Skip to content
FOTOFILE

กล้องดิจิทัลกับยุครุ่งเรือง

หากพูดถึงของการเก็บเรื่องราวและภาพความทรงจำต่าง ๆ นั้น สมัยก่อนเรานั้นคงนึกถึงการจดเรื่องราวสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เจอลงเป็นตัวหนังสือลงในสมุดบันทึกของเรา ก่อนที่โลกเริ่มมีการพัฒนาและเริ่มเปลี่ยนการการจดบันทึกเรื่องราวเพียงอย่างเดียวเพิ่มเติมเข้าไปด้วยภาพถ่าย ที่ทำให้เรานั้นสามารถมองและย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่พิเศษต่าง ๆ ของเราได้

อุตสาหกรรมกล้อง

อุตสหกรรมกล้องดิจิทัลนั้นเกินขึ้นมาอย่างยาวนาน และยังต้องเจอกับปัญหามากมายในด้านต่าง ๆ ในช่วงหลายต่อหลายปีที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคระบาด ที่ส่งผลกระทบมากมายต่อหลายธุรกิจ รวมไปถึงอุตสาหกรรมกล้องด้วยเช่นกัน และยังร่วมไปถึงการเติมโตของสมาร์ทโฟนที่พัฒนาอย่างรวดเร็วที่สามารถใช้งานในการสื่อสารและบันทึกผ่านเพื่อแชร์เรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

การเติบโต

โดยข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลจาก Statista  ที่เป็นการรวบรวมข้อมูลของการจัดส่งกล้องต่าง ๆ โดยเป็นการรวมรวบตั้งแต่ปี 1951 จวบจนถึงปี 2023 จากทาง Camera and Imaging Products Association (CIPA) ที่เป็นการเก็บข้อมูลของค่ายกล้องอย่าง Canon, FUJIFILM, Sony, Nikon, และอีกหลายเจ้าเอาไว้

หากเรามาลงวิเคราะห์ จากข้อมูลทีละช่วง ในยุคของกล้องฟิล์มนั้นมีการเติบโตตั้งแต่ปี 1951 ยาวไปจนถึงช่วงปี 1970 โดยด้านของการเติบโตนั้นเป็นไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งมาในยุคหลังปี 1980 จนไปถึงปี 2000 นั้นถือเป็นยุคที่กล้องฟิล์มนั้นมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัด

กล้องฟิล์มสู่กล้องดิจิทัล

การเปลี่ยนผ่านเข้ามาระหว่างกล้องฟิล์ม และกล้องดิจิทัลนั้น เกิดขึ้นระหว่างปี 2000 ถึงช่วงปี 2010 เรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองและยุคแห่งการพัฒนา ตลาดกล้องอย่างมาก โดยมีการนำส่งกล้องกว่า 120 ล้านตัวต่อปี ก่อนที่ตัวเลขนั้นจะค่อย ๆ ลดลงจากปี 2010 จนถึงปี 2023 หากดูจากกราฟแล้ว ยอดนั้นลดลงกว่า 94%

การเข้ามาของสมาร์ทโฟน ส่งผล?

จากการเข้ามาถึงของสมาร์ทโฟนที่เข้ามาอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ครบคลุมทั้งการสื่อสารต่าง ๆ ระบบการแชทมากมาย ร่วมไปถึงการถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟนที่ช่างง่ายดายและยังได้คุณภาพดียิ่งขึ้นในทุก ๆ ปี และยังไม่รวมถึงขนาดของเซนเซอรืที่ใหญ่เทียบเท่ากับกล้อง Compact Hi-end หลาย ๆ รุ่น และในปี 2024 ก็ยังนำ AI เข้ามาช่วยในด้านของคุณภาพอีกด้วยนั้นจึงทำให้สมาร์ทโฟนเป็นที่นิยมอย่างมากและยังส่งผลกระทบต่อตลาดของกล้องไม่น้อยเลย แต่หากเรามองถึงกลุ่มช่างภาพต่าง ๆ ที่ต้องการทำงานด้านงานภาพหรือแม้กระทั่งงานวีดีโอ ช่างภาพส่วนใหญ่มองถึงกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ ที่จะทำงานและให้ภาพที่ดีกว่าสมาร์ทโฟน และในการถ่ายงานต่าง ๆ นั้นแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระยะเลนส์ร่วมไปถึง ความคมชัด สปีดชัดเตอร์ต่าง ๆ ที่ออกแบบเฉพาะช่างภาพมืออาชีพส่วนใหญนั้นจึงใช้กล้องดิจิทัล หรือกล้องโปรต่าง ๆ มากกว่าการใช้กล้องจากสมาร์ทโฟน

ยุครุ่งเรืองของตลาดกล้องดิจิทัล

หากเรานั้นมองย้อนกลับไปในยุครุ่งเรืองของตลาดกล้องดิจิทัลนั้น แม้ว่าแบรนด์กล้องใหญ่ ๆ จะได้รับการตอบรับและได้รับควานิยมชมชอบจากกล้องรุ่นเรือธงต่าง ๆ นั้น แต่จริง ๆ แล้วกล้องที่ขับเคลื่อนตลาดในยุคนั้นกลับเป็นกล้อง Compact ต่าง ๆ เมื่อลองมองย้อนกลับไปดี ๆ อีกสักครั้ง ในสมัยนั้นเรียกได้ว่า กล้อง Compact ต่าง ๆ มีกันแทบทุกบ้าน ด้วยการออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก พกพาง่าย และในหลาย ๆ ตัวก็ยังออกแบบบอดี้ออกมาได้สวย และทันสมัยน่าใช้มาก ๆ จึงทำให้กล้อง Compact นั้นเป็นที่นิยมกันอย่างมาก

แต่ในช่วงปี 2023 นั้น กล้อง Compact ต่างกลับมียอดขายและยอดส่งทั้งหมดรวมกันเพียง 1.7 ล้านตัวเท่านั้น แต่มองข้อมูลในช่วงเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น สนง.ประเทศญีปุ่นได้ทำการสำรวจและพบว่า ประชากรครัวเรือนของญีปุ่นนั้น มีอยู่ประมาณ 48.6% เพียงเท่านั้น ที่เป็นเจ้าของกล้องถ่ายรูป บอกกับข้อมูลจากเว็บ Statista นั้นยังทำให้เราเห็นว่าประชากรญีุปุ่นนั้นมีเพียง 30% เท่านั้น ที่เป็นเจ้าของกล้อง ซึ่งเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อนที่หลายประเทศนั้นประชากรเป็นเจ้าของกล้องมากกว่า 50% เป็นส่วนใหญ่

ความเป็นอยู่ของตลาดกล้อง!?

หากเรามองมุมมองต่างนั้น ๆ ต้องบอกเลยว่าตลาดกล้องนั้นไม่อาจจะล่มสลายได้เลย เพราะในปัจจุบันนั้นในด้านงานสื่อและงานภาพต่าง ๆ นั้นต่างแข็งขันกันทีคุณภาพของไฟล์ภาพ หรือแม้แต่ไฟล์วีดีโอ ช่างภาพมืออาชีพส่วนใหญ่นั้นจึงนิยมใช้กล้องมากกว่าสมาร์ทโฟน นั้นเอง

ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Statista 

Think Tank กระเป๋ากล้องที่คู่ควร

หากจะให้พูดถึงแบรนด์ของกระเป๋ากล้อง ที่ครบจบ ก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์อย่าง Think Tank ทีต้องบอกเลยว่า      มีให้เลือกใช้แบบครบจบ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเลนส์ กระเป๋ากล้อง และหากจะให้พูดถึงข้อดีต่าง ๆ ของ Think Tank ต้องบอกเลยเยอะจริงๆจะมีตัวไหนน่าสนใจบ้างมาดูพร้อมกัน

Think Tank

Think Tank Photo TurnStyle

กระเป๋ากล้องสะพายขนาดเล็ก สำหรับกล้อง mirroless ที่ชาร์จ การ์ดความจำ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และในเรื่องของลักษณะเด่น Think Tank Photo TurnStyle ตอนนี้ก็คงเน้นไปที่ความเล็ก และคล้องตัวต่อการใช้งาน เพราะด้านตัวกระเป๋าเองนั้นมีน้ำหนักเพียง (0.3 กก.) ซึ่งเป็นน้ำหนักที่เบามาก ๆ แต่ในเรื่องของโครงสร้างกระเป๋านั้น ทำออกมาได้มั่นคงช่วยให้ได้อย่างคล่องตัว ขนาดภายนอกโดยรวมอยู่ที่ (18 x 35 x 10 ซม.)  ส่วนทางด้านของวัสดุภายนอกนั้น ก็เคลือบด้วยสารกันน้ำ (DWR) เคลือบ โพลียูรีเทน ซิป YKK® RC Fuse ซึ่งทำให้ทนทานต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น  

Think Tank Photo Pixel Racing Harness

เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ การใช้งานร่วมกับ Think Tank belt เปรียบเสมือน เป็นส่วนเสริมที่ช่วยแบ่งเบาน้ำหนัก Think Tank belt ด้วยการออกแบบเป็นสายสะพายไหล ช่วยในการกระจายน้ำหนัก ระหว่างช่วงไหล่และเอว และยังมีห่วงตัว D ทั้งสองข้าง และช่องกระเป๋า และในเรื่องของลักษณะเด่น ของ Thank Tank Photo TurnStyle ก็คงเป็นหัวเข็มขัดแบบปลดเร็วด้านหลัง และใช้งานร่วมกับ Camera Support Straps V 2.0 ในส่วนของวัสดุนั้น  เป็นไนลอน 420D ตาข่ายอากาศ 3D ตัวล็อค Rock Loclster® 

Think Tank Photo Pro Speed Belt

เป็นอีกหนึ่งชิ้นสำหรับสายอุปกรณ์ที่พลาดไม่ได้ ซึ่งสามารถใช้งานควบคู่กับ Think Tank Photo Pixel Racing Harness ที่จะช่วยการกระจายน้ำหนักได้เป็นอย่างดีหากเรานั้น เป็นสายช่างภาพที่จำเป็นจะต้องพกเลนส์หลาย ๆ ตัวในงาน ส่วนทางด้านคุณสมบัตินั้น ต้องบอกเลยว่าครบครันเรื่องความสบายในการใข้งาน   อย่างแท้จริง เพราะโดยรอบของเข็มขัดนั้น ทั้งหมดบุด้วยนวม เพื่อป้องกันการกดทับ และรองรับน้ำหนัก ด้านตัวล็อคของเข็มขัดนั้น เป็นแบบปรับได้ เพื่อให้เหมาะสมกับร่างกายของผู้ใช้งาน ป้องกันการหลุดระหว่างการใช้งาน ส่วนเรื่องของขนาดความยาวนั้น Think Tank Photo Pro Speed Belt นั้นแบ่งเป็น (S-M) ยาว 27-34 ซม. และ (M-L) ความยาว 32-42 ซม. 

