกับกล้องคุณภาพสูงที่น่าทึ่งซึ่งหมายความว่าคุณสามารถปล่อยให้ความคิดสร้างสรรค์ของคุณโลดแล่นได้โดยไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากไปกับกล้อง DSLR แต่จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป? คุณจะเปลี่ยนภาพถ่ายประจำวันของคุณให้เป็นผลงานชิ้นเอกคุณภาพระดับมืออาชีพได้อย่างไร? 

ในขณะที่คุณสามารถสร้างภาพถ่ายที่น่าทึ่งด้วยความช่วยเหลือจากแอปบนโทรศัพท์ของคุณ แต่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้กับประสิทธิภาพของเครื่องมือแก้ไขระดับมืออาชีพที่ให้คุณควบคุมความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างสมบูรณ์ ในการปลดล็อกศักยภาพของการแก้ไขภาพระดับมืออาชีพคุณต้องลงทุนในซอฟต์แวร์ภาพบนเดสก์ท็อป มาดูการแก้ไขภาพเบื้องต้นเพื่อดูว่าเหตุใดจึงคุ้มค่ากับเวลาของคุณ 

การครอบตัด:เครื่องมือครอบตัดช่วยให้คุณจัดกรอบภาพใหม่หลังจากที่คุณถ่ายภาพแล้ว คำแนะนำง่ายๆที่จะทำให้คุณได้ภาพถ่ายที่ดีขึ้นในทันทีคือกฎสามส่วน หากคุณไม่ได้ถ่ายภาพโดยคำนึงถึงสิ่งนี้ให้ลองครอบตัดเพื่อปรับจุดโฟกัสของภาพ

Sharpening : Sharpening ช่วยให้คุณสามารถลบความเบลอที่เกิดจากเลนส์กล้องเน้นพื้นผิวและทำให้ภาพของคุณคมชัด

การปรับสีและความอิ่มตัว : สีและความอิ่มตัวเป็นเครื่องมือแก้ไขสีที่มีประสิทธิภาพ ปรับเฉดสีเพื่อให้ภาพของคุณมีโทนสีและเพื่อเปลี่ยนอารมณ์ของภาพถ่าย หากคุณต้องการให้สีมีความเข้มมากขึ้นหรือน้อยลงให้ใช้เครื่องมือปรับความอิ่มตัว 

คอนทราสต์ : เครื่องมือคอนทราสต์สามารถทำให้ภาพมีความสดใสมากขึ้นหรือปิดเสียงเพื่อให้ได้ความรู้สึกที่อ่อนลง การใช้สิ่งนี้ร่วมกับเครื่องมือสีและความอิ่มตัวจะสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่ง

การเปิดรับแสง : ภาพอาจสูญเสียรายละเอียดได้เมื่อเซ็นเซอร์วัดแสงของกล้องบันทึกแสงน้อยเกินไปหรือมากเกินไป การแก้ไขค่าแสงมากเกินไปจะป้องกันไม่ให้ภาพของคุณดูสว่างเกินไปและถูกชะล้างออกไปในขณะที่การแก้ไขแสงที่ต่ำเกินไปจะทำให้ภาพที่มืดเกินไปสว่างขึ้น แม้ว่าคุณจะสามารถแก้ไขขั้นพื้นฐานได้โดยใช้ฟิลเตอร์และแอพในโทรศัพท์ แต่ก็ไม่ได้มีเครื่องมือขั้นสูงมากมายในการปรับแต่งรูปภาพของคุณอย่างสมบูรณ์ นี่คือสิ่งที่คุณสามารถทำได้โดยใช้เครื่องมือที่มีให้ผ่านซอฟต์แวร์เดสก์ท็อปเท่านั้น 

เลเยอร์และลบวัตถุออกจากภาพถ่าย : เปิดและปิดเอฟเฟกต์อย่างรวดเร็วโดยใช้เลเยอร์เพื่อทำการแก้ไขที่ซับซ้อนโดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำผิดพลาด ลบวัตถุที่ไม่ต้องการที่แอบเข้ามาในภาพโดยใช้เครื่องมือมาสก์อัจฉริยะ

การรวมรูปภาพ : รวมรูปภาพแยกกันเพื่อสร้างองค์ประกอบที่สร้างสรรค์และมีศิลปะ ซอฟต์แวร์แก้ไขภาพที่ดีจะมีแปรงพิเศษเช่นแปรงปรับแต่งที่ช่วยให้คุณสามารถเลือกส่วนที่มีรายละเอียดของภาพเช่นผมและหญ้าได้อย่างง่ายดาย คุณยังสามารถสร้างงานศิลปะเหนือจริงได้อย่างน่าทึ่งโดยการรวมภาพโดยใช้การถ่ายภาพซ้อน

HDR : ให้ภาพถ่ายของคุณมีความลึกและสีสันสดใสโดยการรวมสแนปต่างๆเข้าด้วยกันเพื่อสร้างภาพ High Dynamic Range (HDR) แม้ว่าแอปแบบธรรมดาจะดีเยี่ยมสำหรับการแก้ไขขั้นพื้นฐาน แต่ก็สามารถนำคุณไปได้ไกล หากต้องการควบคุมการแก้ไขรูปภาพและขั้นตอนการทำงานของคุณอย่างสมบูรณ์คุณจะต้องลงทุนในซอฟต์แวร์เดสก์ท็อป เมื่อคุณเริ่มทำงานกับเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพเหล่านี้ฉันคิดว่าคุณจะพบว่ามันยากที่จะผ่อนน้อยลง

ติดตามข่าวสารเทคโนโลยีใหม่ๆในที่ : Fotofile.co.th

Source : techradar.com

SD Card สำหรับกล้อง โดรนและมือถือ

เมื่อคุณซื้ออุปกรณ์จำพวกกล้องถ่ายภาพ โทรศัพท์ กล้องวงจรปิด หรือแม้แต่โดรนใหม่ สิ่งที่คุณจำเป็นจะต้องซื้อมาด้วย คือ การ์ดหน่วยความจำ หรือ SD Card ที่จะนำมาใช้เก็บข้อมูลต่าง ๆ เช่น ภาพถ่าย วิดีโอ หรือภาพจากกล้องวงจรปิด ในการบันทึกภาพ บันทึกวิดีโอ เราขาดเจ้า SD Card ไม่ได้ แม้ในปัจจุบันกล้องจะมีการถ่ายโอนภาพไปยังมือถือผ่านบลูทูธได้แล้วก็ตาม เนื่องจาก SD Card เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย มีขนาดเล็ก เก็บข้อมูลได้เยอะ ยิ่ง SD Card ที่มีราคาสูง ๆ จะมีการถ่ายโอนที่รวดเร็วมาก

ในบทความนี้เราจะพาคุณไปดู SD Card หน่วยความจำที่ดีที่สุด ตั้งแต่ราคาถูก ๆ ไปจนถึงราคาแพง ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งคุณสามารถซื้อมาใช้งานกับกล้องและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของคุณได้เลย SD Card บางตัวเก็บไฟล์ภาพธรรมดาได้ มีการเขียนอ่านข้อมูลช้า ในขณะที่ SD Card บางตัวเขียนอ่านข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและยังมีความทนทานที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคามันแตกต่างกันมาก

รีวิว Kingston Memory Card Micro SD SDHC Class 10

Kingston Memory Card Micro SD SDHC Class 10

ราคา 51 บาท*Kingston Memory Card Micro SD SDHC Class 10เก็บไฟล์งาน ไฟล์ภาพ ไฟล์เพลง หรือไฟล์วิดีโอ ได้แบบไม่ต้องกลัวเต็มด้วย Kingston Micro SDHC โทนสีดำ ขนาดเล็กกะทัดรัด สะดวกพกพา ใช้งานง่าย มาพร้อมความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็วเต็มสปีดและเทคโนโลยีปกป้อง ข้อมูลสูญหาย ให้คุณจัดเก็บไฟล์งานได้อย่างจุใจ

จุดเด่น

  • ราคาประหยัด

ข้อควรพิจาราณา

  • ใช้สำหรับเก็บไฟล์เล็ก ๆ เหมาะสมกว่า
ความจุ2/4/8/16/32/64/128GB
Speed ClassC10
Video Speed Class
ความเร็วการอ่านข้อมูล45MB/s
ความเร็วการเขียนข้อมูล45MB/s

รีวิว SanDisk Ultra microSDXC

SanDisk Ultra microSDXC

ราคา 260 บาท*SanDisk Ultra microSDXC ความจุ 64GB สำหรับถ่ายภาพ พกพา และจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด ความเร็วในการถ่ายโอนที่รวดเร็วสูงถึง 100MB/วินาที การ์ด SanDisk® สามารถใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตระบบ Android โหลดแอปได้เร็วยิ่งขึ้นด้วยประสิทธิภาพระดับ A1

จุดเด่น

  • ความเร็วในการถ่ายโอนที่รวดเร็วสูงถึง 100MB/วินาที
  • โหลดแอปได้เร็วยิ่งขึ้นด้วยประสิทธิภาพระดับ A1
  • ราคาประหยัด

ข้อควรพิจาราณา

  • ไม่เหมาะสำหรับเก็บไฟล์ภาพหรือวีดีโอขนาดใหญ่
ความจุ64GB
Speed ClassC10
Video Speed Class
ความเร็วการอ่านข้อมูล100MB/s
ความเร็วการเขียนข้อมูล80MB/s

รีวิว Samsung EVO Plus 64GB

Samsung EVO Plus 64GB

ราคา 380 บาท*Samsung EVO Plus 64GB สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่หลากหลายสำหรับการ์ด SD และ micro SD คุณสามารถบันทึกวิดีโอ 4K UHD ที่มีรายละเอียดคมชัดได้อีกด้วย อแด็ปเตอร์ SD ที่ให้มารองรับอุปกรณ์ส่วนใหญ่เกือบทุกยี่ห้อ พร้อมทั้งรักษาความเร็วและประสิทธิภาพที่โดดเด่นของ EVO Plus เพิ่มพื้นที่ว่างให้กับอุปกรณ์ของคุณด้วยความจุมากที่สุด พร้อมความเร็วในการอ่าน/เขียนสูงสุด การ์ดที่ตอบโจทย์ได้อย่างลงตัวเติมเต็มความต้องการด้านความเร็วความจุที่เหลือเฟือสำหรับการใช้ชีวิต

จุดเด่น

  • รองรับสำหรับวิดีโอ 4K UHD*
  • คุ้มค่ากับราคา
ความจุ64GB
Speed ClassC10
Video Speed Class
ความเร็วการอ่านข้อมูล100MB/s
ความเร็วการเขียนข้อมูล60MB/s

รีวิว SanDisk Extreme Pro

SanDisk Extreme Pro

ราคา 535 บาท*SanDisk Extreme Pro microSDXCให้ความเร็วสูงสุดสำหรับการถ่ายโอนข้อมูล ให้ประสิทธิภาพการทำงานของแอป และวิดีโอ 4K UHD เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสมาร์โฟน Android™, กล้อง Action Camera หรือโดรน การ์ด microSD ประสิทธิภาพสูงนี้บันทึกภาพวิดีโอได้ในระดับ 4K UHD, Full HD และภาพถ่ายความละเอียดสูง การ์ดหน่วยความจำ SanDisk Extreme® PRO microSDXC™ ที่เร็วเป็นพิเศษนี้มีความเร็วในการอ่านสูงสุด 170 MB/วินาที และความเร็วในการเขียนสูงสุด 90 MB/วินาที นอกจากนี้ ยังได้รับการจัดอันดับในระดับ A2 ดังนั้นคุณจึงสามารถได้รับประสิทธิภาพการใช้งานอย่างรวดเร็วสำหรับประสบการณ์สมาร์ทโฟนที่สุดพิเศษ

