Skip to content
FOTOFILE

ใหม่!! Sony ZV-E10 II ตัวเล็ก สเปคเทพ เอาใจสาย Vlog

ใหม่!! Sony ZV-E10 II ตัวเล็ก สเปคเทพ เอาใจสาย Vlog

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับทางค่าย Sony ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับกล้องเอาใจสาย Vlog มิเรอร์เลส APS-C เปลี่ยนเลนส์ได้ “Sony ZV-E10 II” ซึ่งยกเครื่องมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าเป็นเรื่องของเซนเซอร์ใหม่ ที่สูงถึง 26 ล้านพิกเซล BIS CMOS เรียกได้ว่าออกมาชนกับกล้องรุ่นพี่หลาย ๆ รุ่นได้เป็นอย่างดี และยังมาพร้อมกับการรองรับการถ่ายวีดีโอในรูปแบบ 4K 60 เฟรมเรท 10-bit 4:2:2 และที่น่าจะถูกใจสาย Vlog ก็น่าจะเป็นเรื่องของแบตที่อึดกว่าเดิม ทำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

ว่ากันต่อกับเรื่องของการยกเครื่องที่ทำมาเพื่อชนกับกล้องรุ่นพี่ Sony ZV-E10 II มากับตัวเซนเซอร์ APS-C Exmor R BSI CMOS 26 ล้านพิกเซล และยังมาพร้อมกับไอเทมตัวแรง Biosz XR ชิปประมวลผลตัวแรงอีกตัว ยิ่งทำให้คุณภาพไฟล์และการประมวลผลนั้น Sony ZV-E10 II ยังทำได้ดีเทียบเท่ากับกล้องรุ่นพี่ได้เป็นอย่างดี

ทางด้านของเรื่องระบบโฟกัสนั้น Sony ZV-E10 II ก็น่าจะเป็นรองกล้องรุ่นพี่อยู่เพียงเล็กน้อย เนื่องด้วย Sony ZV-E10 II จะไม่มี AI Processing chip และยังไม่มะรบบกันสั่นในตัว body กล้องอีกด้วยแต่จะใช้เป็นในส่วนของ Active (Digital) แทน และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็น่าจะเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ NP-FZ100 ที่สามารถให้ใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

และที่น่าสนใจอีกเรื่องของ “Sony ZV-E10 II” ก็น่าจะเป็นเรื่องของโหมด CineVLog อัตราส่วน 1.35.1 ล็อกเฟรมเรตที่ 24p ซึ่งเรียกได้ว่าให้อารมณ์แบบ Cinematic มาก ๆ เลยทีเดียว และที่ทำให้ว้าวก็คือ การยัดโปรไฟล์สี อย่าง  S-Log, S-Cinetone มาให้เราได้เลือกใช้ ปิดจบตบท้ายกับชุดเลนส์ kit อย่าง E PZ 16-50mm F3.5-5.6 OSS II

Sony ZV-E10 II

สเปกหลัก Sony ZV-E10 II

  • เซนเซอร์ APS-C BSI CMOS 26 ล้านพิกเซล
  • วิดีโอ 4K 30p แบบไม่ครอป
  • 4K/60p (Crop 1.1x) Oversampled มาจาก 5.6K
  • รองรับวิดีโอ 10-bit 4:2:2
  • โพลไฟล์สี S-Cinetone และ Creative Look
  • กันสั่น Active (Digital)
  • Import LUTs สำหรับ S-Log3 ใช้ได้ทั้งพรีวิว, embed และใส่ไปยังตัววิดีโอ
  • ไมค์แคปซูล 3 ตัว พร้อมฟังก์ชัน Automatic Directional Focus
  • ไม่มีชัตเตอร์ Machanical
  • จอ LCD แบบปรับหมุนได้รอบทิศระบบสัมผัส 1.04 ล้านจุด
  • ปุ่มโหมด Bokeh, Product showcase เอกลักษณ์ ZV-Series
  • มีช่องเสียบไมค์, หูฟัง, micro HDMI, USB-C
  • เพิ่มไดอัลด้านหน้า
  • UI รองรับแนวตั้ง
  • แบตเตอรี่ NP-FZ100
  • SD Card UHS-I 1 ช่อง
  • น้ำหนักบอดี้ 377 กรัม
  • มีให้เลือกสีขาว และสีดำ
  • E-mount