Think Tank Photo Lens Changer 75 Pop Down

กระเป๋าสำหรับเลนส์ 70-200 mm f/2.8 เรียกได้ว่าเป็นกระเป๋าสำหรับข่างภาพอย่างแท้จริง เพราะด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ และการดีไซน์ที่รองรับต่อการหยิบใข้งานได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็ว ช่องใส่เลนส์ด้านบนออกแบบมาเป็นแบบเชือกรูดเพื่อให้ง่ายต่อการเปิดและปิด ด้วยมือข้างเดียว ที่จับและจุดยึดต่าง ๆ สามารถใช้งานร่วมกับ Think Tank Photo Pro Speed Belt ได้อย่างลงตัว และที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นผ้าคลุมกันฝนแบบปิดผนึกตะเข็บ

Think Tank Photo Skin Changer Pop Down

กระเป๋ากล้องอเนกประสงค์์ น้ำหนักเบา สำหรับกล้อง หรือเลนส์ขนาดเล็กจำนวนสองตัว ตัวกระเป๋าเองนั้นสามารถขยายได้ถึง 3.6 นิ้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่ความจุได้อย่างลงตัว ตัวกระเป๋าเองนั้นมีมือจับและตัวล็อคสำหรับ Think Tank Photo Pro Speed Belt และตัวกระเป๋าเองนั้นยังมีน้ำหนักเพียง 0.3 กก. น้ำหนักเบาแต่ทนทาน ตัวกระเป๋านั้นสามารถรองรับ ตัวกล้อง DSLR แบบกริบ ได้ 1 ตัว หรือจะเป็นเลนส์ 70-200 มม. , 24-70 มม. และเลนส์เทเลโฟโต้ขนาดเล็กพร้อมกันได้ถึง 2 ตัว ตัวกระเป๋าเคลือบสารกันน้ำ (DWR) เคลือบโพลียูรีเทน โดยรวมแล้วดีและคุ้มค่าต่อการลงทุนเพื่อมาใช้ในงานอย่างแน่นอน 

Think Tank Photo Little Stuff It! V.30

น่าจะเป็นกระเป๋ากล้องที่เล็กที่สุดของ Think Tank แต่ถึงแม้จะเปรียบเสมือนน้องเล็กก็จริงแต่ ความทนทานและวัสดุต่าง ๆ นั้นก็ไม่ได้ด้อยไม่กว่ารุ่นอื่น ๆ เลย ซึ่งด้านตัวกระเป๋านั้นเป็นจุดยึดสามารถใช้งานร่วมกับ Think Tank Photo Pro Speed Belt หรือ Think Tank Photo Pixel Racing Harness ได้อย่างลงตัว 

Think Tank Photo Streetwalker Hard drive V2.0

ถือว่าเป็นตำนานจริง ๆ การันตีจากรางวัล ทำให้ตัว Street Walker Serie นั้นกลายเป็นที่นิยมของช่างภาพทั่วโลกอีกด้วย โดยในส่วนของ Think Tank Photo Streetwalker Hard drive เองต้องบอกเลยว่า สายสะพายไหล่รุ่นนี้บุนวมเพื่อให้รองรับและลดแรงกดจากการสะพายได้ทั้งวันอย่างสบาย ส่วนทางด้านของซิปก็คงหนีไม่พ้นกับ  ซิป YKK® RC Fuse ที่มาพร้อมกับความทนทาน มาพร้อมกับการออกแบบใหเข้ากับร่างกายและการสะพายวัสดุโครงสร้างน้ำหนักเบา แผงด้านหลังเป็นตาข่ายอากาศเพื่อการระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น ช่องกระเป๋าด้านหน้าสำหรับ    ใส่อุปกรณ์ เสริมแบตเตอรี่ การ์ดความจำ และอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว ช่องแบ่งด้านในตัวกระเป๋าสามารถเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของอุปกรณ์ 

Think Tank Photo Airport Take Off V2.0 กระเป็นสำหรับเดินทางที่คนรักกล้องเองไม่ควรพลาด เพราะตัวกระเป๋าเองออกมาเสมือนกระเป๋าเดินทางที่มาพร้อมกับล้อลาก และยังสามารถเปลี่ยนจากการลากเป็นการสะพายเหมือนเป้เดินทาได้อีกด้วยเช่นกัน และด้านขนาดนั้นยังถูกออกมาเพื่อให้รองรับกับการเดินทางทั้งในประเทศ และต่างประเทศอีกด้วย และช่องกระเป๋าด้านหน้าก็ถูกออกแบบมาให้ใหญ่พอที่จะสามารถ ใส่แล็บท็อปขนาด 17 นิ้วได้อย่างสบาย การออกแบบภายในสามารถเปลี่ยนช่องกั้นได้อย่างอิสระ เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บกล้อง และเลนส์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนด้ามจับนั้นเป็นอลูมิเนียมช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน ด้านข้างของตัวกระเป๋ายังมีตัวยึดขาตั้งกล้อง พร้อมทั้งยังมีสายรัดสำหรับขาตั้งกล้องขนาดใหญ่อีกด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องความทนทานรับน้ำนักของอุปกรณ์และตัวกระเป๋าเองนั้นสามรถทำได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะตัวล้อมีขนาดถึง 80 มม. พร้อมกับลูกปืน ABEC เกรด 5 พร้อมกับกรอบล้อทรงสูงเพื่อป้องกันตัวกระเป๋าจากการขูดขีด และที่ขาดม่ได้เลยคงจะเป็นผ้าคลุมกันฝน 

Think Tank Photo Hubba Hubba Hiney V3.0 เป็นอีกที่ตัวที่ถูกสร้างมาเพื่อการใช้งานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสะพาย หรือการใส่คู่กับ Think Tank Photo Pro Speed Belt ด้วยขนาดไม่ได้ใหญ่จนเกินไป และด้านในของกระเป๋าเองนั้น ยังสามารถแบ่งช่องเก็บของได้อย่างอิสระ เพื่อการใช้งาน น้ำหนักโดยรวมของตัวกระเป๋าเองนั้นอยู่ที่ (0.5 กก.) ตัวกระเป๋า   Think Tank Photo Hubba Hubba Hiney V3.0 ออกแบบมาให้สามารถใช้มือเดียวในการรูปซิปเพื่อง่ายต่อการใข้งาน พื้นผิวด้านหลังของตัวกระเป็น เป็นแบบเรียบเพื่อลดการเสียดทานระหว่างการใช้งาน และรุ่นนี้ก็ยังคงมีผ้าคลุมกันฝนอีกเช่นเคย 

Think Tank Photo Lens Changer 50 V3.0 กระเป๋าเลนส์ ซึ่งออกมาแบบเพื่อเลนส์มุมกว้าง ตัวช่องใส่เลนส์ออกมาแบบมาเพื่อการเก็บ และนำออกมาใช้งานได้อย่างรวมเร็ว ด้านช่องเก็บบนนั้น ออกแบบเป็นแบบเชือกรูด ด้านนอกตัวกระเป๋านั้นยังมาพร้อมกับตัวเก็บฝาเลนส์กล้อง และยังสามารถใช้งานร่วมกับ Think Tank Photo Pro Speed Belt ได้อย่างลงตัวอและยังทำให้ความคล่องตัวมากขึ้นในการหยิบใช้อุปกรณ์ในการทำงานแต่ละครั้ง น้ำหนักของตัวกระเป๋าเองนั้น น้ำหนักเพียง (0.1 กก.) เท่านั้น ตัวกระเป๋าเหมือนสำหรับการเก็บเลนส์ 16-35 มม. f/2.8 พร้อมฮูดเลนส์และ17-40 มม. F/4.0 พร้อมฮูดเลนส์

Think Tank Photo Stuff It! V3.0 ตัวกระเป๋าออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานคู่กับตัว Think Tank Photo Pro Speed Belt ช่องด้านหลังของตัวกระเป๋ายังสามารถเก็บสมุดขนาด 4×6 นิ้ว ขนาดของตัวกระเป๋าอยู่ที่ (13.5 x17.3 x 8.4 ซม.) น้ำหนักองตัวกระเป๋าเองนั้น จะอยู่ที่ (0.3 กก.) เรียกได้ว่าเป็นกระเป๋าที่ค่อนดีอีกหนึ่งของ Think Tank เลยก็ว่าได้ 

Think Tank Photo Flash Mob V3.0 อีกหนึ่งกระเป๋าที่ควรเก็บและใช้ควบคู่กับตัวของ ตัว Think Tank Photo Pro Speed Belt เชื่อว่าช่างภายหลาย ๆ คนมั้งเจอปัญหากับการติดแฟลช เอาไว้กับตัวกล้อง และเวลาใช้งานแต่ละครั้งก็แอบหนักเอาเรื่อง และก็คงเบื่อกับการที่ต้องถอดแฟลชเข้าออกบ่อย ๆ ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่อการเสียหายของตัวอุปกรณ์  Think Tank Photo Flash Mob V3.0 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการใช้งาน ด้วยขนาด (12.5 x 26 x 8 ซม.) ให้เราสามารถเก็บ SB-910, 6000 EX II-RT หรือจะเป็นแฟลช DSLR และที่สำคัญด้านข้างของตัวกระเป๋านั้น สามารถเก็บแบตเตอรี่ AA ได้จำนวนถึง 8 ก้อน 

Think Tank Photo Camera Strap V2.0 ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญสำหรับสายสตรีท ที่ต้องการใช้กล้องได้่ได้แบบคล่องตัว สำหรับสายคล้องตัวกล้องของ Think Tank ที่ออกมาได้อย่างลงตัวและที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ความโดดเด่นของสายที่ทำออกมาได้ดี และลงตัว โดยทางด้านตัวสายนั้น เน้นโทนสีดำอีกเช่นเคยให้่่รู้เลยว่านี้คือ Think Tank โดยตัวสายคล้องกล้องนั้นจะมีน้ำหนักเบา และสามารถของรับน้ำหนักของตัวกล้องได้เป็นอย่างดี วัสดุเป็นแบบกันลื่น ที่มาพร้อมกับห่วงเหล็กที่มีความทนทาน ตัวสายมีให้เลือกทั้งหมดสองสี คือ ดำ-น้ำเงิน และ ดำ-เทา ขนาดและความยาวของตัวสายนั้น จะอยู่ที่ 147 ซม. 

Think Tank Photo Airport Security V3.0 Carry On อีกหนึ่งกระเป๋ากล้องสำหรับการเดินทางที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางโดยแท้จริงร่วมไปถึง ขนาดที่ตรงตามมาตราฐานและข้อบังคับของสายการบินในการถือขค้นเครื่องใน อเมริกา เป็นส่วน ตัวกระเป๋าด้านหน้านั้นมีช่องสำหรับเก็ยบแท็บเล็ต ที่บุนวมกระแรงกระแทกไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินเกิดการเสียหายได้ดี ข้อดีของรุ่นนี้คงจะหนีไม่พ้น ตัวล็อคซิปที่เป็นแบบใส่รหัส กรอบล้อทรงสูงที่ช่วยในการป้องกันการขูดตัวกระเป๋าระหว่างการลากหรือวาง ในช่วงของการเดินทาง ส่วนในเรื่องของพื้นที่การจัดเก็บภายนั้นต้องบอกเลยว่าทำออกมาได้ดี และกว้าง ทำให้สามารถเก็บอุปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก และภายในช่องเก็บของภายในก็สามารถแบ่งได้ตามความเหมาะสมของของอุปกรณ์

Think Tank Photo Speed Changer V3.0 กระเป๋ากล้องขนาดเล็กที่สามารถเลือกได้ว่า จะเก็บกล้องหรือเลนส์ ด้วยขนาดที่เล็กทำให้สามารถพกพาได้ง่าย และงานต่อการใช้งาน โดยด้าน Think Tank Photo Speed Changer V3.0 ถือว่าเป็นกระเป๋าแบบเข็มขัดอเนกประสงค์ ที่สามารถใส่ได้ทั้งกล้อง DSLR แบบมีกริบเสริม หรือจะเป็นชุดกล้อง GoPro      ก็สามารถใส่ได้ถึง 2 ตัว หรือจะเป็นเลนส์ขนาดเล็ก 1-2 ตัว ช่องกระเป๋าด้านหน้าเองออกแบบมาให้เราสามารถ จัดเก็บของต่าง ๆ ได้ง่าย