จุดเด่น

  • บันทึกภาพวิดีโอได้ในระดับ 4K UHD, Full HD
  • ความเร็วในการอ่านสูงสุด 170 MB/วินาที และความเร็วในการเขียนสูงสุด 90 MB/วินาที
  • ได้รับการจัดอันดับในระดับ A2
  • คุ้มค่ากับราคา
ความจุ64GB
Speed ClassC10
Video Speed ClassV30
ความเร็วการอ่านข้อมูล170MB/s
ความเร็วการเขียนข้อมูล90MB/s

รีวิว Lexar 64GB SDXC Professional 2000x

Lexar 64GB SDXC Professional 2000x

ราคา 3,299 บาท*Lexar 64GB SDXC Professional 2000xมาพร้อมการ์ด Lexar Professional 2000x SDHC / SDXC UHS-II มาพร้อมกับเครื่องอ่าน SD UHS-II สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ความเร็วสูงซึ่งช่วยเร่งขั้นตอนการทำงานของคุณตั้งแต่ต้นจนจบ สามารถใช้กับกล้องถ่ายวิดีโอ 4K หรือกล้อง 3D ได้ สามารถถ่ายภาพคุณภาพสูง 1080p full-HD , 3D และวิดีโอ 4K ได้อย่างสบาย ๆ

จุดเด่น

  • มาพร้อมกับเครื่องอ่าน SD UHS-II สำหรับการถ่ายโอนไฟล์ความเร็วสูง
  • ความเร็วในการอ่าน 300 MB/s ความเร็วในการเขียน 300 MB/s
  •  สามารถถ่ายภาพคุณภาพสูง 1080p full-HD , 3D และวิดีโอ 4K

ข้อควรพิจาราณา

  • ราคาค่อนข้างสูง
ความจุ64GB
Speed ClassC10
Video Speed ClassV90
ความเร็วการอ่านข้อมูล300MB/s
ความเร็วการเขียนข้อมูล300MB/s

รีวิว Sony 64GB SDXC UHS-II G-Series TOUGH

Sony 64GB SDXC UHS-II G-Series TOUGH

ราคา 4,199 บาท*Sony 64GB SDXC UHS-II G-Series TOUGH 300MB/sข้อมูลจำเพาะ TOUGH ที่มีการออกแบบป้องกันการบดและการกระแทก การออกแบบที่ไม่มีโครง และสวิตช์เพิ่มความน่าเชื่อถือและขจัดความเสี่ยงในการแตกหัก การกันฝุ่นและน้ำในระดับสูงสุด (IP68) ความเร็วการเขียนที่เร็วที่สุดในโลกที่สูงสุด 299MB/s สำหรับการถ่ายภาพต่อเนื่องและความละเอียดสูง SD Scan Utility จะตรวจสอบสภาพการ์ดของคุณ และแจ้งให้คุณทราบก่อนที่จะถึงขีดจำกัดรอบการเขียน

จุดเด่น

  • ความเร็วในการอ่าน 300 MB/s ความเร็วในการเขียน 299 MB/s
  •  สามารถถ่ายภาพคุณภาพสูง 1080p full-HD , 3D และวิดีโอ 4K
  • การกันฝุ่นและน้ำในระดับสูงสุด (IP68)

ข้อควรพิจาราณา

  • ราคาค่อนข้างสูง
ความจุ64GB
Speed ClassC10
Video Speed ClassV90
ความเร็วการอ่านข้อมูล300MB/s
ความเร็วการเขียนข้อมูล299MB/s

รีวิว Sony XQD Card G Series

Sony XQD Card G Series

ราคา 4,790 บาท*Sony XQD Card G Seriesเมมโมรีการ์ดคุณภาพสูง มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ ด้วยขนาดความจุถึง 64 GB ความเร็วในการอ่าน 44o MB/s ความเร็วในการเขียน 400 MB/s ทำให้การทำงานของคุณรวดเร็วขึ้น ให้ภาพราบรื่นขึ้น สามารถถ่ายวีดีโอ 4k ได้อย่างสบาย ไม่สดุด ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ยาวนาน

จุดเด่น

  • ความเร็วในการอ่าน 44o MB/s ความเร็วในการเขียน 400 MB/s
  • การทำงานรวดเร็วขึ้น ทำให้ภาพราบรื่นขึ้น
  • สามารถถ่ายวีดีโอ 4k

ข้อควรพิจาราณา

  • ราคาสูง
ความจุ64GB
Speed ClassC10
Video Speed ClassV30
ความเร็วการอ่านข้อมูล440MB/s
ความเร็วการเขียนข้อมูล400MB/s

* หมายเหตุ: ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า

ตารางเปรียบเทียบ รีวิว SD CARD สำหรับมือถือ กล้อง และโดรน
รูปภาพยี่ห้อ/รุ่นสินค้าคุณสมบัติข้อมูลเพิ่มเติม
Kingston Memory Card Micro SD SDHC Class 10Kingston Memory Card Micro SD SDHC Class 10ความจุ : 2/4/8/16/32/64/128GBSpeed Class : C10Video Speed Class : -ความเร็วการอ่านข้อมูล : 45MB/sความเร็วการเขียนข้อมูล : 45MB/s
SanDisk Ultra microSDXCSanDisk Ultra microSDXCความจุ : 64GBSpeed Class : C10Video Speed Class : -ความเร็วการอ่านข้อมูล : 100MB/sความเร็วการเขียนข้อมูล : 80MB/s
Samsung EVO Plus 64GBSamsung EVO Plus 64GBความจุ : 64GBSpeed Class : C10Video Speed Class : -ความเร็วการอ่านข้อมูล : 100MB/sความเร็วการเขียนข้อมูล : 60MB/s
SanDisk Extreme ProSanDisk Extreme Proความจุ : 64GBSpeed Class : C10Video Speed Class : V30ความเร็วการอ่านข้อมูล : 170MB/sความเร็วการเขียนข้อมูล : 90MB/s
Lexar 64GB SDXC Professional 2000xLexar 64GB SDXC Professional 2000xความจุ : 64GBSpeed Class : C10Video Speed Class : V90ความเร็วการอ่านข้อมูล : 300MB/sความเร็วการเขียนข้อมูล : 300MB/s
Sony 64GB SDXC UHS-II G-Series TOUGHSony 64GB SDXC UHS-II G-Series TOUGHความจุ : 64GBSpeed Class : C10Video Speed Class : V90ความเร็วการอ่านข้อมูล : 300MB/sความเร็วการเขียนข้อมูล : 299MB/s
Sony XQD Card G SeriesSony XQD Card G Seriesความจุ : 64GBSpeed Class : C10Video Speed Class : V30ความเร็วการอ่านข้อมูล : 440MB/sความเร็วการเขียนข้อมูล : 400MB/s

คุณต้องใช้การ์ดหน่วยความจำชนิดไหน ?

มาตรฐานของ MicroSD Card มีการแบ่งมาตราฐานเอาไว้ทั้งหมด 3 มาตรฐานอันประกอบไปได้ MicroSD, MicroSDHC และ MicroSDXC ซึ่งสิ่งที่จะแตกต่างกันหลัก ๆ  คือ ความจุสูงสุด และอัตราการโอนถ่ายข้อมูลสูงสุด ดังข้อมูลต่อไปนี้

  • MicroSD – มีความจุสูงสุดอยู่ที่ 2 GB อัตราการโอนถ่ายข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 25MB/s
  • MicroSDHC – มีความจุอยู่ระหว่าง 4 GB ถึง 32 GB อัตราการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ระหว่าง 50 MB/s ถึง 150 MB/s
  • MicroSDXC – มีความจุอยู่ระหว่าง 32 GB ถึง 200 GB อัตราการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ระหว่าง 50 MB/s ถึง 312 MB/s

MicroSD Card ทั้ง 3 แบบนั้น จะมีขนาดที่เท่ากันทั้งหมด จึงทำให้มีหลาย ๆ คนสับสน ดังนั้นก่อนที่คุณจะทำการเลือกซื้อ ให้คุณสักเกตุให้ดี บริเวณได้บนของ MicroSD Card จะมีสัญลักษณ์สำหรับใช้ในการบ่งบอกถึงสเปคของ MicroSD Card

วิธีซื้อการ์ดหน่วยความจำที่ดีที่สุดสำหรับกล้องของคุณ

  1. ความจุ (Capacity) – หากคุณซื้อ MicroSD Card ที่มีความจุต่ำ แล้วคุณมีกล้องที่ผลิตไฟล์ความละเอียดสูง MicroSD Card ของคุณจะเต็มอย่างรวดเร็วและคุณจะต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบ่อย ๆ ดังนั้นหากคุณชอบถ่าบภาพ ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูง ๆ ควรซื้อ MicroSD Card ที่มีความจุสูง ๆ ไปเลยดีกว่า ตั้งแต่ 64GB ถึง 256GB เป็นช่วงความจุที่กำลังพอดี
  2. อัตราการโอนถ่ายข้อมูล (Speed) – ขึ้นอยู่กับว่าคุณนำไปถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโออะไร เพราะอัตราการโอนถ่ายข้อมูลสูง ๆ เหมาะกับไฟล์ขนาดใหญ่ เช่น 1080p full-HD , 3D หรือ วิดีโอ 4K แต่ยิ่ง MicroSD Card ของคุณมีอัตราการโอนถ่ายข้อมูลสูงเท่าไหร่ ราคาก็สูงตามไปด้วย

บทส่งท้าย

MicroSD Card จะซื้อให้คุ้มต้องดูการใช้งานของคุณเอง ว่าจะนำไปใช้กับอะไร หากใช้กับโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ MicroSD Card ที่มีอัตราการโอนถ่ายข้อมูลอยู่ระหว่าง 100 MB/s ขึ้นไป หรือ หากคุณจะนำไปใช้กับโดรนติดกล้อง ก็ควรที่จะเลือกที่ขนาดความจุสูง ๆ แต้ถ้าโดรนของคุณสามารถถ่ายวีดีโอความละเอียดสูง ๆ ได้ คุณก็ต้องใช้ MicroSD Card ที่มีอัตราการโอนถ่ายข้อมูลสูง ๆ ด้วย เราหวังว่าข้อมูลทั้งหมดนี้สามารถทำให้คุณสามารถเลือกได้แล้วว่าต้องการใช้ MicroSD Card แบบไหน ขนาดไหน ถึงจะเหมาะสมกับการใช้งานของคุณ

ติดตามข่าวสารรีวิวกล้องอื่นๆได้ที่ : Fotofile Credit : bestreview.asia

กล้องถ่ายรูป ที่ดีที่สุด สำหรับมือใหม่ ในปี 2020 – 2021

หากคุณเป็นรักในการถ่ายรูปเป็นชีวิตจิตใจ และอยากจะพัฒนาความสามารถในการถ่ายรูปขึ้นมาอีกระดับ โดยมองหากล้องถ่ายรูปดี ๆ สักตัว ที่ไม่ใช่แค่กล้องถ่ายรูปในโทรศัพท์มือถืออีกต่อไป นี่จะเป็นรีวิวที่ช่วยให้คุณได้ความรู้เกี่ยวกับกล้องและเคล็ดลับในการเลือกซื้อกล้องตัวแรกที่เหมาะสมกับคุณ