สร้างลุคในกล้อง

ฟังก์ชันลุคสร้างสรรค์ช่วยให้สร้างอารมณ์ความรู้สึกให้กับภาพนิ่งและภาพยนตร์ในกล้องได้อย่างง่ายดาย โดยมีปรีเซ็ต 10 แบบที่สามารถใช้ได้ทันทีหรือปรับแต่งเองได้ ลองใช้ฟังก์ชันสไตล์ภาพของฉัน เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ได้หลากหลายยิ่งขึ้น เมื่อถ่ายในโหมด Intelligent Auto หรือเลือกบรรยากาศ จะช่วยให้คุณสามารถปรับโบเก้ฉากหลัง ความสว่าง และโทนสีได้อย่างง่ายดายผ่านไอคอนบนหน้าจอสัมผัส

การถ่ายทอดแบบภาพยนตร์
การตั้งค่า Vlog ภาพยนตร์5 มอบวิธีที่ใช้งานง่ายในการสร้างฟุตเทจ Vlog ภาพยนตร์โดยไม่ต้องปรับกับการตั้งค่ากล้องที่ซับซ้อน ใช้ประโยชน์จาก “ลุคต่างๆ” เช่น S-Cinetone™ ที่ช่วยปรับปรุงโทนสีผิว หรือ “อารมณ์ต่างๆ”6 ที่ช่วยเน้นสีบางสีเพื่อสร้างฟุตเทจ Vlog ภาพยนตร์ที่เข้ากับฉากและวิสัยทัศน์ของคุณ
โทนสีผิวที่คมชัดสวยงาม
กล้องจะแสดงสีและผิวหนังมนุษย์ได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสภาพแสง ด้วยความสามารถในการเรนเดอร์การไล่ระดับที่ได้รับการอัปเกรดนี้ กล้องจะถ่ายภาพโทนสีผิวและการไล่ระดับไฮไลต์ (Highlight Roll-off) ในภาพบุคคลได้ดูดีขึ้น ในขณะที่โทนสีผิวจะได้รับการปรับให้เหมาะสมอย่างอิสระสำหรับภาพนิ่งและภาพยนตร์
ถ่ายภาพช่วงเวลาพิเศษ
ด้วยการถ่ายภาพสูงสุด 120 FPS ในคุณภาพระดับ XAVC-S Full HD ที่ชัดเจน คุณสามารถบันทึกลำดับภาพเคลื่อนไหวที่น่าทึ่งได้โดยใช้โหมด S&Q8 ที่สโลว์โมชัน 5x (การเล่น 24p) คุณสามารถสร้างลำดับภาพไทม์แลปส์9 ได้ในกล้องและสามารถตั้งค่าการเว้นช่วงการรับแสงได้ตั้งแต่ 1 ถึง 60 วินาที10 การถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่องด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ของกล้องสามารถทำได้สูงสุด 11 FPS11 พร้อมการติดตาม AF/AE เต็มรูปแบบ

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : SONY

เซนเซอร์ Exmor R™ CMOS
ZV-E10 II มาพร้อมเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ก้าวล้ำที่สุดของ Sony ในเซนเซอร์ภาพ Exmor R CMOS เรืองแสงด้านหลังแบบ APS-C ที่มีความละเอียดประมาณ 26.0 เมกะพิกเซล
ระบบประมวลผลภาพ BIONZ XR™ ล่าสุด
ระบบประมวลผลภาพ BIONZ XR ล่าสุดมอบรายละเอียดและความคมชัดที่เหนือชั้นพร้อมช่วง ISO มาตรฐานที่ขยายได้ตั้งแต่ 100 ถึง 32000 ด้วยการอ่านข้อมูลความเร็วสูง การสุ่มตัวอย่างเกิน 5.6K จะบีบอัดข้อมูลจำนวนมหาศาลให้เป็นฟุตเทจ 4K 60p อันน่าทึ่ง (QFHD: 3840 x 2160)

เลนส์แบบเปลี่ยนได้เพื่อจับภาพตามที่คุณจินตนาการ

ZV-E10 II เข้ากันได้กับเลนส์ E-mount หลากหลายรุ่นจาก Sony ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ G Master™ ที่ผสมผสานความละเอียดที่น่าตื่นตาตื่นใจเข้ากับโบเก้อันงดงาม ไปจนถึงซีรีส์ G Lens™ ที่มาพร้อมคุณภาพของภาพระดับเฟิร์สคลาส ชุดคิทเลนส์ของ ZV-E10 II มาพร้อมกับเลนส์ซูมอเนกประสงค์ E PZ 16-50 มม. F3.5-5.6 OSS II

ซูมโหด 60 เท่า !! Panasonic Lumix FZ80D

ซูมโหด 60 เท่า !! Panasonic Lumix FZ80D

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Panasonic กับกล้องสุดโหดซูมถึงดวงจันทร์ “Lumix FZ80D” ที่เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา สำหรับระยะซูมที่ให้มาถึง 60 เท่า กับเลนส์ 20-1200mm นับว่าเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญ หลังจากรุ่นก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน

เมื่อพูดถึง Panasonic Lumix FZ80D ที่ถูกยกเครื่องอัปเกรดมาจากตัวของ FZ80 ก็จะเป็นในเรื่องของ Hardware เช่น เรื่องของช่องมองภาพ EVF ที่มีความละเอียดสูงขึ้นถึง 2.36 ล้านจุด ต่อมากับ จอ LCD ที่ปรับปรุงระบบสัมผัสเป็นความละเอียด 1.84 ล้านจุด และประมาใช้พอร์ต Type-C เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

FZ80D
FZ80D
FZ80D

มาต่อเนื่องกับตัวกล้อง Panasonic Lumix FZ80D ที่อัดสเปกมาแบบโหดไม่แพ้การซูมเลยก็ว่าได้ โดยทางด้าน เซนเซอร์จะเป็น 18.1MP 1/2.3″ MOS Sensor, เลนส์ Lumix DC Vario 60x 20-1200mm เทียบเท่ากับฟูลเฟรม, รูรับแสง F2.8-5.9, โครงสร้างชิ้นเลนส์ 14 ชิ้น 12 กลุ่ม, EVF OLED 2.36 ล้านจุด, จอ LCD ระบบสัมผัส 1.84 ล้านจุด ขนาด 3 นิ้ว, 4K/30p, FHD/60p, วิดีโอ High speed 120fps/100fps, ระบบกันสั่น POWER O.I.S., มีแฟลชในตัว, ISO 80-3200, ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10fps, หน้าฟิลเตอร์ 55mm, รองรับการ์ด UHS-I 1 ช่อง, น้ำหนัก 640 กรัม

เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะชื่นชอบความโหด และสเปกของตัวกล้อง Panasonic Lumix FZ80D อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Photo Rumors

FZ80D ช่วยให้คุณจับภาพช่วงเวลาอันแสนงดงามได้อย่างชัดเจนทั้งใกล้และไกล เลนส์ซูม 20-1200 มม. (เทียบเท่ากล้อง 35 มม.) ช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพทิวทัศน์และภาพพาโนรามาด้วยรายละเอียดระดับสูง ช่องมองภาพที่ชัดเจนและป้องกันแสงสะท้อน (2,360,000 จุด) วิดีโอ/ภาพถ่าย 4K ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ POWER OIS การถ่ายภาพระยะใกล้

FZ80D
เลนส์มุมกว้าง 20 มม. สร้างทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา พร้อมซูมที่ทรงพลัง 60 เท่า (เทียบเท่าเลนส์ 35 มม.: 20-1,200 มม.) เพื่อจับภาพทั้งภาพรวมและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
FZ80D
2,360,000 จุด LVF ขนาดใหญ่ 0.74x (เทียบเท่ากล้อง 35 มม.) ช่วยให้คุณมองเห็นหน้าจอได้โดยไม่มีแสงสะท้อน
FZ80D
โหมดวิดีโอ 4K บันทึกความละเอียดในสูงสุดถึง 4 เท่าของ Full HD เพื่อความยืดหยุ่นที่เหลือเชื่อ คุณสมบัติภาพถ่าย 4K ช่วยให้คุณดึงภาพถ่าย 8 เมกะพิกเซลที่สมบูรณ์แบบจากวิดีโอ 4K และบันทึกเอาไว้ได้
FZ80D
คุณสมบัติ Post Focus ช่วยให้คุณสามารถสัมผัสบริเวณที่ต้องการโฟกัสได้ แม้หลังจากถ่ายภาพไปแล้ว
FZ80D
POWER OIS (Optical Image Stabilizer) ช่วยลดการสั่นไหวของมือที่ปลายกล้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
FZ80D
ถ่ายภาพระยะใกล้ที่สดใสอย่างเหลือเชื่อของอาหาร ดอกไม้ แมลง และอื่นๆ ด้วยระยะโฟกัสต่ำสุด 1 ซม.
FZ80D
จอภาพด้านหลังขนาด 3.0 นิ้วที่มีความละเอียดสูงประมาณ 1,840,000 จุด ให้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้จะถ่ายภาพกลางแจ้งที่มีแดดจ้า และการควบคุมแบบสัมผัสช่วยให้คุณโฟกัสที่วัตถุได้ทันทีโดยเพียงแค่สัมผัสบนหน้าจอ และคุณยังสามารถปล่อยชัตเตอร์ได้อีกด้วย