Think Tank Photo Airport Essentials กระเป๋ากล้องสำหรับสาย เดินทางอีกทางเลือกที่จะทำให้คุณมั่นใจว่า กล้องของคุณจะได้รับการปกป้องตลอดการเดินทาง โดย Think Tank Photo Airport Essentials เป็นกระเป็นเดินทางที่มีขนาดเหมาะสำหรับการเดินทางผ่านเครื่องบิน ที่ได้มาตรฐานของอเมริกา ด้านลักษณะของตัวกระเป๋าเองภายนอกดูเรียบง่าย แต่ภายในเรียกได้ว่า สามารถเก็บอุปกรณ์กล้องได้หลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้องหรือเลนส์ ด้านหน้าของตัวกระเป๋ายังมีช่องสำหรับ แล็ปท็อป 13 นิ้ว โดยรวมถือว่าเป็นกระเป๋าที่ดีอีกหนึ่งใบเลยก็ว่าได้

Think Tank Photo Slim Changer V3.0 กระเป๋ากล้องขนาดเล็ก สำหรับสายอุปกรณ์ ก็คงขาดไม่ได้ เพราะนี้คือ กระเป๋ากล้องขนาดเล็กที่สามารถเก็บได้ทั้งกล้อง DSLR หรือจะเป็น GoPro หรือแม้แต่อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ  ด้วยตัวกระเป๋าเองที่เล็ก และง่ายต่อการพกพา หรือจะเป็นการใช้ควบคู่กับ Think Tank Photo Pro Speed Belt ทีต้องบอกเลยว่าลงตัวมาก ๆ ตัวกระเป๋าเองนั้นออกแบบมาให้แนบกับลำตัวเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน และที่ขาดไม่ได้เลยคงจะเป็นผ้าคลุมกันน้ำที่ Think Tank ให้มาเกือบจะทุกตัว 

THINK TANK PHOTO AIRPORT COMMUTER  กระเป๋ากล้อง สะพายหลังรูปทรงเท่ สายรัดปรับระดับพร้อมสายรัดอก พร้อมกับที่จับทั้งสามด้านของตัวกระเป๋าให้ง่ายต่อการถือ หรือยกขึ้นเพื่อสะพาน ทั้งนี้ข้างของตัวกระเป๋ายังมาพร้อมกับตัวยึดขาตั้งแบบ MONOPOD ผ้้าคลุมกันน้ำ เข็มขัดคาดเอวสามารถถอดออกได้ ด้านในกระเป๋ามาพร้อมกับแผ่นแยกช่องบุนวมให้สามารถ แบ่งช่องเพื่อเก็บอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดาย 

THINK TANK PHOTO SKIN 50 V3.0 กระเป๋าเลนส์อเนกประสงค์ น้ำหนักเบา สำหรับเลนส์ช่องกระเป๋าออกแบบมามีลักษณะกว้าง เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบใช้งานเลนส์ สามารถใช้งานร่วมกับ Think Tank belt หรือจะเป็น      Think Tank Photo Pixel Racing Harness ได้ และที่สำคัญขณะใช้งานก็ไม่ต้องกลัวฝน เพราะ THINK TANK PHOTO SKIN 50 V3.0 ก็ยังมาพร้อมกับผ้าคลุมกันน้ำอีกเช่นเคย 

น่าจะเป็นข้อมูลดี ๆ สำหรับการประกอบตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาความคุ้มค่าและเอื้อต่อการใช้งานของคนรักการถ่ายภาพ อย่างแน่นอน หลังจากที่ได้อ่านข้อมูลทั้งหมดนี้แล้วคงทำให้รู้ว่า Think Tank คุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างแน่นอน ข้อดีของ Think Tank นั้นคงบอกได้ว่าเป็นสินค้าที่ออกมาเพื่อรองรับการใช้งานอย่างแท้จริง รวมไปถึงการการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ที่สอดคล้องกันระหว่าง Think Tank ในแต่ละรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว   

Product : THINK TANK / Facebook : FOTOFILE

Insta360 ONE RS + Leica Summicron-A ในราคาที่คุณเอื้อมถึง

insta360 one rs ขนาด 1 นิ้วเป็นกล้อง 360 ที่มีเซ็นเซอร์ BSI-CMOS ขนาด 1 นิ้ว 2 ตัวและเลนส์ Leica Summicron-A ในราคาที่เอื้อมถึง คุณสมบัติหลักของมันคือ:  

  • วิดีโอ 6K สามารถจับภาพวิดีโอได้ที่ 6144 x 3072 ที่ 24fps หรือ 25fps หรือ 5888 x 2944 ที่ 30fps
  • โมดูลาร์และย้อนกลับเข้ากันได้กับInsta360 One RSและในอนาคตOne Rเช่นกัน
  • ราคา ถูกกว่าTheta Z1 มีเซ็นเซอร์แบบเดียวกับ Theta Z1 และมีคุณสมบัติเพิ่มเติม แต่ราคา 800 เหรียญสหรัฐนั้นน้อยกว่า Theta Z1 ถึง 25% (1050 เหรียญ)

คุณควรซื้อหรือไม่ หากคุณเป็นผู้ใช้ทั่วไปหรือเพิ่งเข้าสู่ 360 และกำลังมองหากล้อง 360 ที่ดีพอ ฉันคิดว่าคุณไม่จำเป็นต้องมี 360 ขนาด 1 นิ้ว คุณสามารถประหยัดได้ด้วยกล้องที่มีราคาต่ำกว่า เช่น Insta360 RS หรือ GoPro MAX หนึ่งเครื่อง ในทางกลับกันถ้าคุณต้องการกล้อง 360 ที่มีคุณภาพของภาพโดยรวมที่ดีที่สุดในราคาต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์สำหรับภาพถ่ายและโดยเฉพาะสำหรับวิดีโอ ดังนั้น 1 นิ้ว 360 คือกล้องที่ผมจะแนะนำให้เพื่อนหรือสมาชิกในครอบครัวทราบหากทำได้ จ่ายได้. นี่คือเหตุผล 

เซนเซอร์

ขั้นแรก มาพูดถึงคุณสมบัติ: เซ็นเซอร์ 360 ขนาด 1 นิ้วใช้เซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้วสองตัว เซ็นเซอร์ 1 นิ้วมีขนาดใหญ่กว่าเซ็นเซอร์ 1 / 2.3 นิ้วทั่วไปประมาณ 4 เท่าที่ใช้ในกล้อง 360 สำหรับผู้บริโภคทั่วไป เช่น Insta360 One R  ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเซ็นเซอร์ Micro Four Thirds เพียงเล็กน้อย และมีขนาดประมาณ ⅓ เซ็นเซอร์ APS-C  360 1 นิ้วมีเซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้วสองตัว ดังนั้นขนาดรวมของเซ็นเซอร์สองตัวจึงใหญ่กว่าเซ็นเซอร์ Micro Four Thirds เล็กน้อย

คุณภาพวีดีโอ

ความละเอียดวิดีโอของ 360 ขนาด 1 นิ้วคือ 6.1k หากคุณถ่ายที่ 24fps หรือ 25fps (6144 x 3072) หรือ 5.9k หากคุณถ่ายที่ 30fps (5888 x 2944) ตรงกลางเลนส์จะคมชัดกว่า GoPro Max เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่เมื่อคุณย้ายไปยังเส้นตะเข็บ คุณภาพของวิดีโอของ Insta360 จะสังเกตเห็นได้ชัดเจนมาก

ความคมชัดของเส้นตะเข็บนี้สำคัญไฉน? ในโลกแห่งความเป็นจริง คนส่วนใหญ่ถือกล้อง 360 องศาไว้บนไม้เซลฟี่และไม่ใช่ขาตั้งกล้องแบบโมโนพอดที่อยู่กับที่ เว้นแต่พวกเขาจะถ่ายทำทัวร์เสมือนจริง เมื่อถ่ายภาพในมุมปกติของไม้เซลฟี่ 1 นิ้ว 360 มีรายละเอียดมากกว่ากล้องอื่น ๆ เช่น GoPro MAX, Theta X, Theta Z1 และม็อด One R 360

ในแง่ของความต้านทานแสงแฟลร์ 360 ขนาด 1 นิ้วจะไม่ได้รับการยกเว้นจากแสงแฟลร์ “แสงสะท้อนจุดสีแดง” ในกล้อง Insta360 บางตัวหายไป แต่กลับกลายเป็นแสงสะท้อนจุดสีเขียวสองเท่า บางครั้งอาจมีรังสีอยู่ใกล้แหล่งกำเนิดแสงจ้าเช่นดวงอาทิตย์

วิดีโอแสงน้อย

ฉันยังเปรียบเทียบกล้องในที่แสงน้อยและ 1 นิ้ว 360 มีรายละเอียดที่ดีที่สุดและมีเสียงรบกวนน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกล้องอื่นๆ เป็นกล้องที่มีแสงน้อยที่ดีที่สุดที่ฉันเคยเห็นในช่วงราคานี้

คุณภาพเสียง

ในแง่ของคุณภาพเสียง ไมโครโฟนในกล้องดีกว่า Insta360 One R โดยที่ฉันไม่ได้ยินเสียงใดๆ เมื่อคุณสัมผัสโครงยึด อย่างไรก็ตาม เสียงเบาไปหน่อย ฉันชอบคุณภาพเสียงในตัวกล้องของ GoPro MAX เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีอย่างแท้จริง สิ่งที่ผู้ใช้ต้องการจริงๆ คือไมโครโฟนไร้สาย ในเรื่องนี้ 360 1 นิ้วมีตัวเลือกไมโครโฟนที่มองไม่เห็น มีที่ยึดรองเท้าเย็นรุ่นของตัวเอง อะแดปเตอร์ไมโครโฟน insta360 ใหม่ และสามารถใช้กับ Rode wireless Go หรือไมโครโฟนที่คล้ายกัน ซึ่งจะมองไม่เห็นใน 360 ขนาด 1 นิ้ว

คุณภาพของภาพถ่าย

360 ขนาด 1 นิ้วสามารถถ่ายคร่อม Raw+JPG HDR ได้สูงสุด 9 ภาพ ห่างกันสูงสุด 1EV กระบวนการจับภาพนั้นรวดเร็วและใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที Insta360 Studio จะต่อเชื่อมและรวมภาพเข้าด้วยกันโดยไม่ต้องใช้ซอฟต์แวร์ของบุคคลที่สาม นอกจากนี้ยังให้ตัวเลือกแก่คุณในการส่งออกภาพแต่ละภาพที่มีการเย็บแบบเดียวกัน เพื่อให้คุณสามารถรวมภาพเหล่านี้ในซอฟต์แวร์ HDR ของคุณเองได้หากต้องการ

คู่แข่งหลักของ 360 1 นิ้วคือ Theta Z1 สำหรับรายละเอียด Theta Z1 มีรายละเอียดมากกว่าตรงกลางเลนส์ ในขณะที่ 1 นิ้ว 360 มีรายละเอียดมากกว่าที่แนวตะเข็บ 360 ขนาด 1 นิ้วยังมีขอบน้อยกว่า Z1

ข้อได้เปรียบของ Theta Z1 คือสามารถหยุดรูรับแสงที่ f/5.6 และชัตเตอร์ได้สูงถึง 1/25,000 รูรับแสงขนาด 1 นิ้ว 360 ถูกกำหนดไว้ที่ f/2.2 และชัตเตอร์ที่เร็วที่สุดคือ ⅛,000 ซึ่งหมายความว่า Theta Z1 สามารถจับภาพไฮไลท์ที่สว่างกว่าได้ อย่างไรก็ตาม 360 ขนาด 1 นิ้วอาจมีฟิลเตอร์ ND ในอนาคตที่สามารถลดข้อได้เปรียบนี้ได้

อายุการใช้งานแบตเตอรี่และความทนทาน

ฉันทดสอบกล้อง 360 องศาในอาคารขนาด 1 นิ้วโดยไม่มีเครื่องปรับอากาศ และสามารถบันทึกได้ 62 นาที ซึ่งแบ่งออกเป็นไฟล์ 31 นาทีสองไฟล์ ไม่มีการพ่นหมอกควัน ไม่เบลอ และไม่มีการล่องลอย กล้อง360 ขนาด 1 นิ้วยังสามารถบันทึกขณะชาร์จหรือบันทึกโดยไม่ต้องใช้แบตเตอรี่หากใช้พลังงานจาก USB