การเลือกซื้อกล้องตัวแรกสำหรับมือใหม่นั้น ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือเป็นกล้องตัวโปรเสมอไป คุณควรจะลงทุนกับกล้องที่ราคาไม่สูงมากนัก จากนั้นค่อยขยับขยายซื้อเลนส์และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ไปเรื่อย ๆ เมื่อคุณมีประสบการณ์ในการถ่ายภาพที่มากพอ เรามีคำแนะนำดี ๆ สำหรับผู้ที่เป็นตากล้องมือใหม่ให้คุณได้เรียนรู้ เพื่อที่ได้พัฒนาต่อยอดความสามารถให้มากยิ่งขึ้น

กล้อง Mirrorless ต่างจากกล้อง DSLR อย่างไร

กล้อง Mirrorless : เป็นกล้องมีการทำงานที่ไม่ซับซ้อน เน้นความสะดวกในการพกพาเมื่อเทียบกับกล้อง DSLR ที่มีน้ำหนักหนักกว่า ส่วนฟังก์ชันการทำงานต่าง ๆ ของกล้อง Mirrorless ก็ใช้งานได้ง่ายกว่ากล้อง DSLR แต่ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพออกมาคุณภาพไม่ได้แพ้กล้อง DSLR เลย เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มใช้งานกล้อง

กล้อง Mirrorless และ กล้อง DSLR

สำหรับกล้อง DSLR : จะให้อารมณ์ในการถ่ายภาพดีมากกว่า ตัวกล้องมีขนาดใหญ่และด้วยน้ำหนักที่ค่อนข้างหนัก จึงให้ความบาลานซ์ได้ดี เมื่อใช้เลนส์เสริม และยังจับถนัดมือ ให้ความรู้สึกมั่นคงในการจับมากกว่า สำหรับช่องมองภาพมีโฟกัสที่ไว มีเลนส์หลากหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งยังสามารถใช้แบตได้นานกว่า กล้อง DSLR เป็นกล้องที่ไม่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น เพราะต้องใช้ประสบการณ์และต้องความสามารถขั้นสูงในการใช้งาน

วิธีเลือกซื้อกล้องสำหรับมือใหม่

  1. เลือกกล้องที่มีน้ำหนักเบา พกพาได้สะดวก ขนาดกะทัดรัดพอดี ไม่เล็กไปไม่ใหญ่ไป
  2. เลือกจอแสดงผลแบบ touchscreen เพราะใช้งานได้ง่ายกว่า
  3. เลือกกล้องที่มีช่องมองภาพ (Viewfinder) เพราะจะสะดวกในการมองภาพ ทำให้เห็นภาพได้ชัดเจนแม้มีแสงจ้า
  4. สำหรับมือใหม่เลือกกล้องที่มี Auto Mode ที่สามารถตั้งค่าให้เราได้อัตโนมัติจะดีมาก ๆ เลย เพราะเราจะได้เรียนรู้เทคนิคการถ่ายภาพจากตรงนี้
  5. สำหรับเซนเซอร์ APS-C นั้นจะเหมาะกับการถ่ายภาพแบบซูม
  6. สำหรับเซนเซอร์ Micro 4/3 จะเหมาะสำหรับถ่ายวิวทิวทัศน์ ทที่เน้นมุมมองเป็นแนวกว้าง ๆ
  7. ควรเลือกกล้องทีมี Wi-Fi หรือ Bluetooth ในการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์หรือคอมพิวเตอร์ เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
  8. เลือกกล้องที่มีเลนส์เสริม ที่สามารถหาซื้อได้ง่าย
NIKON D3500 รูปภาพจาก NIKON

สำหรับใครที่กำลังมองหา SD Card สำหรับใช้กับกล้องถ่ายรูปและวิธีฟอร์แมต SD card เพื่อเก็บรูปภาพจำนวนมาก ๆ เราได้เคยแนะนำ SD Card ไว้แล้วให้คุณได้เลือกพิจารณา SD Card ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ หรือหากคุณกำลังมองหากล้องถ่ายสำหรับการใช้งานประเภทอื่นอาทิเช่น กล้องแอคชั่น หรือ กล้อง GoPro สำหรับบันทึกประสบการณ์การผจญภัยของคุณและอุปกรณ์เสริมกล้อง GoPro ใช้อย่างให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด หรือจะเป็นกล้องอินสแตนท์ที่ถ่ายปุ๊บได้รูปปั๊บซึ่งเหมาะสำหรับสาว ๆ มาก ๆ เลยค่ะ กล้องคอมแพคก็เหมาะสำหรับเน้นใช้งานสะดวกและง่ายในการใช้งาน ไม่ว่าจะกล้องแบบไหนต่างก็ล้วนขึ้นอยู่กับความถนัดและวัตถุประสงค์ในการใช้งานของคุณทั้งนั้น ดังนั้นโปรดตรวจสอบตัวเองให้แน่ใจใจก่อนเป็นอันดับแรกว่าต้องการใช้งานไปในประเภทไหนนะคะ ?

เอาล่ะค่ะก่อนที่ไปดูบทสรุปว่าใครเหมาะสำหรับกล้องแบบไหน เราอยากให้คุณได้ลองอ่านรีวิวที่เรารวบรวมข้อมูลจากผู้ใช้งานจริง ๆ แล้วสรุปออกมาแบบสั้น ๆ ให้คุณได้อ่านกันแบบเข้าใจง่าย ๆ เพื่อที่คุณจะได้รู้ใจตัวเองกันก่อนว่าคุณเหมาะกับแบบไหน จากนั้นค่อยไปดูบทสรุปของเราว่าตรงกันกับใจคุณรึป่าว ?

รีวิว Canon EOS 2000D kit 18-55 mm.

Canon EOS 2000D kit 18-55 mm.รูปภาพจาก Canon

ราคา 11,090 บาท*หากคุณมีงบประมาณที่ไม่สูงมากนัก แต่คุณต้องการใช้กล้อง DSLR เราขอแนะนำกล้อง Canon EOS 2000D ที่คงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ ด้วยราคาเพียงหมื่นต้น ๆ คุณก็สามารถเป็นเจ้าของกล้อง DSLR ได้แล้ว นอกจากนี้คุณยังจะได้รับเซ็นเซอร์ APS-C 24.2 ล้านพิกเซล และโหมดถ่ายภาพทั้งหมด ที่เหมาะสำหรับคนเริ่มต้นใช้กล้องต้องเรียนรู้ คุณยังสามารถเพิ่มเลนส์เสริมและอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ได้หากคุณต้องการจะยกระดับกล้องของคุณให้โปรกว่าเดิม แต่เนื่องจากราคาที่ไม่สูงมากนัก จึงอาจจะมีข้อเสียบางอย่าง อาทิเช่น หน้าจอที่ไม่ไวต่อการสัมผัส และสำหรับคนที่เน้นการถ่ายวิดีโอกล้องตัวนี้อาจจะไม่ใช่ทางของคุณสักเท่าไหร่ เพราะไม่มีวิดีโอ 4K

เหตุผลในการซื้อ

  • เป็นกล้อง DSLR ในราคาประหยัด
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ดีในระดับหนึ่ง
  • มีการเชื่อมต่อ Wi-Fi

ข้อควรพิจารณา

  • หน้าจอไม่ไวต่อการสัมผัส
  • ไม่มีวิดีโอ 4K
เซนเซอร์24.1 MP APS-C
เลนส์เมาท์Canon EF/EF-S
การเชื่อมต่อWi-Fi & NFC
วิดีโอ1080p
อายุแบตเตอรี่500 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก475g
การรับประกัน1 ปี

รีวิว Nikon D3500 18-55mm KIT / DSLR Camera

Nikon D3500 18-55mm KIT / DSLR Cameraรูปภาพจาก NIKON

ราคา 13,900 บาท*กล้อง Nikon D3500 เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่เราอยากแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มเล่นกล้อง เพราะกล้องตัวนี้มี Guide Mode หรือคุณสามารถใช้ Auto Mode สำหรับการเริ่มถ่ายแบบ Snapping ก็ยังได้ (Snapping คือการถ่ายแบบไม่คำนึงเรื่อง Composition) สำหรับในอนาคตคุณก็สามารถเลือกซื้อเลนส์เสริมที่มีให้เลือกได้อย่างมากมาย รวมถึงอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่นรีโมทคอนโทรล ในเรื่องของอายุการใช้งานนั้นค่อนข้างกินแบตเตอรี่น้อยมาก คุณสามารถถ่ายรูปได้ 1,650 ช็อตโดยที่แบตไม่หมด เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการเดินทางและวันหยุดพักผ่อน ทั้งยังมี Bluetooth สำหรับถ่ายโอนภาพไปยังสมาร์ทโฟนของคุณได้อีกด้วย

เหตุผลในการซื้อ

  • เป็นกล้อง DSLR ที่ใช้งานง่าย
  • มี Guide Mode
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
  • ราคาไม่แพง

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่มี Wi-Fi
  • ไม่ใช่หน้าจอทัชสกรีน
  • ไม่มีวิดีโอ 4K
เซนเซอร์24.2MP APS-C
เลนส์เมาท์Nikon F
การเชื่อมต่อBluetooth
วิดีโอ1080p
อายุแบตเตอรี่1,650 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก415g
การรับประกัน1 ปี

รีวิวกล้อง Olympus Camera E-PL9 เลนส์ 14-42 mm

Olympus Camera E-PL9 เลนส์ 14-42 mmรูปภาพจาก Olympus

ราคา 15,190 บาท*กล้อง E-PL9 เป็นตัวเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานรวมกับสมาร์ทโฟน ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีช่องมองภาพ (viewfinder) แต่ถ้าหากคุณใช้ร่วมกับโทรศัพท์ของคุณก็ดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรนัก และถึงแม้เซ็นเซอร์จะมีขนาดเล็ก แต่หากคุณไม่ได้ใช้ถ่ายภาพอย่างต่อเนื่องในที่ที่มีแสงน้อย ก็ไม่ใช่ข้อเสียของกล้องตัวนี้อีกเช่นกัน และแน่นอนว่ามันสามารถอัดวีดีโอแบบ 4K ได้ ดังนั้นนี่จึงเป็นกล้องที่เหมาะสำหรับ Vloggers หรือนักเขียนบล็อก อีกทั้งยังเหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มเล่นกล้องอีกด้วย

เหตุผลในการซื้อ

  • ราคาดี
  • เหมาะสำหรับ Vloggers หรือนักเขียนบล็อก
  • ใช้งานง่าย

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่มีช่องมองภาพ (viewfinder)
  • เซ็นเซอร์ขนาดเล็กกว่าตัวอื่น ๆ เทียบกับสินค้าที่เรารีวิวในบทความนี้
เซนเซอร์16.1MP Four Thirds Live MOS
เลนส์เมาท์Micro Four Thirds
การเชื่อมต่อWi-Fi & Bluetooth
วีดีโอ4K
อายุแบตเตอรี่350 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก380g
การรับประกัน1 ปี