Panasonic Lumix DC-FZ80D specifications

Body type
Body typeSLR-like (bridge)
Sensor
Max resolution4896 x 3672
Image ratio w:h4:3
Effective pixels18 megapixels
Sensor photo detectors19 megapixels
Sensor size1/2.3″ (6.17 x 4.55 mm)
Sensor typeBSI-CMOS
ProcessorVenus Engine
Color spacesRGB
Color filter arrayPrimary color filter
Image
ISOAuto, 80-3200 (expands to 6400)
Boosted ISO (maximum)6400
White balance presets5
Custom white balanceYes (4 slots)
Image stabilizationOptical
Uncompressed formatRAW
File formatJPEG (Exif v2.3)Raw (Panasonic RW2)
Optics & Focus
Focal length (equiv.)20–1200 mm
Optical zoom60×
Maximum apertureF2.8–5.9
AutofocusContrast Detect (sensor)Multi-areaCenterSelective single-pointTrackingSingleContinuousTouchFace DetectionLive View
Autofocus assist lampYes
Digital zoomYes (4x)
Manual focusYes
Normal focus range30 cm (11.81″)
Macro focus range1 cm (0.39″)
Number of focus points49
Screen / viewfinder
Articulated LCDFixed
Screen size3″
Screen dots1,840,000
Touch screenYes
Screen typeTFT LCD
Live viewYes
Viewfinder typeElectronic
Viewfinder coverage100%
Viewfinder magnification0.74×
Viewfinder resolution2,360,000
Photography features
Minimum shutter speed4 sec
Maximum shutter speed1/2000 sec
Maximum shutter speed (electronic)1/16000 sec
Exposure modesIntelligent AutoProgramAperture priorityShutter priorityManual
Scene modesClear PortraitSilky SkinBacklit SoftnessClear in BacklightRelaxing ToneSweet Child’s FaceDistinct SceneryBright Blue SkyRomantic Sunset GlowVivid Sunset GlowGlistening WaterClear NightscapeCool Night SkyWarm Glowing NightscapeArtistic NightscapeGlittering IlluminationsHandheld Night ShotClear Night PortraitSoft Image of a FlowerAppetizing FoodCute DessertFreeze Animal MotionClear Sports ShotMonochrome
Built-in flashYes
Flash range14.10 m (at Auto ISO)
External flashYes
Flash modesAuto, Auto/Red-eye Reduction, Forced Off, Forced On, Forced On/Red-eye Reduction, Slow Sync, Slow Sync/Red-eye Reduction, 1st Curtain Sync, 2nd Curtain Sync
Self-timerYes (2 or 10 secs, 3 images x 10 secs)
Metering modesMultiCenter-weightedSpot
Exposure compensation±5 (at 1/3 EV steps)
AE Bracketing±3 (3, 5, 7 frames at 1/3 EV, 2/3 EV, 1 EV steps)
WB BracketingYes
Videography features
FormatMPEG-4, AVCHD
Modes3840 x 2160 @ 30p / 100 Mbps, MP4, H.264, AAC1920 x 1080 @ 60p / 28 Mbps, MP4, H.264, AAC1920 x 1080 @ 60p / 28 Mbps, AVCHD, MTS, H.264, Dolby Digital1920 x 1080 @ 60i / 24 Mbps, AVCHD, MTS, H.264, Dolby Digital1920 x 1080 @ 60i / 17 Mbps, AVCHD, MTS, H.264, Dolby Digital1920 x 1080 @ 30p / 20 Mbps, MP4, H.264, AAC1280 x 720 @ 30p / 10 Mbps, MP4, H.264, AAC
MicrophoneStereo
SpeakerMono
Storage
Storage typesSD/SDHC/SDXC card
Connectivity
USBUSB 3.0 (5 GBit/sec)
HDMIYes (micro-HDMI)
Microphone portNo
Headphone portNo
WirelessBuilt-In
Wireless notes802.11b/g/n
Remote controlYes (via smartphone)
Physical
Environmentally sealedNo
BatteryBattery Pack
Battery Life (CIPA)330
Weight (inc. batteries)616 g (1.36 lb / 21.73 oz)
Dimensions130 x 94 x 119 mm (5.12 x 3.7 x 4.69″)
Other features
Orientation sensorYes
GPSNone

INSTAX ไอเทมสุดคิ้วท์ ที่ไม่ควรพลาด!!

INSTAX ไอเทมสุดคิ้วท์ ที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็น INSTAX MINI LINK 2, INSTAX SQUARE LINK, INSTAX Link Wide

กลายเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คู่ควรแก่การครอบครองอย่างยิ่ง สำหรับไอเทมจาก INSTAX ทั้ง 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น INSTAX MINI LINK 2, INSTAX SQUARE LINK, INSTAX Link Wide ที่จะพาทุกคนไปอินกับความรู้สึกแบบย้อนวันวานกล้องฟิล์มในยุคสมัยใหม่ ที่สามารถใช้งานได้สะดวกสะบายได้มากยิ่งขึ้นและยัง มาพร้อมกับขนาดที่น่ารักเล็ก พกพาง่าย