ความทนทาน

เลนส์ 360 ขนาด 1 นิ้วอาจมีรอยขีดข่วนได้ เช่นเดียวกับกล้อง 360 ตัวอื่นๆ Insta360 แสดงให้ฉันเห็นต้นแบบของตัวป้องกันเลนส์แบบถอดได้ แต่มันยังไม่พร้อมในการเปิดตัว และพวกเขาไม่ได้มุ่งมั่นที่จะปล่อยมันออกมา

ปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องพิจารณา

ไม่เหมาะสำหรับสโลว์โมชั่น: 360 ขนาด 1 นิ้วไม่เหมาะสำหรับสโลว์โมชั่น มันสามารถถ่ายที่ 50fps แต่ที่ความละเอียด 3k เท่านั้น ดังนั้นหากคุณต้องการภาพสโลว์โมชั่น นี่ไม่ใช่กล้องที่ดีที่สุดสำหรับสิ่งนั้น

ปัญหาที่เป็นไปได้อีกประการสำหรับผู้ใช้บางคนคือกล้องค่อนข้างหนัก หากคุณใช้มันกับไม้เซลฟี่แบบยาว คุณจะเริ่มรู้สึกเมื่อยที่ข้อมือของคุณหลังจากนั้นครู่หนึ่ง

การ์ดหน่วยความจำยังไม่สะดวกในการเข้าถึง ฉันมักจะโอนไฟล์ผ่านสาย USB

ข้อได้เปรียบที่สำคัญและไม่เหมือนใครอย่างหนึ่งคือสามารถอัพเกรดได้ 360 ขนาด 1 นิ้วสามารถใช้ One RS core ได้ และในอนาคตจะใช้งานร่วมกับ One R core แบบย้อนหลังได้หลังจากการอัพเดตเฟิร์มแวร์ เมื่อ Insta360 เปิดตัว One R ในปี 2020 ไม่มีใครรู้ว่า One R จะเป็นกล้องตัวเดียวหรือจะเป็นกล้องที่อัพเกรดได้อย่างแท้จริง ตั้งแต่นั้นมา Insta360 ก็ได้ปล่อยการอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงคอร์ RS ใหม่ที่มีโปรเซสเซอร์ที่เร็วขึ้น การบูสต์ระดับ 4K ด้วยวิดีโอ 6k และตอนนี้คือรุ่น 360 ขนาด 1 นิ้ว นี่แสดงให้เห็นว่า One R และ One RS สามารถอัพเกรดได้อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับ DSLR เมื่อคุณซื้อตัวกล้องใหม่ คุณสามารถใช้เลนส์ตัวเก่าต่อไปได้ หากคุณซื้อเลนส์ใหม่ คุณสามารถใช้เลนส์เหล่านี้กับเลนส์รุ่นเก่าได้ นี่เป็นคุณสมบัติที่ไม่มีกล้อง 360 รุ่นอื่นในขณะนี้
FOTOFILEBLOG FOTOFILESHOP
#Insta360 #Insta360 สเปก #insta360 ราคา

Photogrammetry การถ่ายภาพเพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติ


Photogrammetry การถ่ายภาพเพื่อการรังวัดและสร้างแบบจำลอง 3 มิติ

การใช้ภาพถ่ายเพื่อวัดระยะของวัตถุในระยะแรกนั้นใช้ในการสำรวจทางอากาศด้วยเครื่องบิน ซึ่งได้แก่แผนที่ทางการทหาร หรือการรังวัดที่ดินจากภาพถ่าย ต่อมาจึงใช้ภาพถ่ายทางดาวเทียม แต่ปัจจุบันนั้นได้มีการใช้ถ่ายภาพจากโดรน และเริ่มนิยมนำภาพการถ่ายจากกล้องในโทรศัพท์มือถือมาสร้างแบบจำลอง 3 มิติอีกด้วย

การถ่ายภาพ
ภาพแสดงการถ่ายภาพเพื่อทำแผนที่

https://scienceaid.net/Photogrammetry_and_Remote_Sensing


Photogrammetry
การสร้างภาพ 3 มิติจากโดรน
https://thehightechhobbyist.com/drone-photogrammetry/

หลักการทำงาน

การถ่ายภาพเพื่อการรังวัด (photogrammetry) เป็นการถ่ายภาพทางวิทยาศาสตร์ ไม่เน้นความสวยงามแต่เน้นความถูกต้องของระยะทาง ระบบการถ่ายภาพจะต้องมีการประกอบภาพหลายๆ ภาพจากตำแหน่งกล้องต่างๆ เข้าด้วยกัน

ดังนั้นจึงต้องทราบลักษะเฉพาะของระบบไม่ว่าจะเป็นเลนส์ การเอียงของกล้อง ตลอดจนการอ้างอิงถึงจุดของตำแหน่งต่างๆ ในภาพ ทั้งหมดนี้เมื่อซอฟต์แวร์ประกอบภาพเข้าด้วยกันแล้วให้ภาพที่ถูกต้องแม่นยำจนสามารถวัดระยะได้

หลักการถ่ายภาพเพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติ (https://www.vistable.com/photogrammetry-or-photo-modeling-for-the-digital-factory-model/

แต่ปัจจุบัน photogrammetry ถูกรู้จักในฐานะเป็นเทคนิคการถ่ายภาพเพื่อสร้างภาพแบบจำลอง 3 มิติจากภาพถ่ายหลายๆ ภาพ หลายๆ มุมรอบๆ วัตถุ ซึ่งใช้กันมากในภาพถ่ายจากโดรน หรือสร้างเป็นโดม (Dome) รอบวัตถุและติดตั้งกล้องจำนวนมาก ณ องศาต่างๆ กัน

แต่สำหรับวัตถุขนาดไม่ใหญ่มาก มักวางบนฐานที่หมุนได้ทำให้ไม่ต้องใช้กล้องจำนวนมากแต่ก็แลกมาด้วยเวลาถ่ายภาพที่นานขึ้นและไม่สามารถถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวได้ และเมื่อได้ภาพทั้งหมดแล้วจะนำไปประมวลผลเป็นภาพแบบจำลอง 3 มิติซึ่งสามารถใช้ในงานนำเสนอภาพแบบ VR หรือนำไปพิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ

ซอฟต์แวร์มีความสำคัญไม่น้อยในการสร้างภาพ 3 มิติซึ่งมีทั้งแบบฟรีและแบบต้องจ่ายเงิน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นการถ่ายภาพให้ได้ข้อมูลภาพที่ครบถ้วนและเหมาะสม อันได้แก่จำนวนภาพ มุมภาพ ณ ตำแหน่งต่างๆ ความละเอียดของภาพ ตลอดจนทั้งเรื่องแสงที่ไม่ควรมีเงา วัตถุควรเป็นผิวด้านไม่มันวาว ไม่ใช่นั้นแล้วจะได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์

ซอฟต์แวร์มีความสำคัญไม่น้อยในการสร้างภาพ 3 มิติซึ่งมีทั้งแบบฟรีและแบบต้องจ่ายเงิน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นการถ่ายภาพให้ได้ข้อมูลภาพที่ครบถ้วนและเหมาะสม อันได้แก่จำนวนภาพ มุมภาพ ณ ตำแหน่งต่างๆ ความละเอียดของภาพ ตลอดจนทั้งเรื่องแสงที่ไม่ควรมีเงา วัตถุควรเป็นผิวด้านไม่มันวาว ไม่ใช่นั้นแล้วจะได้ภาพที่ไม่สมบูรณ์

ในระยะเวลาอันใกล้นี้ เราๆ ท่านๆ อาจจะไม่ต้องไปหาโปรแกรมสำหรับมาสร้างแบบจำลอง 3 มิติ อีกต่อไป เพราะ MacOS Monterey ซึ่งยังคงเป็น Beta version อยู่ได้มี photogrammetry ฝังมาในระบบปฏิบัติการแล้วเรียบร้อย แม้ว่าขณะนี้ยังใช้งานไม่ง่ายนัก แต่เชื่อว่าเมื่อผนวกเข้ากับการใช้

การถ่ายภาพเพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติของวัตถุขนาดเล็ก (https://hackaday.com/2019/05/14/for-better-photogrammetry-just-add-a-donut/)

iphone ที่มี LiDAR ต่อไปใครๆ ก็จะสามารถสร้างแบบจำลอง 3 มิติได้ไม่ยากเลย

ข้อดีข้อด้อยของการใช้ภาพจากโดรนเพื่องาน photogrammetry (https://www.scoutaerial.com.au/article-photogrammetry/)
10 โปรแกรมน่าใช้สำหรับ photogrammetry(https://all3dp.com/1/best-photogrammetry-software/)
การสร้างระบบถ่ายภาพเพื่อสร้างแบบจำลอง 3 มิติของวัตถุขนาดเล็ก (https://hackaday.com/2019/05/14/for-better-photogrammetry-just-add-a-donut/)
การใช้โทรศัพท์มือถือสร้างแบบจำลอง 3 มิติ (https://www.youtube.com/watch?v=ZIW4XU6Wm8Q)
คลิปแสดงการสร้างแบบจำลอง 3 มิติ ด้วย MacOS Monterey  (https://www.youtube.com/watch?v=oLH3gtpPeNI)

Cr. ดร.ชวาล (อ.ติ่ง) Fotofileblog

Eye Control AF มองที่ไหนโฟกัสที่นั่น ดีอย่างไร?


Eye Control AF ดีอย่างไร?

การหาโฟกัสในกล้องที่ออกใหม่มีการแข่งขันกันมากเพื่อโฟกัสได้เร็วและแม่นยำ แต่เทคโนโลยีการโฟกัสที่ฮือฮาและก้าวหน้ามาก ๆ ในสมัยกล้องฟิล์มคือเทคโนโลยีการโฟกัสด้วยดวงตา (eye-control focus) โดยเมื่อมองไป ณ จุดโฟกัสในช่องมองภาพและกล้องจะจับโฟกัส ณ ตำแหน่งนั้นให้ทันที ซึ่งเริ่มใช้ในกล้อง Canon EOS5 ในปี ค.ศ.1992 และ ในกล้อง EOS3 ในหลายปีต่อมา

Eye Control
จุดโฟกัสในกล้อง Canon EOS3

หลักการทำงานของโฟกัสด้วยตาคือ

หลักการทำงานของการโฟกัสด้วยดวงตาก็คือจะต้องคาริเบรต (calibrate) ดวงตาของผู้ถ่ายก่อน โดยต้องมองตามจุดที่กระพริบในช่องมองภาพ กล้องจะยิงรังสีอินฟราเรดความเข้มต่ำและจับแสงสะท้อนและจดจำลักษณะเฉพาะของตาคนนั้น เมื่อใช้งานจริงกล้องจึงรู้ว่าผู้ถ่ายภาพมองไป ณ ตำแหน่งใด ซึ่งผู้เขียนเองก็ใช้กล้อง EOS5 อยู่หลายปีและพึงพอใจกับระบบโฟกัสด้วยตาดี แม้มีการหน่วงเวลาแต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลายคนไม่ชอบระบบนี้เพราะยังไม่แม่นยำมากนัก

Eye Control AF
การคาริเบรตการโฟกัสด้วยตาของกล้อง Canon EOS5 (https://support.usa.canon.com/kb/index?page=content&id=ART101650

สิ่งที่น่าสนใจ

สิ่งที่น่าสนใจคือ Canon ได้ปัดฝุ่นแนวคิดการโฟกัสด้วยตามาใช้ใหม่โดยจดสิทธิบัตรการโฟกัสด้วยตาในชุดช่องมองภาพอิเล็กทรอนิกส์ (electronic view finder, EVF) ซึ่งนำมาใช้ในกล้อง EOS R3 หลักการทำงานก็ไม่ต่างไปจากเดิมคือยิงรังสีอินฟราเรดจากแหล่งแสงรอบๆ รูม่านตา (eye pupil) และมีเซนเซอร์คอยรับรังสีที่สะท้อน เพื่อคำนวณว่าผู้ถ่ายภาพมองไป ณ ตำแหน่งใด แน่นอนว่าจะต้องมีการคาริเบรตตาของผู้ถ่ายภาพก่อน