รีวิวกล้อง Canon EOS M200 EF-M 15-45 mm. F3.5-6.3 IS STM

Canon EOS M200 EF-M 15-45 mm. F3.5-6.3 IS STMรูปภาพจาก Canon

ราคา 15,585 บาท*ในขณะที่ชื่อ “Canon” ที่อยู่ด้านหน้าทำให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณได้รับสิ่งที่ดี แต่ในความจริงแล้วกล้อง EOS M200 ไม่ใช่กล้องมิเรอร์เลสที่น่าตื่นเต้นที่สุด โครงสร้างของมันไม่สะดวกสบายหรือถูกหลักสรีรศาสตร์เหมือนรุ่นอื่น ๆ และภาพของมันไม่มีสีที่หลากหลายเหมือนดั่งกล้อง Fujifilm ย่างไรก็ตามสิ่งที่ดีที่สุดนั่นก็คือราคา กล้องตัวนี้เป็นมิเรอร์เลสที่ไม่แพงมากและยังมีคุณภาพที่ดี มาในขนาดเล็กทำให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย มันจึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการเดินทาง รวมถึงวิดีโอ 4K (แม้ว่าจะครอบตัด 1.6x) ข้อเสียอย่างหนึ่งคือไม่มีช่องเสียบไมโครโฟนเพื่อปรับปรุงคุณภาพเสียง มันเป็นตัวเลือกงบประมาณที่น้อยแต่ต้องการใช้แบรนด์ที่มีคุณภาพ แต่ไม่มีอะไรพิเศษ มีเซ็นเซอร์แบบเปิดใช้งานการตรวจจับระยะโฟกัสอัตโนมัติ รวมถึงเครื่องมือประมวลผล Digic 8 ล่าสุดของแคนนอน สามารถในการบันทึก วิดีโอ 4K ออกแบบให้ใช้งานง่าย

จุดเด่น

  • คุ้มค่าคุ้มราคา เพราะเป็นกล้องมิเรอร์เลสที่เล็กและราคาไม่แพงที่สุดของแบรนด์
  • คุณสมบัติที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น
  • ถ่ายวิดีโอ 4K
  • หน้าจอสัมผัสชนิดปรับเอียงได้

ข้อควรพิจาณา

  • คุณภาพของภาพ
  • วิดีโอ 4K ถูกครอบตัด
  • 4K จำกัด ที่ AF ตรงกันข้าม
  • ไม่มีอินพุตไมโครโฟน
เซนเซอร์CMOS รูปแบบ APS-C
เลนส์เมาท์Canon EF-M
การเชื่อมต่อWi-Fi, Bluetooth, HDMI, USB
วิดีโอ4K
แบตเตอรี่Rechargeable Li-ion LP-E12
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก299g
การรับประกัน1 ปี

รีวิวกล้อง Sony a6000 Kit 16-50mm

Sony a6000 Kit 16-50mmรูปภาพจาก SONY

ราคา 15,990 บาท*ถึง A6000 จะเป็นรุ่นเก่า แต่ยังคงเป็นรุ่นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เริ่มต้นซื้อกล้อง เพราะมีโหมดการถ่ายภาพที่แตกต่างกัน ซึ่งหมายความว่าคุณมีโอกาสที่จะเรียนรู้และพัฒนาประสบการณ์ได้จาก Sony A6000 อีกทั้งยังมีเลนส์และอุปกรณ์เสริมมากมายให้เลือกเล่น ตัวกล้องมีขนาดกะทัดรัด จึงเหมาะสำหรับการเริ่มต้นการเดินทาง แถมยังมีระบบโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วเป็นพิเศษ หน้าจอเป็น LCD ที่สามารถปรับเอียงได้ ใช้ Wi-Fi และ NFC ในการเชื่อมต่อ

เหตุผลในการซื้อ

  • ระบบโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็ว
  • AF ไฮบริดได้อย่างรวดเร็ว
  • ราคาไม่แพง

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่มีวิดีโอ 4K
  • การตอบสนองของหน้าจอช้า
  • ใช้เทคโนโลยีเก่า
เซนเซอร์24.3MP APS-C
เลนส์เมาท์Sony E Mount
การเชื่อมต่อWi-Fi & NFC
วิดีโอ1080p
อายุแบตเตอรี่360 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก285g
การรับประกัน1 ปี

รีวิวกล้อง Olympus OM-D E-M10 Mark III Kit 14-42 MM

Olympus OM-D E-M10 Mark III Kit 14-42 MMรูปภาพจาก Olympus

ราคา 16,000 บาท*กล้อง Mirrorless ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น เป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพสูงและคุณสมบัติมากมาย ออกแบบมาในทรงเก๋ไก๋ย้อนยุค เป็นรุ่นที่มีราคาต่ำที่สุดและเป็นมิตรกับผู้เริ่มต้นมาก มาพร้อมช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ความละเอียดสูง 2.36 ล้าน และหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูงที่ปรับเอียงได้ การป้องกันภาพสั่นไหว 5 แกน สามารถใช้งานได้กับเลนส์ใด ๆ ได้ทำให้คุณได้สนุกที่จะใช้กล้องมากขึ้น การออกแบบที่กะทัดรัดและสิ่งอำนวยความสะดวกและการพกพา การซูมกำลังดีสำหรับการจับภาพเคลื่อนไหว สามารถถ่ายภาพเคลื่อนไหว 4K UHD และถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่องได้มากถึง 8.6fps ด้วยราคาขนาดและฟีเจอร์ทำให้กล้องนี้เป็นกล้องที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เริ่มต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณเป็นบล็อก, วิดีโอบล็อกและวิดีโอ 4K แม้ว่าใช้เซ็นเซอร์ Micro Four Thirds ที่ขนาดเล็กกว่ากล้อง Mirrorless และ DSLR แต่ยังใหญ่กว่าในกล้องดิจิตอลคอมแพครวมถึงสมาร์ทโฟนทั่วไป มาพร้อมวิดีโอ 4K และหน่วยประมวลผลภาพที่ทรงพลัง

จุดเด่น

  • การออกแบบย้อนยุคคลาสสิก แต่การใช้งานล้ำสมัย เหมาะสำหรับคนที่ชอบทรงกล้องแบบย้อนยุค
  • สามารถเอียงหน้าจอสัมผัส
  • มีวิดีโอ 4K
  • ขนาดเล็กเหมาะสำหรับนักเดินทาง
  • ช่องมองภาพความละเอียดสูง
  • คุณสมบัติทรงพลังในตัวเครื่องขนาดเล็ก
  • การป้องกันภาพสั่นไหวในกล้อง 5 แกน

ข้อควรพิจารณา

  • พิกเซลค่อนข้างต่ำ
  • ยังไม่มีเซ็นเซอร์ 20MP
  • ราคาแพงกว่ากล้อง DSLR บางรุ่น
เซนเซอร์16.1MP Micro Four Thirds
เลนส์เมาท์Micro Four Thirds
การเชื่อมต่อWi-Fi
วิดีโอ4K
อายุแบตเตอรี่N/A
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก410g
การรับประกัน1 ปี

รีวิวกล้อง Nikon D5600 Kit + Lens AF-P DX18-55

Nikon D5600 Kit + Lens AF-P DX18-55รูปภาพจาก Nikon

ราคา 17,790 บาท*กล้อง DSLR สำหรับผู้เริ่มต้นที่ยกระดับขั้นขึ้นมาอีก แต่ยังคงนั้นค่อนข้างแพงในการซื้อสำหรับผู้เริ่มต้น แม้จะเป็นเพียงการอัปเกรดเล็กน้อยเป็น D5500 แต่ D5600 ยังคงเป็นกล้อง DSLR ระดับสูงที่มีความสามารถสูง แต่ยังขาดโหมดการถ่ายภาพคู่มือแบบอินเทอร์แอคทีฟของ D3500 แต่ก็ยังใช้งานได้ง่ายด้วยโหมดอัตโนมัติ, เอฟเฟกต์ และการควบคุมการเปิดรับแสงเอง มีระบบโฟกัสอัตโนมัติ 39 จุดครอบคลุมเฟรมได้ดีกว่า D3500 เหมาะสำหรับการติดตามวัตถุที่เคลื่อนไหว เพื่อให้ได้การควบคุมที่แม่นยำมากขึ้น มีออโต้โฟกัสแบบ live view มีประสิทธิภาพโดยรวมยอดเยี่ยมและตัวเลือกเลนส์มีมากมาย ระบบปรับโฟกัสอัตโนมัติสมดุลแสงขาวและระบบรับแสงของ D5600 ทำงานได้ดี เซ็นเซอร์ความละเอียดสูง 24.2MP ให้ภาพที่มีรายละเอียดมาก สำหรับ D5600 เป็นตัวเลือกที่ดีถ้าคุณพร้อมที่จะลองเทคนิคขั้นสูงขึ้น เราขอแนะนำให้ใช้เลนส์ kit VR-18-55mm VR ของ Nikon

จุดเด่น

  • ระบบ AF ขั้นสูง
  • หน้าจอสัมผัสที่ดี
  • มีประสิทธิภาพโดยรวมที่ยอดเยี่ยม
  • กล้อง D5600 เป็นกล้อง DSLR ระดับกลางที่ดีมาก
  • มี Live View ที่ดี
  • มีขนาดเล็ก กะทัดรัด เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นความสะดวกในการพกพา

ข้อควรพิจารณา

  • หน้าจอ ISOsVari-angle
  • วิดีโอ 1080p เท่านั้น ไม่มีการจับภาพวิดีโอ 4K
  • ราคาแพงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง
  • ระบบ SnapBridge น่าประทับใจน้อยกว่ารุ่นอื่น ๆ
  • มันใช้งานได้ดี แต่อาจจะช้าหากใช้งานด้วยสมาร์ทโฟน Android
เซนเซอร์APS-C CMOS
เลนส์เมาท์Nikon F (DX)
การเชื่อมต่อWi-Fi, NFC, Bluetooth
วิดีโอ1080p
อายุแบตเตอรี่820 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก465g
การรับประกัน1 ปี

รีวิวกล้อง Canon EOS 250D Kit 18-55 mm.