มาเริ่มต้นกันที่ INSTAX MINI LINK 2 Smartphone Printer ที่มาพร้อมกับสีให้เรานั้นได้เลือกใช้ถึง 4 สีด้วยกัน ประกอบด้วย Clay White, Soft Pink, Space Blue, และ Clay White with Black Accents เรียกได้ว่า น่ารักทุกสีจริง ๆ และลูกเล่นที่สุดคิ้วท์ของ INSTAX MINI LINK 2 นั้นก็คงหนีไม่พ้นฟังก์ชั่น instaxAiR™ เพิ่มเอฟเฟคให้ภาพปริ้นของคุณพิเศษกว่าใครโดยการหันด้านไฟ LED เข้าหาโทรศัพท์ของคุณแล้วเคลื่อนปริ้นเตอร์ไปรอบๆเพื่อวาดและปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของคุณ

INSTAX
Clay White
INSTAX
Soft Pink
INSTAX
Space Blue
INSTAX
Clay White with Black Accents
INSTAX
ปริ้นทั่วไป
ปริ้นง่ายและต่อเนื่อง
ปริ้นภาพจากมือถือของคุณ ผ่านแอปพลิเคชั่น instax mini Link ภายใน 15 วินาที และคุณยังสามารถปริ้นช็อตที่ชอบจากวิดีโอได้อีกด้วย
INSTAX
แบ่งปันบนช่องทางออนไลน์
คุณสามารถแชร์รูปปริ้น instax ผ่าน Social Media ได้
INSTAX
โหมดถ่ายภาพ ใช้ mini Link 2 เป็นตัวควบคุมการถ่ายภาพจากระยะไกล เอียงปริ้นเตอร์เข้าหรือออกเพื่อซูม และกดถ่ายโดยกดปุ่มเปิด/ปิด

มาต่อกันกับรุ่นต่อไปอย่าง INSTAX SQUARE LINK ที่ต้องบอกเลยว่ารุ่นนี้นั้นก็ได้รับความนิยมไปแพ้กัน เพราะนั้นรูปร่างและขนาดที่ง่ายต่อการพกพา และลูกเล่นที่น่าจับตามอง ให้ภาพปริ้นของคุณไม่เหมือนใครด้วยเอฟเฟค AR ใส่เอฟเฟค AR ในภาพของคุณก่อนปริ้น สามารถเลือกได้ถึง 5 แบบ สแกน QR Code บนภาพด้วยมือถือของคุณเพื่อดูเอฟเฟคและแชร์ลง Social Media และยังมาพร้อมกับ INSTAX connect ให้เรานั้นสนุกกับการสื่อสารในรูปแบบใหม่ด้วยภาพปริ้น INSTAX ที่รวมรูปและข้อความไว้ด้วยกัน เลือกภาพ ใส่ข้อความแล้วส่งไปยังช่องทาง Social Media ที่คุณเลือก ผู้รับสามารถตอบกลับข้อความผ่านรูปปริ้นเดียวกันได้ และสำหรับตัว INSTAX SQUARE LINK นั้นมาให้เราเลือก 2 สีได้แก่ Midnight Green และ Ash White

INSTAX
Ash White
INSTAX
Midnight Green
แก้ไขรูปก่อนปริ้นได้
สนุกกับการปริ้นรูปภาพคอลลาจและกรอบต่างๆ
แบ่งปันรูปภาพผ่าน Social Media
เก็บรูปปริ้น INSTAX 
ร่าง แก้ไข และปริ้น
ใส่รูปสเก็ตหรือข้อความในรูปของคุณก่อนปริ้น
INSTAX
INSTAX-Natural Mode
สีคลาสสิคแบบ INSTAX
INSTAX
INSTAX-Rich Mode
สีสันสดใส

และต่อกับอีกหนึ่งรุ่นอย่าง INSTAX Link Wide เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกกับ Smartphone printer ขนาดฟิล์ม WIDE ดีไซน์ สวยงาม พกพาง่าย ฟังก์ชันครบ ที่มาให้เรานั้นได้เลือกใช้ด้วยกัน 2 สี ได้แก่ Ash White และ Mocha Gray ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นสีเรียบ ๆ แต่ดูคิ้วท์ ด้วยรูปลักษณ์ของตัว INSTAX Link Wide เอง งานนี้บอกได้เลยว่า เพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและยังอินกับอารมณ์ของกล้องฟิล์มเองนั้น ต้องถูกใจ INSTAX Link Wide อย่างแน่นอนและเรา มาดูฟังก์ชั่นของรุ่นนี้เลยดีกว่า