Eye Control AF Fotofile
ลักษณะการทำงานของชิ้นส่วนต่างๆของกล้องไร้กระจกที่มีระบบโฟกัสด้วยดวงตา

สิ่งที่ท้าทาย

สิ่งที่ท้าทายคือระบบโฟกัสในกล้องปัจจุบันทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมอยู่แล้วทั้งรวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งมีระบบ touch focus ซึ่งแค่แตะหน้าจอ LCD กล้องก็จะจับโฟกัส ณ ตำแหน่งนั้น และยังมีระบบจับโฟกัสใบหน้า (face detection) จับโฟกัสไปที่ดวงตา (eye AF)

Eye Control fotofile
ภาพเฉพาะส่วนระบบ EVF ที่โฟกัสด้วยดวงตา แสดงถึงการยิงอินฟราเรด (เส้นสีดำ) ไปยังดวงตาและสะท้อนไปยังเซนซอร์ (53)

แต่ผู้เขียนยังเชื่อว่าระบบโฟกัสด้วยดวงตานี้จะช่วยให้การโฟกัสสะดวกรวดเร็วขึ้นกว่าเดิมอีก ยกตัวอย่างเช่นการถ่ายภาพแบบจับโฟกัสที่ใบหน้า กล้องจะเลือกเอาเองว่าต้องโฟกัสที่ใบหน้าไหน หากมีใบหน้าให้จับได้มากกว่าหนึ่ง แต่หากใช้ระบบโฟกัสด้วยดวงตาแล้วจะตัดปัญหาว่ากล้องจับโฟกัสที่ใบหน้าผิดไหนไปทันที เมื่อผู้ถ่ายภาพมองไปที่ใบหน้าไหนก็โฟกัสที่ใบหน้านั้น ดังนั้นตอนนี้ก็เหลือเพียงรอให้มีการทดสอบ

Eye-Control
เมื่อดวงตามองไป ณ จุดต่างๆบนจอภาพ เซนเซอร์จะจับแสงสะท้อนอินฟราเรดจากดวงตา ซึ่งทำให้คำนวณได้ว่ามองไปในทิศทางใด
eye-control af

อ่าน patent เรื่อง eye-control focus ของแคนนอน (https://www.j-platpat.inpit.go.jp/p0200)

ขั้นตอนการคาริเบรตดวงตาของ Canon EOS3

(https://support.usa.canon.com/kb/index?page=content&id=ART117924&actp=search&viewlocale=en_US&searchid=1625392000172)

ดูคลิปความเห็นเกี่ยวกับ eye-control AF

https://www.dpreview.com/videos/3008868868/dpreview-tv-the-return-of-canon-s-eye-controlled-focus

ประสิทธิภาพของการโฟกัสด้วยดวงตาเท่านั้นว่าสามารถตอบสนองการทำงานในการใช้งานจริงได้ดีแค่ไหน

Cr : ดร.ติ่ง
สั่งซื้อสินค้าและตรวจสอบสินค้าได้ที่ fotofile ติดตามข่าวสาร ความรู้ และรีวิวอื่นๆได้ที่ fotofile/blog fotofile youtube Channel learning Center.

Contrast vs Phase Detection AF ระบบโฟกัสไหนที่รวดเร็วและแม่นยำ

contrast vs phase detection

ในยุคแรกระบบออโตโฟกัสสำหรับกล้อง compact จะใช้เซนเซอร์กล้องเป็นตัวโฟกัสด้วยการหาความเปรียบต่าง (contrast detection, CDAF) โดยจะเลื่อนเลนส์ไปมาค้นหาระยะที่มีความเปรียบต่างสูงสุดและนั่นเป็นจุดที่มีความชัดสูงสุด เป็นผลให้การหาโฟกัสค่อนข้างช้าแต่มีความแม่นยำสูง ในขณะที่กล้อง DSLR นั้นมีชุดโฟกัสใต้กระจกสะท้อนแสง 45 องศาเป็นตัวโฟกัสแบบหาเฟส (phase detection, PDAD) ซึ่งช่วยให้สามารถโฟกัสได้รวดเร็วมาก แต่มีความแม่นยำน้อยกว่า บางครั้งจะมีการ front focus และ back focus และหากพบแล้วก็ต้องนำกล้องไปปรับตั้งใหม่ (recalibrate)


ในยุคหลังที่กล้องดิจิทัลถูกใช้ถ่ายวีดีโอมากขึ้น การโฟกัสที่รวดเร็วและแม่นยำเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแพนกล้องตามวัตถุที่เคลื่อนที่แล้วยังจับโฟกัสได้ตลอดเวลา Panasoinc ได้อาศัยเทคโนโลยีระยะชัดลึกจากการหลุดโฟกัส (Depth from Defocus) เพื่อคำนวณหาว่าควรเลื่อนเลนส์ไปข้างหน้าหรือถอยหลัง จากข้อมูลความเบลอที่ไม่เท่ากันระหว่างการหลุดโฟกัสด้านหน้ากับด้านหลัง ทำให้ทราบทิศทางการเคลื่อนที่ของเลนส์เพื่อไปจุดโฟกัส แล้วค่อยหาความเปรียบต่างในบริเวณใกล้ๆ จุดโฟกัส  แม้ว่าจะดีขึ้นมากในแต่การตามวัตถุนั้นก็ยังช้าเมื่อเทียบกับ PDAD


กล้องระดับโปรที่ต้องโฟกัสได้เร็วและแม่นยำจะใช้ประโยชน์ของ PDAF เพื่อเคลื่อนเลนส์เข้าใกล้จุดโฟกัสก่อนแล้วใช้ CDAF หาจุดที่ชัดที่สุด ซึ่งจะเรียกว่า Hybrid AF และด้วยการพัฒนาให้ใช้เซนเซอร์เป็นตัวหาเฟสแทนระบบโฟกัสในกล้องไร้กระจก (mirrorless)

contrast vs phase detection

แม้จะต้องสละบางพิกเซลไปทำหน้าที่หาเฟสและเสียที่รับแสงไปบ้างแต่ก็ได้มาของการจับโฟกัสอย่างรวดเร็วและสามารถใส่จุดโฟกัสได้ทั่วทั้งเฟรมภาพไม่กระจุกอยู่ตรงกลางเหมือน DSLR ซึ่งทั้ง Sony และ Fuji ใช้ระบบโฟกัสแบบนี้และได้พัฒนาให้พิกเซลที่ทำหน้าที่หาเฟสกลับมารับแสงได้ด้วยและได้จด patent dual pixel

contrast vs phase detection

contrast vs phase detection

เช่นเดียวกับที่ Canon ได้พัฒนาไปก่อนแล้ว ขณะที่ Canon เองได้พัฒนาให้มี 4 Photodiode ในหนึ่งพิกเซลเพื่อช่วยจับโฟกัสได้ดีทั้งในแนวตั้งและแนวนอน

มีเว็บไซด์ได้ review ประสิทธิภาพการโฟกัสด้วยกล้องต่างๆ ไว้ มากมายซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ตาม link ด้านล่าง แต่พึงระลึกไว้ว่าการโฟกัสไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยเรื่องเซนเซอร์เพียงอย่างเดียวยังมีเรื่อง การออกแบบเลนส์ การขับเคลื่อนของมอเตอร์และระบบประมวลผลเรื่อง face หรือ eye detection และอื่นๆ อีกด้วย


ดูเรื่องการเปรียบเทียบความเร็วการโฟกัสระหว่าง contrast AF กับ dual pixel AF ( HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=JHz8a0zgxYs”https://www.youtube.com/watch?v=JHz8a0zgxYs

เปรียบเทียบ autofocus การถ่ายวิดีโอ EOS R vs A7III vs X-T3 vs Z7 –

( HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=0Xv1gHJ1oII”https://www.youtube.com/watch?v=0Xv1gHJ1oII)

เปรียบเทียบ Sony A7iii vs Canon EOS R Autofocus

  HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=t52dau-K09E”https://www.youtube.com/watch?v=t52dau-K09E

เปรียบเทียบ Nikon Z6II vs Canon R5 vs Sony A7III Autofocus

( HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=QJwDozT1mXM”https://www.youtube.com/watch?v=QJwDozT1mXM)

เปรียบเทียบ Depth from defocus กับ Dual Pixel ( HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=htWTYSDgjug”https://www.youtube.com/watch?v=htWTYSDgjug)

อ่าน patent Microlens  ของ Sony ที่ทำให้ PDAD pixel รับแสงได้ด้วย ( HYPERLINK “http://thenewcamera.com/sony-hybrid-microlens-patent/”http://thenewcamera.com/sony-hybrid-microlens-patent/)

อ่าน patent Dual Pixel ของ Nikon ( HYPERLINK “http://thenewcamera.com/nikon-hybrid-senors-in-works-for-dslrs-and-mirrorless/”http://thenewcamera.com/nikon-hybrid-senors-in-works-for-dslrs-and-mirrorless/)

อ่าน patent Hybrid AF ของฟูจิที่ AF pixel ทำหน้าที่รับแสง ( HYPERLINK “http://thenewcamera.com/fujifilm-patnet-hybrid-af-pixel/”http://thenewcamera.com/fujifilm-patnet-hybrid-af-pixel/)

อ่าน patent Dual Pixel ของ Sony ( HYPERLINK “https://www.sonyalpharumors.com/sony-patented-dual-pixel-sensor-similar-canon-version/https://www.sonyalpharumors.com/sony-patented-dual-pixel-sensor-similar-canon-version/)

อ่าน patent Quad Pixel AF ของ Canon ( HYPERLINK “https://www.diyphotography.net/canons-quad-pixel-af-patent-maybe-the-sensor-for-upcoming-eos-r1/”https://www.diyphotography.net/canons-quad-pixel-af-patent-maybe-the-sensor-for-upcoming-eos-r1/)

ดูเรื่อง dual pixel pro ของ Samsung ( HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=8KILAVjM8lY&t=180shttps://www.youtube.com/watch?v=8KILAVjM8lY)

Fotofileblog Cr : ดร.ชวาล (อ.ติ่ง)

Rolling Shutter สาเหตุของภาพใบพัดเครื่องบินที่บิดเบี้ยว


หลายคนคงแปลกใจที่เมื่อถ่ายภาพใบพัดเครื่องบิน หรือถ่ายภาพบนรถที่วิ่งด้วยความเร็วแล้วปรากฏว่าภาพที่ได้มีความผิดเพี้ยนไปเช่นใบพัดเครื่องบินจะโค้งๆ แปลกๆ  หรือวัตถุที่รถวิ่งผ่านไม่เป็นเส้นตรงแต่บิดเบี้ยวไป

ภาพใบพัดเครื่องบินที่หมุนด้วยความเร็วสูงแต่ถ่ายมาได้เป็นภาพที่บิดเบี้ยว ( HYPERLINK “https://www.diyphotography.net/this-video-helps-you-understand-the-rolling-shutter-effect/”https://www.diyphotography.net/this-video-helps-you-understand-the-rolling-shutter-effect/)