Canon EOS 250D Kit 18-55 mm.รูปภาพจาก Canon

ราคา 17,990 บาท*Nikon และ Canon ถือว่าเป็นแบรนด์คู่แข่งของวงการกล้องถ่ายรูปที่สมน้ำสมเนื้อมาก เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่เราอยากแนะนำสำหรับผู้ที่เริ่มใช้กล้องใหม่ ๆ ที่ค่อนข้างจำกัดงบประมาณ สำหรับ Canon EOS 250D ตัวนี้เป็นกล้องแบบ DSLR เช่นกัน ตัวกล้องมีน้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่กล้องที่ถูกที่สุดของ Canon และแม้ว่าจะไม่มีโหมดนำทางแบบเต็มรูปแบบให้คุณได้ใช้งาน แต่ก็มีโหมด Guide Interface ที่จะช่วยให้คุณเข้าใจฟังก์ชั่นและการตั้งค่าต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

เหตุผลในการซื้อ

  • เป็นกล้อง DSLR ที่น้ำหนักเบา มีขนาดกะทัดรัด
  • หน้าจอทัชสกรีนที่หมุนปรับได้
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนาน
  • วิดีโอ 4K

ข้อควรพิจารณา

  • ใช้ระบบแบบ Date AF
  • วิดีโอ 4K ถูกครอบตัด
  • มีขนาดใหญ่กว่ารุ่นก่อน ๆ (รุ่น mirrorless)
เซนเซอร์24.1MP APS-C CMOS
เลนส์เมาท์EF-S
การเชื่อมต่อWi-Fi & Bluetooth
วิดีโอ4K (ครอบตัด)
อายุแบตเตอรี่1,070 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก449g
การรับประกัน1 ปี

รีวิวกล้อง Panasonic Lumix GX9 kit lens 12-32mm

Panasonic Lumix GX9 kit lens 12-32mmรูปภาพจาก Panasonic

ราคา 19,250 บาท*Panasonic เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นถ่ายภาพและเหมาะสำหรับผู้ชื่นชอบในการเดินทาง เพราะมีการใช้งานง่าย สามารถใช้งานโหมดวิดีโอและภาพถ่ายได้แบบ 4K จึงสามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างมีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้จึงเป็นนิยมสำหรับอาชีพ Vloggers หรือนักเขียนบล็อก ทั้งยังมีจอ LCD แบบ Tilting พร้อมระบบทัชสกรีนทำให้คุณใช้งานได้สะดวกสุด ๆ และเนื่องจากเป็นเลนส์แบบ Micro Four Thirds ที่มีความสามารถล้นหลามจึงทำให้คุณไม่ต้องดิ้นรนหาอุปกรณ์เสริมอีกต่อไป

เหตุผลในการซื้อ

  • การออกแบบที่มีขนาดกะทัดรัด
  • เหมาะสำหรับผู้ชอบเดินทาง
  • โหมดวิดีโอและภาพถ่ายแบบ 4K
  • ช่วงกว้างของเลนส์เนทีฟ

ข้อควรพิจารณา

  • เซ็นเซอร์ขนาดเล็กกว่าตัวอื่น ๆ เทียบกับสินค้าที่เรารีวิวในบทความนี้
  • มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่จำกัด
  • ช่องมองภาพ (viewfinder) มีขนาดเล็ก
เซนเซอร์21.7MP Four Thirds Live MOS
เลนส์เมาท์Micro Four Thirds
การเชื่อมต่อWi-Fi & Bluetooth
วีดีโอ4K
อายุแบตเตอรี่260 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก450g
การรับประกัน1 ปี

รีวิว Fujifilm X-A7 Kit 15-45 mm.

Fujifilm X-A7 Kit 15-45 mm.รูปภาพจาก Fujifilm

ราคา 19,390 บาท*กล้อง Fujifilm มักมีราคาค่อนข้างสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็แลกมาด้วยคุณภาพของภาพที่สูงเช่นกัน สำหรับใครเพิ่งจะเริ่มต้นเล่นกล้อง แต่มีความต้องการอยากได้แบรนด์นี้ เราขอเสนอ Fujifilm X-A7 ดูเหมือนจะเป็นรุ่นที่เหมาะกับคุณ ด้วยเลนส์เมาท์ระบบ X ที่ซึ่งเป็นเลนส์คุณภาพดี ทำให้ได้ภาพที่ยอดเยี่ยม ทั้งยังมีการพัฒนาออโต้โฟกัสและระบบโฟกัสใบหน้าที่ดีกว่ารุ่นก่อน ๆ ออกแบบมาให้เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบสไตส์ย้อนยุค

เหตุผลในการซื้อ

  • การออกแบบย้อนยุค
  • หน้าจอขนาดใหญ่มาก และยังเป็นจอสัมผัส LCD แบบพับได้
  • คุณภาพของภาพสูง

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่มีช่องมองภาพ (viewfinder)
  • ราคาสูงสำหรับผู้เริ่มต้น
เซนเซอร์24.2MP APS-C CMOS
เลนส์เมาท์X
การเชื่อมต่อWi-Fi & Bluetooth
วิดีโอ4K
อายุแบตเตอรี่270 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก320g
การรับประกัน1 ปี

รีวิว Fujifilm X-T200 Kit with 15-45mm

Fujifilm X-T200 Kit with 15-45mmรูปภาพจาก Fujifilm

ราคา 26,400 บาท*Fujifilm X-T200 เป็นกล้องที่ลงตัวระหว่าง X-A7 ระดับเริ่มต้นและ X-T30 ระดับทรงพลังมากขึ้น ดังนั้นจึงถือว่าเป็นกล้อง Mirrorless เหมาะสำหรับระดับเริ่มต้น-ระดับกลาง ยังคงมาในรูปแบบสไตล์ย้อนยุคที่มีความประณีตและมีน้ำหนักเบา แต่มีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ขึ้น อัพเกรดทั้งเซ็นเซอร์และตัวประมวลผลให้รองรับคุณสมบัติวิดีโอ 4K (ที่สูงถึง 30fps) ที่ดีขึ้นอย่างมากและออโต้โฟกัสที่ปรับปรุงใหม่ กล้องนี้ยังสามารถถ่ายภาพ “วิดีโอ HDR” ซึ่งรวมวิดีโอในรูปแบบที่แตกต่างกัน สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องที่ 8 เฟรมต่อวินาทีและมีระบบ AF แบบไฮบริดที่ปรับปรุงใหม่ ตัวควบคุมภายนอกของ X-T200 นั้นซับซ้อนกว่ารุ่นก่อน ๆ เพราะมีถึงสามปุ่ม

จุดเด่น

  • หน้าจอสัมผัสแบบปรับมุมได้ ขนาดใหญ่ 3.5 นิ้ว
  • คุณสมบัติวิดีโอ 4K ที่ดี
  • การออกแบบที่ประณีต และน้ำหนักเบา

ข้อควรพิจารณา

  • ใช้แบบ CMOS ซึ่งปกจะใช้เซ็นเซอร์ X-Trans
เซนเซอร์APS-C CMOS
เลนส์เมาท์Fujifilm X
การเชื่อมต่อWi-Fi, Bluetooth
วิดีโอ4K
อายุแบตเตอรี่N/A
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก370g
การรับประกัน1 ปี

รีวิว Canon EOS 90D

Canon EOS 90Dรูปภาพจาก Canon

ราคา 31,990 บาท*หากคุณยังชอบกล้อง DSLR แล้วละก็ Canon EOS 90D เป็นกล้องที่มีคุณสมบัติพื้นฐานในการถ่ายรูปที่พอเพียงสำหรับมือใหม่ แถมยังสามารถต่อยอดซื้ออุปกรณ์เสริมได้ในภายหลัง กล้องนี้มีความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่อง 11fps ความละเอียดวิดีโอสูงสุด 4K (30 เฟรมต่อวินาที) มาพร้อมกับเซนเซอร์ความละเอียดสูงมากกว่า 80 ล้านพิกเซล (32.5MP เทียบกับ 24.2MP) ซึ่งมีประโยชน์สำหรับการครอบตัดภาพ ประสิทธิภาพการทำงานที่ราบรื่นและรวดเร็ว ขนาดกะทัดรัดพกพาง่าย ตรวจจับใบหน้าเมื่อใช้ช่องมองภาพ และมีการเชื่อมต่อ Wi-Fi/Bluetooth เข้ากับสมาร์ทโฟนเพื่อเป็นชัตเตอร์ระยะไกล แบตเตอรี่รับรอง CIPA ที่มีความปลอดภัยและยาวนานมากขึ้น

จุดเด่น 

  • เซ็นเซอร์ความละเอียดสูง
  • วิดีโอ 4K ที่ 30fps
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน

ข้อควรพิจารณา

  • ไม่มีการป้องกันภาพสั่นไหว
  • ระดับการลดจุดรบกวน JPEG เริ่มต้นไม่เพียงพอ
  • อาจจะไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น (ทั้งในด้านราคาและฟีเจอร์)
เซนเซอร์APS-C CMOS
เลนส์เมาท์EF/EF-S
การเชื่อมต่อWifi, Bluetooth
วิดีโอ4K 30p,25p
อายุแบตเตอรี่1,300 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก701g
การรับประกัน1 ปี

รีวิว Nikon Z50 body Kit 16-50mm และ 50-250mm

Nikon Z50 body Kit 16-50mm และ 50-250mmรูปภาพจาก Nikon

ราคา 42,000 บาท*สำหรับใครที่กำลังมองหากล้องราคาไม่แรงมากนัก นี่คงไม่ใช่ตัวเลือกแรกสำหรับคุณ เนื่องจาก Nikon Z50 เป็นกล้องที่พึ่งออกใหม่ล่าสุด ดังนั้นนี่จึงเป็นตัวเลือกยอดเยี่ยมสำหรับคนที่นิยมเล่นกล้องและมีงบในการซื้อ หลังจาก Nikon full-frame mirrorless ประสบความสำเร็จในรุ่น Z6, Z7 จึงได้ผลิตรุ่น Nikon Z50 ออกมา โดยรุ่นนี้จะเป็นการดึงคุณสมบัติยอดเยี่ยมของกล้องเหล่านั้น มาลงไว้ใน Z50 ที่ขายในราคาที่ถูกกว่าและขนาดที่เล็กกว่า จึงถือว่าเป็นรุ่นที่เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มต้นเล่นกล้อง ด้วยฟอร์มแฟคเตอร์ (Form Factor) ขนาดเล็กจะช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่เซ็นเซอร์ APS-C อีกทั้งหน้าจอและ viewfinder นั้นก็ออกแบบมาให้ใช่งานได้อย่างดีเยี่ยม

เหตุผลในการซื้อ

  • APS-C ตัวใหม่ที่เหมาะสำหรับการเดินทาง
  • ดีไซน์เรียบงายและกะทัดรัด
  • มี viewfinder (ช่องมองภาพ) ที่ยอดเยี่ยม
  • มีหน้าจอทัชสกรีนแบบ Tilting ปรับก้มเงยได้
  • วิดีโอ 4K

ข้อควรพิจารณา

  • มีจำนวนเลนส์ที่จำกัด
  • ราคาสูงสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นกล้อง
  • อายุการใช้งานแบตเตอรี่ต่ำ
เซนเซอร์20.9 APS-C CMOS
เลนส์เมาท์Z
การเชื่อมต่อWi-Fi & Bluetooth
วิดีโอ4K
อายุแบตเตอรี่300 ภาพ
หน้าจอทัชสกรีน
น้ำหนัก450g
การรับประกัน1 ปี

* หมายเหตุ: ราคาสินค้าอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับเงื่อนไข และโปรโมชั่นของแต่ละร้านค้า