ปริ้นภาพในแบบที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพปกติในโหมด “instax-Natural Mode” หรือ ภาพสีสันสดใสในโหมด “instax -Rich Mode”

instax-Natural Mode
instax-Rich Mode
เก็บภาพและรายละเอียดช่วงเวลาสําคัญได้อย่าง เต็มที่ด้วยการใส่ QR Code
ใส่ URL เว็ปไซต์เพื่อแบ่งปัน ภาพถ่ายและความทรงจํา
ที่สนุกสนาน กับเพื่อนของคุณ
ใส่เสียงลงไปในภาพ เพื่อให้ความทรงจํายังคงเด่นชัด
เชิญชวนทุกคนมางานสังสรรค์
เพียงใส่ตําแหน่งที่อยู่ลงไป
แบ่งปันความรู้สึกของคุณด้วยข้อความดีๆ

เรียกได้ว่าครบจบทั้งสามรุ่นจริง ๆ แถมยังมาพร้อมกับความคิ้วท์ ที่ไม่อาจจะละสายตาได้จริง ๆ งานนี้สำหรับสายฟิล์มที่ต้องการเก็บเรื่องราวต่าง ๆ ก็คงถูกใจไม่ใช้น้อย นี้ก็คงถือเป็น 3 รุ่นที่น่าจับจองไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับ INSTAX MINI LINK 2, INSTAX SQUARE LINK, INSTAX Link Wide

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : fujifilm

ZATO CONNECT ครบจบเรื่องสตรีมอย่างมืออาชีพ!!

ZATO CONNECT ครบจบเรื่องสตรีมอย่างมืออาชีพ

เรียกได้ว่าเรานั้นอยู่ในยุคที่ มีการแข่งขันเกิดขึ้นมากมาย และร่วมไปถึงการสตรีม และเชื่อว่าหลาย ๆ คนเองนั้นก็คงจะเจอกับปัญหามากมายในการสตรีมแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์ ทั้งคอม ทั้งกล้อง และอื่นๆ อีกมากมาย และนี้คือ Atomos ZATO CONNECT 5.2 ที่ ต้องบอกเลยว่าครอบจบเรื่องตรีม และถูกใจใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน

ZATO CONNECT นั้นเรียกได้ว่ามาพร้อมกับฟีเจอร์ที่หลาย ๆ คนคาดหวังว่าจะได้เจอจาก Atomos และยังถูกปรับให้เหมาะสมเพื่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมอนิเตอร์ภาพที่ยอดเยี่ยม หรือจะเป็น I/O -Input/Output หรือการบันทึกวีดีโอผ่านตัวของ ZATO CONNECT และการเชื่อมต่อด้วยระบบคลาวด์ ที่ในขณะที่เรากำลังถ่ายนั้นไฟล์ที่ถูกอัพโหลดไปยังคลาวด์ ก็ยังสามารถทำควบคู่ไปกับการตัดต่อได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องโหลด เพราะด้วย Atomos Edit ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Atomos Cloud Services (ACS) คุณสามารถแก้ไขในระบบคลาวด์ผ่านเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์เกือบทุกชนิด

Camera to Cloud (C2C) เป็นวิธีที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยในการแชร์สื่อและทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ ผ่าน Atomos Cloud Studio คุณสามารถเลือกแพลตฟอร์ม C2C: Adobe Frame.io หรือ Sony Ci Media Zato Connect ทำหน้าที่เป็นประตูสู่ระบบคลาวด์สำหรับโรงภาพยนตร์ดิจิทัล กล้องมิเรอร์เลส และกล้อง DSLR ที่หลากหลายมากขึ้น

ZATO CONNECT

หากมาพูดถึงการตัดต่อและแก้ไขวีดีโอต่าง ๆ นั้น Zato ช่วยให้คุณเข้าถึง Adobe Camera to Cloud ซึ่งขับเคลื่อนโดย Frame.io ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยในการแบ่งปันสื่อและทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ Frame.io มีชื่อเสียงในด้านคุณสมบัติการตรวจสอบ และตอนนี้สามารถทำงานร่วมกับ Adobe Premiere ได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

มาต่อกันกับคุณสมบัติของ ZATO CONNECT ก็คงต้องพูดถึงเรื่องการ สตรีม และบันทึก พร้อมกันโดยที่ไม่ต้องใช้พีซีหรือแล็ปท็อปเข้ามาช่วย มาต่อกันกับเรื่องของการสตรีมนั้น ZATO CONNECT เองยังสามารถสตรีมสดโดยตรงไปยัง facebook live, twitch และ Youtube ได้อย่างง่ายดาย การเชื่อมต่อกับ Adobe Camera ไปยัง Cloud ซึ่งขับเคลื่อนโดย Frame.io ร่วมไปถึงการเชื่อมต่อกับบริการ Atomos Cloud Studio ผ่าน GigE Ethernet หรือ Wi-Fi 5 และเรื่องของการบันทึกภาพนั้น บันทึกด้วย H.264 คุณภาพสูงไปยังการ์ด SD และในเรื่องของเสียง ยังมีมิกเซอร์เสียงทรงพลังเพื่อรวมแหล่งไมโครโฟนอะนาล็อก/สายเข้ากับเสียงดิจิตอลจากอุปกรณ์ HDMI หรือ USB UVC