สาเหตุของภาพใบพัดเครื่องบินที่บิดเบี้ยว Rolling Shutter

สาเหตุเกิดขึ้นจากชัตเตอร์ของกล้องเป็นแบบ rolling shutter ซึ่งพบในกล้องที่ใช้เซนเซอร์แบบ CMOS ขณะที่กล้องที่ใช้ CCD เป็นเซนเซอร์จะใช้ชัตเตอร์แบบ global shutter หรือ total shutter เป็นส่วนใหญ่ ชัตเตอร์สองแบบมีลักษณะรับแสงและการอ่านข้อมูลภาพต่างกัน โดยแบบ  global นั้นทุกพิกเซลของระนาบเซนเซอร์จะเปิดรับแสงพร้อมๆ กันและปิดรับแสงพร้อมๆ แล้วถึงอ่านข้อมูลภาพออกไป ขณะที่แบบ rolloing นั้นจะเปิดและปิดรับแสงไปทีละแถวต่อเนื่องกันไป ปัญหาจะไม่เกิดถ้าถ่ายวัตถุนิ่งๆ ไม่มีการเคลื่อนที่ หรือ เคลื่อนที่ช้ามากเมื่อเทียบความเร็วชัตเตอร์ที่ใช้ และในทางกลับกันหากถ่ายวัตถุที่เร็วกว่าความเร็วชัตเตอร์มากๆ ก็ได้ภาพเบลอๆ แทนที่จะได้ภาพบิดเบี้ยว

Rolling Shutter
ภาพไม้กอล์ฟที่บิดเบี้ยว ( HYPERLINK “https://m.blog.naver.com/1967jk/221274854072″https://m.blog.naver.com/1967jk/221274854072)

ปัญหานี้เกิดขึ้นไม่ได้บ่อยมากสำหรับการถ่ายภาพนิ่ง แต่จะพบมากในการถ่ายภาพวีดีโอ ซึ่งโดยทั่วไปมักมีเฟรมเรท (frame rate) 24 เฟรม หรือ 30 เฟรมต่อวินาที (FPS) หมายความว่าใน 1 วินาทีกล้องจะถ่ายภาพ 24 หรือ 30 เฟรม  และเป็นกฎพื้นฐานว่าความเร็วชัตเตอร์ควรเป็น 2 เท่าของเฟรมเรท นั่นคือในการถ่ายภาพวิดีโอมักใช้ ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/50 หรือ 1/60 วินาที

ชัตเตอร์แบบ rolling ที่รับแสงทีละแถว กับ global ที่รับแสงพร้อมกันหมด

เพื่อให้เกิดการเบลอของวัตถุที่เคลื่อนที่ใกล้เคียงกับการมองเห็นของมนุษย์ หากใช้ความเร็วชัตเตอร์มากๆ แล้วภาพวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่จะดูชัดเกินปกติไป และเมื่อใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/50 หรือ 1/60 วินาที โอกาสการเกิดภาพบิดเบี้ยวจึงพบได้บ่อยๆ เพราะการถ่ายวิดีโอกล้องมักเคลื่อนที่อยู่เสมอๆ

ภาพเคลื่อนไหวแสดงการเกิดความบิดเบี้ยวของใบพัดหรือรถที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็ว เมื่อใช้ rolling shutter

ผู้ผลิตเซนเซอร์ต่างรับรู้ปัญหา rolling shutter เป็นอย่างดี และการผลิต CMOS ให้เป็น global shutter ก็ได้ทำกันมาแล้วทั้ง Sony และ Canon แต่ก็แลกมาซึ่งต้นทุนราคาที่สูงไปด้วย ดังนั้นจึงเลือกใช้ในเฉพาะกล้องที่ออกแบบให้ถ่ายภาพยนตร์หรือภาพวิดีโอคุณภาพสูงเท่านั้น แต่สำหรับกล้องถ่ายภาพในเชิงวิเคราะห์และตรวจสอบภาพทางอุตสกรรมมักใช้เซนเซอร์ที่เป็น global shutter เป็นส่วนใหญ่

CMOS ที่เป็น global shutter จะรับแสงพร้อมกันทุกพิกเซล แต่มีหน่วยจัดเก็บข้อมูลไว้ข้างๆ และทะยอยถ่ายโอนข้อมูลออกไปจากพิกเซล

ดูคลิปอธิบายเรื่อง rolling และ Global shutter ( HYPERLINK “https://www.j-platpat.inpit.go.jp/p0200″https://www.youtube.com/watch?v=dNVtMmLlnoE)

CMOS เซนเซอร์ของ Sony ที่ใช้ global shutter

( HYPERLINK “https://support.usa.canon.com/kb/index?page=content&id=ART117924&actp=search&viewlocale=en_US&searchid=1625392000172″https://thinklucid.com/tech-briefs/sony-pregius/)

บทความวิจัยของ Canon พัฒนาเซอร์แบบ dual pixel ที่เป็น global shutter ( HYPERLINK “https://iopscience.iop.org/article/10.7567/1347-4065/ab00f3″https://iopscience.iop.org/article/10.7567/1347-4065/ab00f3)

การใช้เซนเซอร์ที่เป็น global ชัตเตอร์ถ่ายภาพวิเคราะห์เชิงอุตสาหกรรม

  HYPERLINK “https://www.youtube.com/watch?v=t52dau-K09E”https://www.sony-semicon.co.jp/e/products/IS/industry/technology.html


บทความโดย ดร.ชวาล (อ.ติ่ง) fotofile/blog

USM vs STM ระบบโฟกัสของเลนส์แคนนอนสอง(2)แบบนี้ต่างกันอย่างไร ?

ทั้ง USM (ultra sonic motor) และ STM (stepper motor) ต่างก็เป็นระบบขับเคลื่อนชิ้นเลนส์ในระบบออโตโฟกัสชองเลนส์แคนนอน เดิมทีระบบออโตโฟกัสของแคนนอนใช้มอเตอร์แบบ Micro motor ซึ่งช้าและเสียงดัง ต่อมาได้พัฒนา USM มาแทนซึ่งเงียบขึ้นและโฟกัสได้เร็ว แต่ก็ยังมีเสียงบ้าง และเมื่อกล้องดิจิทัลนิยมใช้ในการถ่ายวีดิโอมากขึ้น เสียงเหล่านี้ก็มารบกวนขณะบันทึก ดังนั้นแคนนอนจึงได้พัฒนา STM มาทำให้การโฟกัสของเลนส์แทบไร้เสียงและยังเร็วมาก ปัจจุบัน USM ได้พัฒนาไปอีกขั้นด้วยการใช้ Nano USM


USM vs STM speed test (USMvsSTM)

เมื่อ STM ออกมาใหม่ๆ ได้มีการ test ความเร็วในการโฟกัสโดยถ่ายภาพวิดีโอด้วยโหมด live view (https://www.youtube.com/watch?v=ho0hOhRSuHk) ซึ่งผลปรากฎกว่า STM นั้นชนะ USM และ Micro Motor ขาดลอย และเมื่อผนวกเข้ากับกล้องที่ใช้ Hybrid CMOS AF  ด้วยแล้วยิ่งเร็วมาก ๆ แต่ถ้าเทียบกับ Nano USM ในเลนส์รุ่นใหม่ ๆ ก็ยังช้ากว่าเสียแล้ว (https://www.youtube.com/watch?v=SPj5NxH7WWU&list=RDCMUCvqs9r3h9dh87lRHSatDpNg&index=1)


สิ่งสำคัญในการโฟกัสสำหรับกล้องที่ถ่ายวิดีโอคือการเคลื่อนตัวที่นุ่มนวลและเข้าจุดโฟกัสได้ทันที ไม่ขยับหาโฟกัสแบบขยับไปขยับมาซึ่งเลนส์ Nano USM หรือ STM ตอบโจทย์ได้อย่างดีและจะสมบูรณ์แบบเมื่อมาผนวกมาใช้กับ phase detection ชอง dual pixel CMOS AF


อ่านเรื่อง USM https://snapshot.canon-asia.com/thailand/article/th/ ef-lens-technology-nano-usm-revolutionises-your-photos อ่านเรื่อง STM https://www.eos-magazine.com/articles/eospedia/ what-is/stm.html

ติดตามเรื่องอื่นๆได้ที่ Fotofile/blog

คุ้มค่าแก่การลงทุน ! มาดู 12 กล้อง Mirrorless ถ่ายอะไรก็สวยทุกช็อต !

[ux_text font_size=”1″]

หากคุณกำลังมองหากล้องที่ ถ่ายภาพนิ่งได้สวย วิดีโอคมชัด พกพาง่าย และใช้งานได้รอบด้าน… กล้อง Mirrorless คือคำตอบที่ตอบโจทย์ทั้งมือใหม่ สายคอนเทนต์ ไปจนถึงช่างภาพมืออาชีพ

ในปี 2024–2025 นี้ ตลาดกล้อง Mirrorless เติบโตอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ชั้นนำอย่าง Fujifilm, Canon, Sony, Nikon และ Leica ต่างพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อให้ได้กล้องที่ น้ำหนักเบาแต่สเปกแน่น รองรับการถ่ายทั้งแนวสตรีท ไลฟ์สไตล์ หรือวิดีโอระดับ 8K

บทความนี้เรารวบรวม 12 รุ่นยอดนิยมที่น่าลงทุนที่สุดในปีนี้ โดยพิจารณาทั้งจากคุณภาพของภาพ การใช้งานจริง ความคุ้มค่า และเสียงตอบรับจากผู้ใช้จริง พร้อมข้อมูลสเปกเบื้องต้น

ถ้าคุณกำลังถามตัวเองว่า… “จะซื้อกล้องอะไรดี?”
ลิสต์นี้อาจเป็นคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ 🎯

[/ux_text] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ ids=”10668″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

1. Canon EOS R6 Mark II

📸 กล้องที่สมดุลระหว่างภาพนิ่งและวิดีโอสำหรับมืออาชีพ

  • รายละเอียดเพิ่มเติม:
    EOS R6 Mark II ได้รับการอัปเกรดจากรุ่นแรกอย่างชัดเจน ทั้งในเรื่องของ ระบบออโต้โฟกัสที่ฉลาดขึ้น, ถ่ายภาพต่อเนื่องได้สูงสุด 40fps ด้วย Electronic Shutter และสามารถ ถ่ายวิดีโอ 4K 60p แบบ oversampled จาก 6K ได้โดยไม่ครอปเฟรม

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ทำงานด้านภาพนิ่ง วิดีโอ งานแต่งงาน พรีเวดดิ้ง หรือแม้แต่สายท่องเที่ยวที่ต้องการคุณภาพสูงแต่คล่องตัว

  • ข้อดีเด่น:

    • ระบบกันสั่นเทพถึง 8 สต็อป

    • โฟกัสตามตาแม่นยำ ทั้งคน สัตว์ และยานพาหนะ

    • ช่องมองภาพ OLED ความละเอียดสูง

    • ถ่าย RAW และ C-Log3 ได้

[/ux_text] [/col] [/row] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ ids=”16928″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

2. Nikon Z8

🦾 กล้อง Flagship ระดับโปรที่รวมพลังของ Z9 ในบอดี้เบากว่า

  • รายละเอียดเพิ่มเติม:
    Nikon Z8 ใช้เซนเซอร์และโปรเซสเซอร์เดียวกับ Z9 พร้อมความสามารถด้านวิดีโอระดับ 8K 60p (N-RAW), 4K 120p, รองรับการใช้งาน ไลฟ์สตรีมและงานโปรดักชัน ได้แบบเต็มระบบ

  • เหมาะสำหรับ: โปรถ่ายกีฬา งานสตูดิโอ งานวิดีโอ หรือผู้ที่ต้องการกล้องตัวเดียวจบ

  • ข้อดีเด่น:

    • เซนเซอร์ Stacked CMOS 45.7MP

    • ไม่มีชัตเตอร์กลไก (ใช้ Electronic Shutter 100%)

    • ถ่ายภาพนิ่ง 20fps (RAW), 120fps (JPEG)

    • ทนทาน กันละอองน้ำเทียบเท่ากล้อง DSLR รุ่นเรือธง

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [row_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ ids=”25914″] [/col_inner] [col_inner span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ ids=”25887″] [/col_inner] [/row_inner] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