ตารางเปรียบเทียบ รีวิว กล้องถ่ายรูป ที่ดีที่สุด สำหรับมือใหม่ ในปี 2020
รูปภาพยี่ห้อ/รุ่นสินค้าคุณสมบัติข้อมูลเพิ่มเติม
Canon EOS 2000D kit 18-55 mm.รูปภาพจาก CanonCanon EOS 2000D kit 18-55 mm.เซนเซอร์: 24.1 MP APS-Cเลนส์เมาท์: Canon EF/EF-Sการเชื่อมต่อ: Wi-Fi & NFCวิดีโอ: 1080pอายุแบตเตอรี่: 500 ภาพหน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 475gการรับประกัน: 1 ปี
Nikon D3500 18-55mm KIT / DSLR Cameraรูปภาพจาก NIKONNikon D3500 18-55mm KIT / DSLR Cameraเซนเซอร์: 24.2MP APS-Cเลนส์เมาท์: Nikon Fการเชื่อมต่อ: Bluetoothวิดีโอ: 1080pอายุแบตเตอรี่: 1,650 ภาพหน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 415gการรับประกัน: 1 ปี
Olympus Camera E-PL9 เลนส์ 14-42 mmรูปภาพจาก OlympusOlympus Camera E-PL9 เลนส์ 14-42 mmเซนเซอร์: 16.1MP Four Thirds Live MOSเลนส์เมาท์: Micro Four Thirdsการเชื่อมต่อ: Wi-Fi & Bluetoothวีดีโอ: 4Kอายุแบตเตอรี่: 350 ภาพหน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 380gการรับประกัน: 1 ปี
Canon EOS M200 EF-M 15-45 mm. F3.5-6.3 IS STMรูปภาพจาก CanonCanon EOS M200 EF-M 15-45 mm. F3.5-6.3 IS STMเซนเซอร์: CMOS รูปแบบ APS-Cเลนส์เมาท์: Canon EF-Mการเชื่อมต่อ: Wi-Fi, Bluetooth, HDMI, USBวิดีโอ: 4Kแบตเตอรี่: Rechargeable Li-ion LP-E12หน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 299gการรับประกัน: 1 ปี
Sony a6000 Kit 16-50mmรูปภาพจาก SONYSony a6000 Kit 16-50mmเซนเซอร์: 24.3MP APS-Cเลนส์เมาท์: Sony E Mountการเชื่อมต่อ: Wi-Fi & NFCวิดีโอ: 1080pอายุแบตเตอรี่: 360 ภาพหน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 285gการรับประกัน: 1 ปี
Olympus OM-D E-M10 Mark III Kit 14-42 MMรูปภาพจาก OlympusOlympus OM-D E-M10 Mark III Kit 14-42 MMเซนเซอร์: 16.1MP Micro Four Thirdsเลนส์เมาท์ : Micro Four Thirdsการเชื่อมต่อ : Wi-Fiวิดีโอ : 4Kอายุแบตเตอรี่ : N/Aหน้าจอทัชสกรีน : น้ำหนัก : 410gการรับประกัน : 1 ปี
Nikon D5600 Kit + Lens AF-P DX18-55รูปภาพจาก NikonNikon D5600 Kit + Lens AF-P DX18-55เซนเซอร์ : APS-C CMOSเลนส์เมาท์ : Nikon F (DX)การเชื่อมต่อ : Wi-Fi, NFC, Bluetoothวิดีโอ : 1080pอายุแบตเตอรี่ : 820 ภาพหน้าจอทัชสกรีน : น้ำหนัก : 465gการรับประกัน : 1 ปี
Canon EOS 250D Kit 18-55 mm.รูปภาพจาก CanonCanon EOS 250D Kit 18-55 mm.เซนเซอร์: 24.1MP APS-C CMOSเลนส์เมาท์: EF-Sการเชื่อมต่อ: Wi-Fi & Bluetoothวิดีโอ: 4K (ครอบตัด)อายุแบตเตอรี่: 1,070 ภาพหน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 449gการรับประกัน: 1 ปี
Panasonic Lumix GX9 kit lens 12-32mmรูปภาพจาก PanasonicPanasonic Lumix GX9 kit lens 12-32mmเซนเซอร์: 21.7MP Four Thirds Live MOSเลนส์เมาท์: Micro Four Thirdsการเชื่อมต่อ: Wi-Fi & Bluetoothวีดีโอ: 4Kอายุแบตเตอรี่: 260 ภาพหน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 450gการรับประกัน: 1 ปี
Fujifilm X-A7 Kit 15-45 mm.รูปภาพจาก FujifilmFujifilm X-A7 Kit 15-45 mm.เซนเซอร์: 24.2MP APS-C CMOSเลนส์เมาท์: Xการเชื่อมต่อ: Wi-Fi & Bluetoothวิดีโอ: 4Kอายุแบตเตอรี่: 270 ภาพหน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 320gการรับประกัน: 1 ปี
Fujifilm X-T200 Kit with 15-45mmรูปภาพจาก FujifilmFujifilm X-T200 Kit with 15-45mmเซนเซอร์ : APS-C CMOSเลนส์เมาท์ : Fujifilm Xการเชื่อมต่อ: Wi-Fi, Bluetoothวิดีโอ : 4Kอายุแบตเตอรี่: N/Aหน้าจอทัชสกรีน : น้ำหนัก: 370gการรับประกัน: 1 ปี
Canon EOS 90Dรูปภาพจาก CanonCanon EOS 90Dเซนเซอร์: APS-C CMOSเลนส์เมาท์: EF/EF-Sการเชื่อมต่อ: Wifi, Bluetoothวิดีโอ : 4K 30p,25pอายุแบตเตอรี่ : 1,300 ภาพหน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 701gการรับประกัน : 1 ปี
Nikon Z50 body Kit 16-50mm และ 50-250mmรูปภาพจาก NikonNikon Z50 body Kit 16-50mm และ 50-250mmเซนเซอร์: 20.9 APS-C CMOSเลนส์เมาท์: Zการเชื่อมต่อ: Wi-Fi & Bluetoothวิดีโอ: 4Kอายุแบตเตอรี่: 300 ภาพหน้าจอทัชสกรีน: น้ำหนัก: 450gการรับประกัน: 1 ปี

บทสรุปเลือกซื้อกล้องให้เหมาะกับคุณ

สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเลือกกล้องที่เหมาะสมและเป็นกล้องตัวแรกของคุณ นั้นก็คือให้คุณพิจารณางบประมาณ แบรนด์ที่คุณชอบ ฟังก์ชั่นพิเศษที่คุณต้องการ อาทิเช่น การบันทึกวิดีโอ 4K, มี Wi-Fi ในตัวกล้อง หรือช่องมองภาพ(Viewfinder) เป็นต้น

  • สำหรับผู้ที่มีงบประมาณไม่สูงมากนัก เราขอแนะนำ Sony A6000 กล้องตัวนี้เป็นกล้องที่พึ่งออกมาไม่กี่ปี แต่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นที่นิยมอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหากคุณชอบลูกเล่นกล้อง Mirrorless โหมด APS-C กล้อง Nikon Z50 ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน
Sony a6000 Kit 16-50mmSony a6000 Kit 16-50mm
Nikon Z50 body Kit 16-50mm และ 50-250mmNikon Z50 body Kit 16-50mm และ 50-250mm
  • สำหรับใครที่เน้นความสะดวกในการพกพาเป็นหลัก เน้นน้ำหนักเบา ขนาดกะทัดรัด เราขอแนะนำ Panasonic GX9 และ Olympus PEN E-PL9 ให้คุณได้พิจารณา
Olympus Camera E-PL9 เลนส์ 14-42 mmOlympus Camera E-PL9 เลนส์ 14-42 mm
  • สำหรับใครที่มองหากล้องแบรนด์ Canon ที่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเล่นกล้อง แนะนำ EOS 250D ที่เป็นกล้อง DSLR ที่มีขนาดเล็กและเบาที่สุด ในส่วนของหน้าจอเป็น touchscreen แต่หากคุณจำกัดงบประมาณไว้มากกว่านี้ เราก็ขอแนะนำกล้อง 2000D
Canon EOS 2000D kit 18-55 mm.Canon EOS 2000D kit 18-55 mm.
Canon EOS 250D Kit 18-55 mm.Canon EOS 250D Kit 18-55 mm.
  • สำหรับผู้ที่หลงรักในกล้องแบบย้อนยุคหน่อย ๆ เราขอแนะนำ Fujifilm X-A7 ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมายาวนาน
Fujifilm X-A7 Kit 15-45 mm.Fujifilm X-A7 Kit 15-45 mm.

บทสรุปกล้องตัวไหนที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มเล่นกล้อง

เป็นคำถามที่ตอบยากมากเหมือนกันนะคะ เนื่องจากตอนนี้มีหลากหลายแบรนด์ที่ผลิตกล้องออกได้ดีไม่แพ้กัน แต่หากคุณเป็นมือใหม่ในวงการถ่ายภาพเราขอแนะนำ Nikon D3500 ที่ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะความพิเศษของกล้องตัวนี้มันจะช่วยให้คุณเรียนรู้และคุ้นเคยกับการทำงานของกล้อง DSLR ซึ่งคุณจะพบว่ามีเลนส์และอุปกรณ์เสริมนับร้อยนับพันให้คุณได้เลือกเล่น เมื่อคุณต้องการจะยกระดับความสามารถของกล้องของคุณ

Nikon D3500 18-55mm KIT / DSLR CameraNikon D3500 18-55mm KIT / DSLR Camera

เคล็ดลับการถ่ายภาพสำหรับผู้เริ่มต้น

1. อุปกรณ์กล้องไม่ใช่สิ่งที่สำคัญ

ปัจจุบันนี้มีกล้อง, เลนส์ และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มากมาย เราใช้เวลามากมายในเลือกซื้อสิ่งที่ดีที่สุด แต่หากคุณรู้สึกพอใจในสิ่งที่มีอยู่และพยายามฝึกฝนเก็บเกี่ยวทักษะในการถ่ายรูปอย่างดีที่สุด อันที่จริงแล้วเพียงแค่คุณมีกล้อง DSLR ในะดับเริ่มต้น สำหรับผู้ที่คิดว่าจะเน้นไปที่ผลงานภาพภาพยนตร์ด้วย ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะกล้อง DSLR จะให้ผลงานออกมาได้สวยงามและยอดเยี่ยม แต่หากคุณยังเป็นมือใหม่มาก ๆ และไม่มีทักษะใด ๆ ในถ่ายรูป เราแนะนำให้คุณใช้กล้อง Mirrorless ที่ให้ภาพออกมาสวยงามไม่แม้กัน แถมยังใช้งานได้ง่ายกว่ามาก

สิ่งที่สำคัญที่เราอยากจะบอกก็คือ การเน้นไปที่ทักษะการสร้างสรรค์ถ่ายภาพและความรู้ในการตั้งค่ากล้องของคุณ ความพยายามเหล่านั้นต่างหากที่จะให้คุณได้ผลงานที่ยอดเยี่ยม ไม่ใช่ในการพยายามซื้ออุปกรณ์กล้องเสริมต่าง ๆ มากมาย

2. ถ่ายภาพกับองค์ประกอบของคุณ

ในการถ่ายภาพที่น่าดึงดูด คุณต้องมีส่วนร่วมกับสิ่งที่คุณทำ พยายามอย่าพึ่งกับโหมด Auto เพียงอย่างเดียวโดยไม่เรียนรู้อะไรเลย ให้คุณนึกถึงองค์ประกอบของคุณ และพยายามทำให้ภาพถ่ายของคุณดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

คุณควรจะเริ่มต้นด้วยการรู้พื้นฐานของวิธีการจัดเรียงภาพถ่ายที่ดี และอย่าตัดส่วนที่สำคัญของวัตถุด้วยขอบของเฟรม รักษาระดับขอบท้องฟ้าและพยายามกำจัดสิ่งรบกวนในรูปภาพ โดยการปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ลงตัว ดูว่าภาพถ่ายของคุณมีความสมดุลและเรียบง่ายหรือไม่ และหากภาพถ่ายออกมาดูไม่ดีในการลองครั้งแรก ให้คุณทดลองต่อไปจนกว่าคุณจะทำถูกต้อง