ทางด้านของตัว ZATO CONNECT ถูกออกแบบมาเพื่อการสตรีม ด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายและการตั้งค่าบนหน้าจอที่ง่ายดาย และด้วยหน้าจอสัมผัสความสว่างสูง คุณสามารถกำหนดค่าสตรีมและตรวจสอบแหล่งที่มาของ HDMI และเว็บแคมได้ เลือกภาพซ้อนภาพและเพิ่มการซ้อนทับกราฟิกเพื่อให้สตรีมของคุณดูสมบูรณ์แบบ Zato เต็มไปด้วยคุณสมบัติที่ต้องมีเพื่อทำให้ชีวิตสตรีมมิ่งของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น มีจอภาพขนาด 5 นิ้วที่สว่างและชัดเจน บันทึกและเล่นในรูปแบบ H.264 ที่เป็นมิตรต่อแบนด์วิธ โดยผสมเสียงไปพร้อมๆ กัน เครื่องมือประกอบด้วยเอฟเฟ็กต์ภาพซ้อนภาพและกราฟิกเพื่อช่วยจัดองค์ประกอบและโฟกัสภาพของคุณ

ZATO CONNECT
ตาราง 9 ช่อง
ZATO CONNECT
การบันทึกวีดีโอ พร้อมกับการสตรีม
ZATO CONNECT
การเพิ่มภาพซ้อน
ZATO CONNECT
เลือกจากกรอบอัตราส่วนภาพหลายแบบ: 16:9, สี่เหลี่ยมจัตุรัส และแนวตั้ง
การสลับภาพ สำหรับการถ่ายเซลฟี่
ZATO CONNECT

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : atomos.com

ZATO CONNECT

Atomos ZATO CONNECT Specs

Display Size5.2″ / 13.2 cm
Video I/O1x HDMI 1.4 Input
1x HDMI 1.4 Output
1x USB-C Input
1x USB-C OutputShow More
Embedded AudioHDMI: 2-Channel
Media/Memory Card SlotSingle Slot: SD/SDHC/SDXC (UHS-I) [128 GB Maximum]
Battery Type1x L-Series
Power Consumption20 W
Mounting2x 1/4″-20 Female

Display

Panel TypeIPS-Type LCD
Display Size5.2″ / 13.2 cm

Inputs / Outputs

Video I/O1x HDMI 1.4 Input
1x HDMI 1.4 Output
1x USB-C Input
1x USB-C Output
Embedded AudioHDMI: 2-Channel
Audio I/O1x 1/8″ / 3.5 mm Input
1x 1/8″ / 3.5 mm Output
1x 1/8″ / 3.5 mm Headphone Output
Power I/O1x USB-C Input
Media/Memory Card SlotSingle Slot: SD/SDHC/SDXC (UHS-I) [128 GB Maximum]
File System SupportexFAT

Wireless

Wi-FiWi-Fi 5 (802.11ac)  
BluetoothNo
Mobile App CompatibleNo
Cellular SupportNo

IP Encoding

IP VideoH.264: 1280 x 720 to 1920 x 1080
IP AudioAAC-LC:
Transport ProtocolsRTMP, RTMPS

Power

Input Power6.2 to 16.8 VDC
Battery Type1x L-Series
Power Consumption20 W

Mounting

Mounting2x 1/4″-20 Female

Environmental

Environmental ProtectionNo
CertificationsCE
Operating Temperature104°F / 40°C

General

Material of ConstructionPolycarbonate
Dimensions5.9 x 3.6 x 1.2″ / 151 x 91.5 x 29.5 mm
Weight8.6 oz / 245 g

Packaging Info

Package Weight1.65 lb
Box Dimensions (LxWxH)7.75 x 5.75 x 3.5″

FUJIFILM Instax Wide 400 คมชัด!! อัดแน่นคุณภาพ

Instax Wide 400

กระแสกล้องฟิล์มยังคงแรงไม่มีตกจริง ๆ และสำหรับ Instax Wide 400 จาก FUJIFILM เองนั้นก็เรียกได้ว่าสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะด้วยรูปลักษณ์และขนาดที่ใหญ่สะใจ ทำเอาดึงความสนใจเราได้เป็นอย่างดี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นทางด้าน เว็บไซต์ : PetaPixel ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Instax Wide 400 เอาไว้ว่า…