3. Fujifilm X-T5

🎞️ กล้อง APS-C ที่ให้ฟีลกล้องฟิล์มแต่ประสิทธิภาพทันสมัย

  • รายละเอียดเพิ่มเติม:
    กล้องที่เน้นฟังก์ชันและฟีลลิ่งของการถ่ายภาพแบบ Manual ด้วยบอดี้เรโทรแต่สเปคแรง ความละเอียดสูงถึง 40.2MP บวกกับระบบกันสั่นในตัว 7 สต็อป และรองรับ วิดีโอ 6.2K 30p

  • เหมาะสำหรับ: สายถ่ายภาพพอร์ตเทรต สตรีทแลนด์สเคป และผู้ที่ชอบปรับตั้งค่าผ่านแป้นหมุน

  • ข้อดีเด่น:

    • เซนเซอร์ X-Trans CMOS 5 HR ใหม่ล่าสุด

    • Film Simulation มากถึง 19 แบบ เช่น Classic Chrome, Nostalgic Neg

    • โฟกัสแม่นยำด้วย AI (จับตา, ใบหน้า, สัตว์)

    • บอดี้กะทัดรัด แต่ทนทาน กันละอองน้ำ

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ ids=”14233″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

4. Sony A7 IV

🎥 กล้อง Hybrid สำหรับงานภาพนิ่งและวิดีโอระดับมืออาชีพ

  • รายละเอียดเพิ่มเติม:
    กล้อง Full-frame รุ่นฮิตที่สมดุลระหว่างถ่ายภาพและวิดีโอ มาพร้อม เซนเซอร์ 33MP, ระบบโฟกัส Real-time Tracking และ วิดีโอ 4K 60p แบบ 10-bit 4:2:2 รองรับโปรไฟล์สี S-Log3 และ S-Cinetone

  • เหมาะสำหรับ: ยูทูบเบอร์ ช่างภาพมืออาชีพ และสาย hybrid content

  • ข้อดีเด่น:

    • ถ่ายรัวได้ 10fps พร้อม AF/AE

    • Eye AF ทำงานแม่นทั้งคน สัตว์ และนก

    • มี Active Mode กันสั่นขั้นสูง

    • จอพับข้าง Touch Screen เหมาะกับวิดีโอ

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ ids=”28352″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

5. Leica SL2-S

📷 กล้อง Full-frame Mirrorless สำหรับคนรักคุณภาพแบบเยอรมัน

  • รายละเอียดเพิ่มเติม:
    Leica SL2-S เป็นกล้องที่เน้นประสิทธิภาพในการถ่ายภาพและวิดีโอระดับมืออาชีพ มาพร้อมเซนเซอร์ Full-frame 24.6MP BSI CMOS และระบบกันสั่นในบอดี้ (IBIS) รองรับ วิดีโอ 4K 60p 10-bit ด้วยโทนสี Leica ที่ขึ้นชื่อว่า “คลาสสิกเหนือกาลเวลา”

  • เหมาะสำหรับ: ผู้ใช้งานระดับโปรที่เน้นคุณภาพสีและวัสดุพรีเมียม

  • ข้อดีเด่น:

    • ระบบโฟกัส Contrast AF ร่วมกับ L-Mount

    • รองรับ Leica FOTOS App เชื่อมต่อไร้สาย

    • ตัวกล้องแมกนีเซียมอัลลอยด์กันละอองน้ำระดับ IP54

    • รองรับ L-Log และ LUT ในกล้องสำหรับวิดีโอระดับโรงภาพยนตร์

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ ids=”13792″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

6. Canon EOS R7

🎯 กล้อง APS-C Mirrorless ที่เร็ว แรง และราคาคุ้ม

  • รายละเอียดเพิ่มเติม:
    Canon EOS R7 ใช้เซนเซอร์ APS-C ความละเอียด 32.5MP พร้อมระบบกันสั่น 5 แกนในตัวกล้อง รองรับ ถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดถึง 30fps พร้อมระบบ Dual Pixel CMOS AF II ที่แม่นยำมากในระดับเดียวกับรุ่นโปร

  • เหมาะสำหรับ: สายกีฬา ธรรมชาติ Wildlife หรือ Youtuber ที่เน้นวิดีโอคุณภาพสูงในบอดี้เล็ก

  • ข้อดีเด่น:

    • ถ่ายวิดีโอ 4K 60p (Oversampled จาก 7K)

    • กันสั่นในบอดี้ + Digital IS รวมสูงสุดถึง 7 สต็อป

    • มีช่องเสียบไมค์, หูฟัง, HDMI-out แบบ Clean

    • ใช้แบต LP-E6NH เช่นเดียวกับกล้องโปรของ Canon

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ auto_slide=”5000″ equalize_box=”0″ ids=”14220,14219″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

7. Nikon Z fc

กล้อง Mirrorless ที่รวมความเรโทรกับเทคโนโลยีใหม่

  • รายละเอียดเพิ่มเติม:
    Nikon Z fc สร้างขึ้นเพื่อให้ความรู้สึกของกล้องฟิล์มในยุค 80s แต่บรรจุไว้ด้วยเทคโนโลยีจาก Nikon Z Series รุ่นใหม่ ใช้เซนเซอร์ APS-C 20.9MP และระบบโฟกัส Eye AF สำหรับภาพนิ่งและวิดีโอ

  • เหมาะสำหรับ: คนรุ่นใหม่ที่ชอบดีไซน์เรโทร สายท่องเที่ยว สายสตรีท

  • ข้อดีเด่น:

    • โครงสร้างแมกนีเซียมอัลลอยด์ น้ำหนักเบา

    • รองรับ 4K UHD วิดีโอ และ Live Streaming

    • มี Film Effect และ Creative Picture Control

    • หน้าจอพับข้าง Touchscreen เหมาะกับ Vlogger

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ auto_slide=”5000″ equalize_box=”0″ ids=”13880,17158,13879″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

8. Canon EOS M50 Mark II

  • เซนเซอร์: APS-C CMOS

  • ความละเอียด: 24.1 ล้านพิกเซล

  • วิดีโอสูงสุด: 4K 24p / Full HD 60p

  • กันสั่น (IBIS): ❌ (มี Digital IS สำหรับวิดีโอ)

  • จุดเด่น:

    • รองรับการ Live Stream แบบตรงจากกล้องผ่าน USB

    • Flip Screen หมุนได้ 180° เหมาะสำหรับ Vlog

    • Eye Detection Autofocus สำหรับภาพนิ่งและวิดีโอ

    • น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย พกพาสะดวก

📌 เหมาะกับ: ผู้เริ่มต้นสาย YouTube, TikTok, Vlog หรือใช้เป็น Webcam ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ auto_slide=”5000″ equalize_box=”0″ ids=”28424″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

9. Sony ZV-E1

🎥 กล้อง Mirrorless สำหรับสายวิดีโอโดยเฉพาะ

  • รายละเอียดเพิ่มเติม:
    ZV-E1 คือกล้อง Full-frame Mirrorless รุ่นใหม่ที่เน้นการใช้งานด้านวิดีโอเป็นหลัก ใช้เซนเซอร์เดียวกับ Sony A7S III (12MP BSI CMOS) ทำให้สามารถถ่ายวิดีโอ 4K ได้ในสภาพแสงน้อยได้ดีเยี่ยม พร้อมระบบโฟกัส Real-time AI ที่ตรวจจับใบหน้าและวัตถุได้รวดเร็ว

  • เหมาะสำหรับ: Vlogger, Content Creator, Documentary, Live streamer

  • จุดเด่น:

    • 4K 60p (สามารถอัปเฟิร์มแวร์เพื่อถ่าย 4K 120p ได้)

    • กันสั่นในตัว (IBIS) + Dynamic Active Mode

    • หน้าจอพับข้าง Touchscreen

    • ปรับพื้นหลังละลายได้ด้วยการกดปุ่มเดียว

    • ตัวกล้องเล็ก เบา พร้อมไมโครโฟนคุณภาพสูง

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ auto_slide=”5000″ equalize_box=”0″ ids=”13914,13912″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

10. Sony ZV-E10

  • เซนเซอร์: APS-C Exmor CMOS

  • ความละเอียด: 24.2 ล้านพิกเซล

  • วิดีโอสูงสุด: 4K 30p / Full HD 120p

  • กันสั่น (IBIS): ❌ (มี Electronic IS สำหรับวิดีโอ)

  • จุดเด่น:

    • ออกแบบมาเพื่อ Vlog โดยเฉพาะ

    • หน้าจอ Flip ได้ 180° สำหรับการเซลฟี่

    • มีโหมด Product Showcase สำหรับรีวิวสินค้า

    • ระบบโฟกัสอัตโนมัติ Real-time Eye AF

    • ใช้เมาท์เลนส์ E-mount เลือกเลนส์ได้หลากหลาย

    • น้ำหนักเบา ใช้งานง่าย เหมาะกับมือใหม่และครีเอเตอร์

📌 เหมาะกับ: Youtuber, Tiktoker, Creator, นักท่องเที่ยว และผู้เริ่มต้นสายวิดีโอ/คอนเทนต์

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ auto_slide=”5000″ equalize_box=”0″ ids=”26669″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

11. Nikon Z6 III

📸 กล้อง Mirrorless Full-frame ที่สมดุลทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ

  • รายละเอียดเพิ่มเติม:
    Nikon Z6 III เปิดตัวในปี 2024 พร้อมเซนเซอร์ Partially Stacked CMOS 24.5MP ที่เร็วขึ้นกว่าเดิม มีระบบกันสั่น IBIS 8 สต็อป และรองรับวิดีโอ 6K RAW ภายในกล้อง จุดเด่นคือการออกแบบที่สมดุลและรองรับการใช้งานระดับมืออาชีพ

  • เหมาะสำหรับ: ช่างภาพที่ต้องการกล้องเดียวทำได้ทุกอย่าง

  • จุดเด่น:

    • ถ่ายภาพต่อเนื่อง 120 fps (JPEG)

    • ระบบโฟกัส AI ตรวจจับดวงตา สัตว์ และยานพาหนะ

    • ช่องมองภาพ OLED ความละเอียดสูง

    • ถ่าย 6K 60p N-RAW / 10-bit H.265

    • พอร์ตเต็ม ทั้ง HDMI, หูฟัง, ไมค์, USB-C PD

[/ux_text] [/col] [/row] [row v_align=”middle”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_products columns=”1″ auto_slide=”5000″ equalize_box=”0″ ids=”14202″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

12.Canon EOS R8

  • เซนเซอร์: Full-frame CMOS

  • ความละเอียด: 24.2 ล้านพิกเซล

  • วิดีโอสูงสุด: 4K 60p (Oversampled from 6K)

  • กันสั่น (IBIS):ไม่มี IBIS ในตัว แต่เลนส์บางรุ่นรองรับกันสั่นแบบ OIS

  • ISO: 100–102,400 (ขยายได้ถึง 204,800)

  • โฟกัส: Dual Pixel CMOS AF II (โฟกัสรวดเร็วและแม่นยำ)

  • จุดเด่น:

    • น้ำหนักเบาเพียง 414 กรัม

    • ประสิทธิภาพระดับ Full-frame ในขนาดเล็ก

    • โฟกัสติดตามวัตถุฉลาด รองรับ Eye/Animal/Vehicle Detection

    • เหมาะกับสาย Vlog, Youtuber, และผู้เริ่มต้นจริงจัง

📌 เหมาะสำหรับ: ผู้เริ่มต้นที่ต้องการกล้อง Full-frame ราคาดี ใช้งานง่าย ถ่ายทั้งภาพนิ่งและวิดีโอได้คุณภาพสูง