3. เรียนรู้ว่าการตั้งค่าใดที่สำคัญ

มีการตั้งค่ากล้องมากมาย และคุณจะต้องต้องฝึกฝนให้ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฐานะผู้เริ่มต้น คุณเชื้อหรือไม่แม้แต่ช่างภาพที่มีประสบการณ์ขั้นสูงก็ยังไม่สามารถทำทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่มันก็คุ้มค่าที่จะเรียนรู้วิธีการตั้งค่ากล้องของคุณอย่างเหมาะสม และการตั้งค่ากล้องที่ดีจะทำให้คุณมีโอกาสที่ดีที่สุดในการถ่ายภาพที่สวยตามที่คุณต้องการ

ก่อนอื่นให้ลองฝึกด้วยโหมดกล้องอื่นที่ไม่ใช่ Full Auto คุณจะไม่เรียนรู้อะไรเลย ถ้ากล้องทำการตัดสินใจทั้งหมดแทนคุณ ในตอนแรกคุณอาจจะสับสนไปบ้าง เกี่ยวกับค่ารูรับแสง, ความเร็วชัตเตอร์ และ ISO (การเพิ่มความสว่างหรือความเข้มของภาพถ่าย) สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณเริ่มต้นได้ดี นี่คือการตั้งค่าที่สำคัญที่สุด 3 ประการในการถ่ายภาพทั้งหมด

นอกจากนี้คุณควรเรียนรู้วิธีการโฟกัสอย่างเหมาะสม โดยฝึกด้วยโหมดโฟกัสอัตโนมัติต่าง ๆ บางทีคุณอาจจะชอบออโต้โฟกัสแบบเซอร์โวเดียว (single-servo autofocus) หรือที่เรียกว่า One-Shot AF มันเหมาะสำหรับวัตถุที่อยู่นิ่ง สำหรับออโต้โฟกัสแบบเซอร์โวแบบต่อเนื่อง (continuous-servo autofocus) หรือที่เรียกว่า AI Servo เหมาะสำหรับถ่ายวัตถุที่เคลื่อนไหว อย่าใช้การโฟกัสด้วยตนเอง เว้นแต่จะมืดจนออโต้โฟกัสไม่ทำงาน

ท้ายสุดถ่ายภาพใน RAW* หากคุณต้องการแก้ไขรูปภาพหรือคิดว่ามีโอกาสที่คุณจะแก้ไขในอนาคต สำหรับไฟล์ภาพ JPEG* จะดูดีมาจากกล้อง หากคุณไม่แน่ใจให้ยิง RAW + JPEG และเก็บ RAW

  • RAW เป็นไฟล์ภาพที่มีข้อมูลที่ไม่ได้ประมวลผลหรือประมวลผลน้อยที่สุดจากเซ็นเซอร์ของกล้องดิจิตอล
  • JPEG เป็นไฟล์ภาพที่สามารถเปิดดูและพิมพ์ได้ง่ายโดยโปรแกรมดู มีรายละเอียดและขนาดเล็ก

4. อย่าเน้นเพียงแค่ไฮไลท์

เมื่อคุณเลือกการตั้งค่ากล้อง คุณจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการเน้นแสง (highlights) มากเกินไปในภาพถ่าย ทำไมต้องทำอย่างนั้น? นั่นเป็นเพราะไปเราไม่สามารถที่จะกู้คืนรายละเอียดใด ๆ จากพื้นที่สีขาวของภาพถ่ายได้ อาทิเช่น ภาพท้องฟ้าที่มีพื้นผิวและสีที่สดใส แทนที่จะเป็นแค่ก้อนใหญ่ก้อนโตที่ไม่มีรูปร่างอะไรเลยนอกจากสีขาวใหญ่ ๆ จากการการเน้นแสงมากเกินไป

เป็นการง่ายที่จะรักษาไฮไลท์ของคุณเอาไว้ สิ่งที่คุณต้องเน้นคือความเร็วชัตเตอร์ที่รูรับแสงและ ISO มันมีความสำคัญมาก การตั้งค่ากล้องเพียงอย่างเดียวที่มีผลต่อความสว่างของภาพถ่ายโดยตรง

หากมีการรับแสงมากเกินไป สิ่งแรกที่คุณควรทำคือลดค่า ISO ให้ต่ำกว่าค่าฐาน (ปกติคือ ISO 100) หากมีการเซตค่าที่ถูกต้องอยู่แล้ว ให้ปรับไปใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่เร็วขึ้น ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้ตั้งค่าเป็นค่าผิดเพี้ยน (f / 32, f / 45 ฯลฯ ) รับรองว่าภาพถ่ายของคุณจะออกมาดูดีขึ้น

5. ทำความเข้าใจกับแสงให้มากกว่านี้

ส่วนที่สำคัญที่สุดของการถ่ายภาพก็คือแสง หากคุณถ่ายภาพด้วยแสงที่ดี คุณก็จะได้รูปที่ดีออกมาเช่นกัน แต่อะไรคือความสว่างที่ดี? แน่นอนค่ะว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับพระอาทิตย์ตก บ่อยครั้งที่เป้าหมายของการถ่ายภาพคือการคือสร้างความสมดุลระหว่างความเข้มแสงของวัตถุและพื้นหลัง แม้ว่าคุณจะถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดินที่น่าทึ่ง แต่ภาพก็อาจถูกทำลายโดยการบดบังเบื้องหน้าที่มืดสนิทและมีเงาทับอยู่

วิธีที่ง่ายที่สุดในการแก้ปัญหานี้คือให้เรียนรู้เกี่ยวกับทิศทางและความนุ่มนวลของแสง หากแสงมีพลังที่รุนแรงเกินไป คุณอาจได้รับเงาที่ไม่ดีในวัตถุของคุณซึ่งจะเป็นปัญหาสำหรับการถ่ายภาพบุคคล หากแสงมาจากมุมที่ไม่ราบเรียบให้ดูสิ่งที่คุณสามารถทำได้เพื่อย้ายแหล่งกำเนิดแสง (กรณีถ่ายในสตูดิโอ) หรือย้ายตัวแบบ (กรณีถ่ายภาพกลางแจ้ง) หรือรอจนกว่าแสงจะดีกว่านี้ (กรณีถ่ายภาพทิวทัศน์)

นอกจากนี้หากคุณกำลังถ่ายภาพจากมือถือ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีแสงสว่างเพียงพอ วิธีที่ง่ายที่สุดในการทำให้ภาพถ่ายดูซีดจางคือการถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีแสงสว่างเพียงพอนั่นเองค่ะ

6. ใช้เวลาในการถ่ายภาพให้มากขึ้น

มันเป็นเรื่องง่ายที่จะทำผิดพลาดในการถ่ายภาพ หากคุณไม่ระวังให้ดี วิธีที่ดีที่สุดในการทำสิ่งนี้คือการทำให้ช้าลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเริ่มเรียนรู้การถ่ายภาพเป็นครั้งแรก

ก่อนอื่นให้ตรวจสอบการตั้งค่ากล้องของคุณอีกครั้ง หากคุณกำลังถ่ายภาพบุคคลกลางแจ้งในวันที่แดดจัด แต่คุณใช้โหมดการถ่ายรูปกลางคืน แน่นอนว่ามันเป็นหลักการถ่ายภาพที่ผิดอย่างมาก ดังนั้นคุณควรชะลอตัวลงและใช้เวลาในการทำหรือตั้งค่ากล้องให้ถูกต้องเสียก่อน

จากนั้นตัดสินใจในสิ่งที่สำคัญอื่น ๆ อาทิเช่นองค์ประกอบของภาพ, การโฟกัสอัตโนมัติในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่? ปรับปรุงสภาพแสงแล้วหรือไม่? เป็นต้น

7. พยายามเคลื่อนไหวเพื่อให้ได้ภาพที่ดีที่สุด

การยืนถ่ายรูปเพียงมุมมองเดียวอยู่กับที่ ไม่ได้ช่วยทำให้คุณได้ภาพที่สวยมากขึ้น คุณควรขยับเท้าหรือเปลี่ยนตำหน่งของขาตั้งกล้องให้มากที่สุด ควรเปลี่ยนมุมมองความสูง อย่างเช่นการ เดินไปข้างหน้าและถอยหลัง เท่าที่คุณจะทำได้ หากคุณไม่เคลื่อนไหวเลย คุณจะได้ภาพรูปที่มีมุมมองเพียงแค่ทิศทางเดียวกันเท่านั้น ซึ่งมันจะดูไม่ได้แตกต่างกันมาก

8. รู้ว่าควรใช้ขาตั้งกล้องเมื่อใด

ขาตั้งกล้องเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ดีที่สุดสำหรับช่างถ่ายภาพหลาย ๆ คน มันจะช่วยคุณกำจัดหนึ่งในปัญหาที่ยากที่สุดอาทิเช่น การขาดแสงที่เหมาะสม ด้วยขาตั้งกล้องตัวนี้ คุณสามารถถ่ายภาพรับแสงเป็นเวลาหลายนาทีและจับรายละเอียดที่มืดจนมองไม่เห็นด้วยตามนุษย์ หรือแม้แต่ในฉากที่สว่างกว่า ขาตั้งกล้องก็สามารถช่วยเพิ่มความเสถียรขององค์ประกอบภาพ และช่วยให้คุณถ่ายภาพได้คมชัดยิ่งมากขึ้น

ขาตั้งกล้อง Andoer สำหรับกล้อง DSLR/Mirrorlessขาตั้งกล้อง Andoer สำหรับกล้อง DSLR/Mirrorless
ขาตั้งกล้อง THaiLee Tripod 3110ขาตั้งกล้อง THaiLee Tripod 3110
ขาตั้งกล้อง Andoer สำหรับ CA-Non SO-NY Ni-Kon กล้อง DSLR สำหรับสมาร์ทโฟนขาตั้งกล้อง Andoer สำหรับ CA-Non SO-NY Ni-Kon กล้อง DSLR สำหรับสมาร์ทโฟน
ขาตั้งกล้อง Manfrotto PIXI Plus Tripod Miniขาตั้งกล้อง Manfrotto PIXI Plus Tripod Mini

9. รู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้แฟลช

สิ่งที่คุณควรทราบอย่างหนึ่งคือ “แฟลชไม่ได้มีไว้สำหรับสภาพแวดล้อมที่มืดเสมอไป” อย่าพึ่งเข้าใจเราผิดไปนะคะ มันยอดเยี่ยมมากถ้าคุณต้องการแสงสว่างเพิ่ม โดยการรับแสงจากภายนอก, เอียงกล้องให้รับมุมแสงมากที่สุด และใช้เลนส์ที่ค่อนข้างยาว (50 มม. หรือมากกว่า) ทุกคนที่คุณรู้จักจะต้องประหลาดใจกับภาพของคุณที่ออกมา

แต่ไฟแฟลชก็มีประโยชน์ อาทิเช่น การถ่ายภาพนอกอาคาร หรือแม้ในตอนกลางวัน หากคุณเคยได้ยินคำว่า “fill flash” นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงสำคัญ เพราะคุณสามารถเติมเงาที่ผิดเพี้ยนในภาพถ่ายของคุณโดยการใช้แฟลชที่อ่อนลง

10. ทำความสะอาดเลนส์กล้องของคุณ

หลาย ๆ ถ่ายรูปไปมากมายโดยที่ไม่เคยแม้แต่จะทำความสะอาดเลนส์กล้องเลย หรือพวกเขาเหล่านั้นต้องการถ่ายภาพพร่ามัว 100% ? คุณควรทำความสะอาดเลนส์กล้องของคุณด้วย “น้ำยาทำความสะอาดเลนส์” และ “ผ้าไมโครไฟเบอร์” อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