[/ux_text] [/col] [/row] [ux_text font_size=”1″]
รุ่นกล้อง เซนเซอร์ ความละเอียด วิดีโอสูงสุด กันสั่น (IBIS) ลิงก์สั่งซื้อ
Fujifilm X‑T5 APS‑C X‑Trans V 40.2 MP 6.2K 30p ✅ 7 stops สั่งซื้อ
Canon EOS R6 Mark II Full-frame CMOS 24.2 MP 6K RAW (HDMI) ✅ 8 stops สั่งซื้อ
Sony A7 IV Full-frame BSI CMOS 33 MP 4K 60p (10-bit) ✅ 5.5 stops สั่งซื้อ
Nikon Z6 III Full-frame Stacked 24.5 MP 6K 60p ✅ 8 stops สั่งซื้อ
Leica SL2-S Full-frame BSI CMOS 24 MP 4K 60p ✅ 5 stops สั่งซื้อ
Sony ZV-E10 APS-C CMOS 24.2 MP 4K 30p ❌ (Electronic IS) สั่งซื้อ
Canon EOS R7 APS-C CMOS 32.5 MP 4K 60p ✅ 7 stops สั่งซื้อ
Nikon Z5 Full-frame CMOS 24.3 MP 4K 30p ✅ 5 stops สั่งซื้อ
Sony ZV-E1 Full-frame BSI CMOS 12 MP 4K 120p ✅ 5 stops สั่งซื้อ
Canon EOS M50 Mark II APS-C CMOS 24.1 MP 4K 24p ❌ (Digital IS) สั่งซื้อ
Canon EOS R8 Full-frame CMOS 24.2 MP 4K 60p ✅ 7 stops สั่งซื้อ
Nikon Z fc APS-C CMOS 20.9 MP 4K 30p สั่งซื้อ
[/ux_text] [ux_text font_size=”1″]

📌 หมายเหตุ:

  • ✅ = มีระบบกันสั่นภายในตัวกล้อง (IBIS)

  • ❌ = ไม่มี IBIS แต่บางรุ่นใช้กันสั่นในเลนส์ได้ดี

[/ux_text] [ux_text font_size=”1″]

🔚 สรุปส่งท้าย: กล้อง Mirrorless 12 รุ่นที่น่าลงทุนแห่งปี 2024–2025

กล้อง Mirrorless ยังคงเป็นทางเลือกหลักของผู้ที่รักการถ่ายภาพและวิดีโอในปัจจุบัน ด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านเทคโนโลยีเซนเซอร์, ระบบกันสั่น, ความละเอียด, รวมถึงความสามารถด้านวิดีโอระดับมืออาชีพ ทำให้กล้อง Mirrorless จากค่ายต่างๆ อย่าง Fujifilm, Canon, Sony, Nikon และ Leica กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมทั้งในหมู่มือสมัครเล่นและช่างภาพมืออาชีพ

จากการจัดอันดับทั้ง 12 รุ่นในบทความนี้ พบว่า:

  • Fujifilm X-T5 และ X-H2 เป็นตัวแทนจาก APS-C ที่ให้ความละเอียดสูงพร้อมฟีเจอร์ฟิล์มซิมูเลชันที่คนรักโทนสีต้องหลงรัก

  • Canon EOS R6 Mark II และ EOS R8 ตอบโจทย์ทั้งภาพนิ่งและวิดีโอด้วยระบบโฟกัส Dual Pixel และ IBIS ที่แม่นยำ

  • Sony A7 IV และ ZV-E1 ครอบคลุมการใช้งานแบบ Hybrid และสาย Content Creator โดยเฉพาะ

  • Nikon Z6 III และ Z5 นำเสนอประสิทธิภาพที่สมดุล และมีความสามารถต่อเนื่องสูงในราคาที่เข้าถึงได้

  • Leica SL2-S เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการกล้องคุณภาพพรีเมียมทั้งด้านวัสดุและภาพลักษณ์

  • Fujifilm X-S20, Canon EOS R7 และ Nikon Z fc เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น, สายวิดีโอ, หรือผู้ชื่นชอบดีไซน์วินเทจ

🎯 แล้วรุ่นไหนเหมาะกับคุณ?

  • มือใหม่ & Content Creator: ลองดู Fujifilm X-S20, Sony ZV-E1 หรือ Nikon Z fc

  • ช่างภาพสายภาพนิ่งจริงจัง: ลองพิจารณา Canon EOS R6 II, Fujifilm X-T5 หรือ Sony A7 IV

  • วิดีโอและงานโปรดักชัน: Nikon Z6 III, Fujifilm X-H2 และ Canon EOS R8 เหมาะสมมาก

  • สายกล้องหรู พรีเมียม: Leica SL2-S คือคำตอบ

✅ คำแนะนำสุดท้าย

เลือกกล้องให้เหมาะกับสไตล์การใช้งานของคุณ คือหัวใจของการลงทุนที่คุ้มค่า ไม่ว่าคุณจะถ่ายภาพเพื่อความสนุก หรือทำงานสายโปร การเลือกกล้องที่ใช่จะทำให้คุณสนุกและพัฒนาฝีมือได้อย่างยั่งยืน


หากคุณพร้อมที่จะเริ่มต้นกับกล้อง Mirrorless รุ่นใหม่ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลิงก์สั่งซื้อได้ในตารางด้านบนหรือเข้าเว็บไซต์ FOTOFILE.CO.TH

📸 ถ่ายอะไรก็สวยทุกช็อต… เริ่มจากกล้องที่ใช่สำหรับคุณวันนี้!

[/ux_text]

“น้ำแดงผสมยากล่อมประสาท” จาก ร้านขายกล้อง FOTO FILE ep2.1(พิเศษ)


เครื่องดื่มหนึ่งในสองชนิดที่เสิร์ฟฟรีๆในร้านขายกล้องเล็กๆที่ชั้นล่างในห้างมาบุญครองเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนนั้นคือ ” น้ำแดง

เกรียน คือที่มาของ “น้ำแดงผสมยากล่อมประสาท”จาก ร้านขายกล้อง FOTO FILE

น้ำแดงที่ว่านั้นคืออะไร

คือน้ำหวานสีแดงยี่ห้อ เฮลซ์บลูบอย เอามาเจอจางผสมน้ำตามสูตรใส่ในน้ำแข็งเสิร์ฟในแก้วเล็กในจำนวนพอประมาณแต่เติมได้ไม่อั้น อ้าวใครพอจำได้ว่าเคยกินน้ำแดงยกมือขึ้น


แล้วมันเกี่ยวยังไงกับเกรียน

ด้วยการที่ว่าครั้งหนึ่งนานมาแล้วเกือบถึงยุคหิน มีตัวแทนสินค้ากล้องยี่ห้อนึงซึ่งเป็นเจ้าใหญ่เจ้าดังได้เปิดตัวสินค้ากล้องถ่ายรูปรุ่นนึง กล้องถ่ายรูปรุ่นนี้นับได้ว่าเป็นกล้องครูของช่างภาพหลายๆคนในปัจจุบันนี้รวมถึงผมด้วยคนนึงละ ด้วยการที่ว่ามีสายการผลิตอันยาวนานมากกว่า 20 ปี เพราะทน ถึก การใช้งานไม่ซับซ้อน ในปี 2525 ในขณะที่ผมเองยังเป็นเกรียนเรียน มศ.5 บ้านนอก แถวพระประแดง ก็มีความพิศมัยอยากที่จะเห็นตัวเป็นกับเขาบ้าง ยิ่งมีมาโชว์ด้วยแล้ว จะรออัลไร (ขอโทษเพื่อความสนุกในการอ่านจึงต้องใช้ภาษาเกรียน)

ในวันงานเลิกเรียนก็มาเราก็มาทั้งชุดนักเรียนขาสั้น ผมบนหัวก็เกรียน มายืนเข้าแถวเข้าคิวรออยากจับต้อง อยากสัมผัส ทีนี้พอมาถึงคิวของเด็กน้อยที่มีความทะยานหยากที่จะจับกล้องลองสัมผัสพลันก็ได้ยินเสียงมาจากด้านข้างว่า เฮ๊ยน้อง ถ้าไม่มีความรู้เรื่องกล้องอย่าจับกล้องดีกว่า

ไม่จับก็ไม่จับ ความฝันที่จะได้จับของลองกล้องทลายลงทันทีเกรียนน้อยได้แค่เม้มปากและน้ำตาซึม ได้แต่บอกตัวเองว่า สักวันนึงถ้าเรามีร้านขายกล้องเล็กๆสักร้านนึงเราจะขอเป็นแรงส่งแรงผลักดันสร้างฝันจุดประกายให้น้องเกรียนเหล่านี้ได้บ้าง และเราก็ได้ทำแบบนั้นจริง


น้องๆจะดูจะเล่นกล้องหรือเลนส์ตัวไหนบอกพี่เลย

นี่คือเสียงและบรรยากาศที่หลายคนในยุคต้นๆของ ” ร้านขายกล้อง FOTO FILE “เคยได้ยิน ด้วยทำเลที่ตั้งของมาบุญครองรายรอบไปด้วยหลายโรงเรียนมัธยม อาทิเช่นเตรียมอุดม สาธิตจุฬาฯ สาธิตปทุมวัน ในตอนเย็นที่ร้านหลังเลิกเรียนจึงเป็นแหล่งรวมของเกรียนสายกล้องเดินกันฝักไฝ่ แค่ได้เดินมาดูกล้อง มาอ่านป้ายส้มบรรยายสรรพคุณก็มีรอยยิ้มกลับไปแทบทุกราย เพราะเรามีความคิดที่ว่าน้องๆเหล่านี้แหละในวันข้างหน้าเมื่อเขามีงานมีการทำ หาเงินได้ ใช้เงินเป็น เขาจะกลับมาเป็นลูกค้าที่แข็งแรงของเรา


แล้วเมื่อไรจะได้กินน้ำแดง

การที่หลังเลิกเรียนแล้วเดินมาดูกล้องของน้องเหล่านี้ สิ่งนึงที่เป็นอัตลักษณ์ของเด็กเหล่านี้คือ ตัวมีกลิ่นเหงื่อ เสื้อยับๆ และคอแห้งกระหายน้ำจากการที่เดินมาหรือบางคนก็เล่นบอลเล่นบาสกับเพื่อนมาบ้างแล้ว ทีนี้พอมาเข้าร้านกล้องเล็กๆรวมกันหลายๆคนจากหลายโรงเรียนมันก็เป็นเหมือนสังคมเล็กๆในร้านกล้องไปโดยปริยาย

ในยุคนั้นการที่จะหาเครื่องดื่มในมาบุญครองสักแก้วดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากสำหรับน้องๆเหล่านี้เพราะอัตราค่าตัวของเครื่องดื่มดับกระหายนับว่าสูงและยิ่งเก็บเงินหยอดกระปุกซื้อกล้องสักตัวในฝันนั้นแสนยาก ด้วยความที่ว่าเครื่องดื่มชนิดเดียวที่เรามีเสิร์ฟในตอนนั้นมีเพียงแค่กาแฟหอมๆจากเครื่องชงกาแฟที่ทันสมัยในยุคนั้น เราเลยเอ่ยปากชวนน้องๆว่า เฮ๊ยน้องกินกาแฟหรือเปล่า?คำตอบที่สวนลอยลมกลับมาคือ ไม่ละครับผมไม่กินกาแฟ พี่มีน้ำแดงไหมครับ? เออเฮ๊ยเด็กน้อยไม่กินกาแฟ มันจะกินน้ำแดงจะมีใครรู้บ้างว่า”น้ำแดง” ไอ้ที่น้องร้องขอในวันนั้น มันผสมยากล่อมประสาทเข้าไปด้วย แต่เป็นยากล่อมประสาทที่ออกฤทธิ์ช้าแต่ออกฤทธิ์ได้ยาวนาน ขอบคุณครับเกรียน

เกรียน คือที่มาของ “น้ำแดงผสมยากล่อมประสาท”จาก ร้านขายกล้อง FOTO FILE

ติดตาม EP ต่อไปได้ที่ : Fotofile หรือ Fanpage Fotofile

Source : Moddmbk