ผ้าเช็ดทำความสะอาดเลนส์อเนกประสงค์ 15x18 cm (ผ้าเช็ดแว่น ผ้าเช็ดแว่นตา ผ้าเช็ดเลนส์ ผ้าเช็ดนาฬิกา)ผ้าเช็ดทำความสะอาดเลนส์อเนกประสงค์ 15×18 cm (ผ้าเช็ดแว่น ผ้าเช็ดแว่นตา ผ้าเช็ดเลนส์ ผ้าเช็ดนาฬิกา)
ผ้าไมโครไฟเบอร์ ผ้าเช็ดความสะอาดหน้าจอโทรศัพท์ เช็ดแว่นตา 15x18 cm (10ผืน)ผ้าไมโครไฟเบอร์ ผ้าเช็ดความสะอาดหน้าจอโทรศัพท์ เช็ดแว่นตา 15×18 cm (10ผืน)
Quickwipe FUKi FUKi ผ้าเช็ดเลนส์ แว่นตา นาฬิกา หน้าจอโทรศัพท์ 20 แผ่นQuickwipe FUKi FUKi ผ้าเช็ดเลนส์ แว่นตา นาฬิกา หน้าจอโทรศัพท์ 20 แผ่น
ETC  ผ้าชามัวร์หนังแกะแท้  ผ้าเช็ดความสะอาดหน้าจอ (แว่นตา โทรศัพท์ โน้ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์) 90x60 cmETC ผ้าชามัวร์หนังแกะแท้  ผ้าเช็ดความสะอาดหน้าจอ (แว่นตา โทรศัพท์ โน้ตบุ๊ค คอมพิวเตอร์) 90×60 cm

11. อย่าใช้ Filter ราคาถูก

วิธีที่ง่ายที่สุดอีกวิธีในการถ่ายภาพพร่ามัว 100% ของเวลาคือการใช้ฟิลเตอร์ราคาถูกที่ด้านหน้าของเลนส์ การใช้ฟิลเตอร์ที่ไม่เหมาะสมกับเลนส์กล้อง จะทำให้ได้ภาพที่พร่ามัวและมีแสงจ้ามากเกินไป เช่นการถ่ายรูปท้องฟ้าหรือโคมไฟในตอนกลางคืน

12. สำรองรูปภาพของคุณ

ช่างภาพเกือบทุกคนที่ทำงานอย่างมืออาชีพมักจะมีการสำรองรูปภาพไว้เสมอ เพื่อป้องกันการสูญเสียรูปถ่ายสำคัญในชีวิตของของลูกค้า อย่าปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคุณ สำหรับผู้เริ่มต้น คุณควรสำรองข้อมูลรูปภาพของคุณทุกรูป ภาพถ่ายของคุณไม่ควรถูกเก็บไว้ในฮาร์ดไดรฟ์เพียงที่เดียว ตามหลักแล้วคุณจะต้องมีรูปภาพทั้งหมดอย่างน้อย 3 ที่ สำหรับการสำรองข้อมูลที่ดี และควรมีวิธีการสำรองที่แตกต่างกันอย่างน้อย 2 วิธี เช่นฮาร์ดไดรฟ์ภายในเครื่อง และและที่เก็บข้อมูลแบบถอดได้ แน่นอนว่าคุณควรสำรองข้อมูลอย่างน้อย 1 รายการไว้นอกดเครื่อง เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงการเสียรูปถ่ายของคุณ

13. ลองอะไรใหม่ ๆ

ยิ่งคุณทดลองถ่ายภาพมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความน่าสนใจมากขึ้นเท่านั้น เป็นเรื่องง่ายที่จะตกอยู่ในกิจวัตรประจำวันการถ่ายภาพที่คล้ายกันซ้ำไปซ้ำมา และไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย ดังนั้นคุณควรลองอะไรใหม่ดูบ้าง เพราะโดยปกติแล้วคุณจะค้นพบบางสิ่ที่เป็นเทคนิคใหม่ หรือความชอบส่วนตัวที่คุณสามารถนำกลับมาใช้ในการถ่ายภาพปกติเพื่อผลลัพธ์ที่ดี

14. พบกับช่างภาพคนอื่น

การพบกับช่างภาพคนอื่นเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจหรือคำแนะนำต่าง ๆ คุณจะได้สนุกกับการแบ่งปันเคล็ดลับและเทคนิคกับช่างภาพคนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าหยุดเรียนรู้ มีการเรียนรู้อยู่เสมอ

15. แก้ไขจุดอ่อนของคุณ

หากคุณยังพยายามถ่ายภาพด้วยความเร็วชัตเตอร์, รูรับแสง, ISO และการใช้โหมดอัตโนมัติแทนการฝึกฝน คุณจะไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ ด้วยตัวเองเลย วิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงรูปภาพของคุณ คือการวิเคราะห์สิ่งที่คุณยังไม่เข้าใจจากนั้นใช้เวลาที่จำเป็นในการเรียนรู้

16. มีความสุขกับการถ่ายรูป

การถ่ายภาพควรจะสนุก แต่คุณก็ควรจะพยายามทำสิ่งใหม่ ๆ และยังคงเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ เสมอ การถ่ายภาพไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์เสริม แต่อยู่ที่ความตั้งใจของคุณมากกว่า อย่าปล่อยให้ไฟในตัวของคุณดับง่าย ๆ นะคะ

17. การถ่ายภาพให้มากที่สุด

การฝึกฝนเป็นเคล็ดลับที่จะนำคุณไปสู่ความเชี่ยวชาญไม่เพียงแต่ใช้กับการถ่ายภาพเท่านั้น มันสามารถนำไปใช้ได้กับทุกอย่างในชีวิตของคุณ ยิ่งคุณทดลองมากเท่าไหร่และยิ่งถ่ายรูปมากเท่าไหร่ ปภาพของคุณก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น หรือคุณใช้เวลาในการถ่ายภาพมากเท่าไหร่การถ่ายรูปก็จะง่ายขึ้นเท่านั้น

ติดตามข่าวสารรีวิวกล้องอื่นๆได้ที่ : Fotofile

Credit : bestreview.asia

ภาพมุมสูงยอดเยี่ยมแห่งปี 2020 Aerial Photography Awards 2020

แต่ก่อนต้องใช้งบเยอะเลยเพื่อจะขึ้นไปถ่าย แต่เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก็ก้าวไกลมากขึ้น ทำให้สามารถถ่ายภาพมุมสูงได้ไม่ยากเย็นนัก ในปี 2020 ปีที่ช่างภาพกำเงินเริ่มต้นแค่หมื่นกว่าบาทก็สามารถถ่ายรูปมุมสูงได้แล้ว ทำให้เราได้เห็นผลงานจากทั่วโลก ซึ่งการประกวดถ่ายภาพมุมสูงแห่งปี 2020 หรือ Aerial Photographer of the Year 2020 ปีนี้มีผู้ส่งเข้าร่วมถึง 65 ประเทศ ทาง FOTOFAKA ได้รวบรวมภาพที่ได้รางวัลมาให้ชมกันครับ

ช่างภาพแห่งปี 2020 นี้ได้แก่ Sebastien Nagy ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศไปหลายหมวดเลย ไปชมภาพที่ได้รางวัลกันเลยครับ

ติดตามบทความดีๆแบบนี้ได้ที่ FOTOFILE

ภาพมุมสูงชนะเลิศหมวดมนุษย์สร้าง

ภาพมุมสูงยอดเยี่ยม
ถ่ายโดย SEBASTIEN NAGY อาคารในประเทศกรีซ

หมวดเมือง

เมืองสเปนสีรุ้ง ถ่ายโดย SEBASTIEN NAGY

หมวดสิ่งก่อสร้าง

กรอบลอยฟ้า ถ่ายโดย BACHIR MOUKARZEL

ชนะเลิศหมวดขนส่ง

ทางเดินเรือในอ่าวฟินแลนด์ ถ่ายโดย ALEXANDER SUKHAREV

ชนะเลิศหมวดภูมิทัศน์

ถ่ายโดย SEBASTIAN MÜLLER

ชนะเลิศหมวดน้ำ

กรีนแลนด์ที่อุณหภูมิ -25°c ถ่ายโดย KYLE VOLLAERS

ชนะเลิศหมวดสัตว์ป่า

นกฟลามิงโก้โบยบิน ถ่ายโดย HUA SHANG

ชนะเลิศหมวดต้นไม้

ฝูงแกะใช้เส้นทางป่าในการกลับบ้าน ถ่ายโดย MEHMET ASLAN

หมวดชีวิตประจำวัน

นารีแห่งนที ถ่ายโดย DUY SINH

ชนะเลิศหมวดกีฬา

เทนนิสจากมุมสูง ทำให้เห็นสีและเส้นดูสะอาดตา ถ่ายโดย BRAD WALLS

ชนะเลิศหมวดวัฒนธรรม

เป็นภาพ การชุมนุม Eid-ul-Fitr ที่ใหญ่ที่สุดของชาวมุสลิมในเอเชียใต้จัดขึ้นที่ Gor-e-Shahid Boro Math เมือง Dinajpur ประเทศบังกลาเทศ ถ่ายโดย AZIM KHAN RONNIE

ชนะเลิศหมวดนามธรรม

ทะเลทราย TATACOA ถ่ายโดย JOHAN VANDENHECKE

ชนะเลิศหมวดกักตัว

ชูธงเวียดนามเพื่อให้กำลังใจผู้ที่ต่อสูงกับโควิด 19 ถ่ายโดย PRABU MOHAN

ชนะเลิศหมวดรูปแบบ (Pattern)

ข้ามถนนช่วงฝนตก ถ่ายโดย DANIEL BONTE

ชนะเลิศหมวดสถานที่ร้าง

เรือในสมัยสงครามโลกครั้งที่1 ที่ชายฝั่งประเทศฝรั่งเศส อยู่ใต้ทรายมาหลายปี เพิ่งจะถูกค้นพบหลังทรายลดลงไปมาก ถ่ายโดย REGINALD VAN DE VELDE

รางวัลอื่นๆ

วาฬหลังค่อมว่ายน้ำในอ่าว Disko ประเทศกรีนแลนด์ ถ่ายโดย ALBERT DROS
รถไฟกว่า 70 ปีสิ่งผ่านเส้นทางที่อุดมไปด้วยต้นไม้ ถ่ายโดย YURA BORSCHEV
ควันเครื่องยนต์เรือหาปลาที่พ่นออกมาขณะชาวประมงกำลังดึแหสีเขียวเพื่อจับปลา ถ่ายโดย THIEN NGUYEN
ทุ่งหญ้าที่ดูเหมือนคลื่น หญ้าที่สูงกว่า 1 เมตรนี้ถูกตัดเพื่อนำไปเลี้ยงวัวเป็นปุ๋ยและให้ความชุ่มชื่นกับไม้ประดับ ถ่ายโดย KHANH PHAN
เงาที่สนามบาส ถ่ายโดย ILANNA BARKUSKY
ปาร์ตี้ซัพเซิร์ฟที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ถ่ายโดย YURA BORSCHEV
เหวี่ยงไฟ ถ่ายโดย RAKESH PULAPA

สามารถดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ aerialphotoawards