 Instax Wide 400
 Instax Wide 400
 Instax Wide 400

จากที่เรานั้นคุ้นเคยกับซีรีส์กล้องอย่าง Instax และ Insatax mini กันเป็นส่วนใหญ่นั้น แต่นี้คือ Instax Wide 400 กล้องฟิล์มที่มีขนาดถึง 3.4 x 4.25 นิ้ว แล้วนั้นเรียกได้ว่าเป็นพี่ใหญ่เลยก็ว่าได้ และ Instax Wide 400 มาพร้อมกับวลีสุดเด็ด “Make Room For More”  และด้วยขนาด 3.4 x 4.25 นิ้ว นั้นยังทำให้สามารถเป็นภาพได้กว้างกว่า พร้อมกับการพัฒนา ฟีเจอร์หลายต่อหลายตัวให้ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นตัวฟีเจอร์ Self-Time 2-10 วินาที ที่มีไฟบอกสถานะ รวมไปถึงปุ่มโฟกัส และระบบ Auto Exposure ให้สามารถใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมาพร้อมกับแฟลชในตัวอีกด้วยเรียกมาได้จัดมาเต็มระบบจริง ๆ

และทางตัว Instax Wide 400 ยังมาพร้อมกับตัวเลนส์เสริม ที่ทำให้การถ่ายภาพแบบ Close-up นั้นง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย มาต่อกันที่ตัวสเปคของ Instax Wide 400 มีมาพร้อมกับ เลนส์ระยะ 95mm f14, รองรับฟิล์มชนิด Instax Wide ให้ขนาดภาพ 3.4 x 4.25 นิ้ว, โครงสร้างชุดเลนส์ 2 ชิ้น จัดเป็น 2 กลุ่ม, ระยะโฟกัสใกล้สุด 0.9 เมตร, มี Flash Built-In มี Recycle time 7 วินาที, ใช้ถ่าน AA จำนวน 4 ก้อน และน้ำหนักเพียง 616 กรัม

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกล้องฟิล์มที่น่าวนใจเลยที่เดียวจากทาง FUJIFILM และนี้คือ Instax Wide 400

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : PetaPixel และ instax.com

Instax Wide 400
ฟีเจอร์ Self-Time 2-10 วินาที ที่มีไฟบอกสถานะ
Instax Wide 400
ตัวเลนส์เสริม ที่ทำให้การถ่ายภาพแบบ Close-up นั้นง่ายยิ่งขึ้น
https://youtu.be/7CETE2AL12k?si=5EPc06Z-1q-9slwo
Instax
Instax
Instax

บุกตลาด Analog!! ล่าสุด FUJIFILM เดินหน้าผลิตฟิล์มสี C200 และ C400

C200 และ C400

เดินหน้าเต็มกำลังเอาใจสาย Analog ทำเอาสาย Analog ที่ต้องการความเป็น Retro ได้ชื่นอกชื่นใจกันอีกครั้ง ข่าวล่าสุดจาก Kosmo Foto ได้ออกมาพูดถึงข่าวนี้เอาไว้ว่า…

C200 และ C400

ทางด้าน FUJIFILM นั้นออกมาประกาศเดินหน้าที่จะผลิตฟิล์มเนกาทีฟสี “C200” และ “C400” อีกครั้งหลังจากยุติการผลิตไปตั้งแต่ช่วงปี 2019 โดยการกลับมาครั้งนี้นั้น จะเริ่มสายการผลิตขึ้นที่เมืองหนานหนิง ประเทศจีน เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของชาว Analog ที่หลงไหลในความคลาสสิค ที่คนหันมาสนใจมากยิ่งขึ้น

มาพูดถึงตัวฟิล์ม C200 และ C400 กันต่อ โดยการกลับมาผลิตครั้งนี้นั้นจะถูกผลิตโดย Yes!Star ซึ่งเป็นผู้ผลิตฟิล์มสำหรับทางการแพทย์มาก่อนนั้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าฟิล์มทั้งสองตัวนี้ จะมาในรูปแบบฟิล์มสูตรสำเร็จของ FUJIFILM จริง ๆ หรือเพียงแค่เป็นการเอา Kodak Gold 200 หรือ UltraMax 400 มาเปลี่ยนทางด้านของตัวแพ็กเกจใหม่ เหมือนที่เคยทำใน FUJIFILM 200 และ 400 ในช่วงปีที่ผ่านมาหรือป่าว

 C200 และ C400

งานนี้เรียกได้ว่าทำเอาสายกล้องฟิล์มยิ้มไปตาม ๆ กันกับข่าวของ FUJIFILM ในครั้งนี้ทั้งนี้ยังชื่ออีกว่าเส้นทางของชาว Analog ทั้งหลาย ยังมีให้เราได้ติดตามกันอีกมากมาย

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Kosmo Foto

เปิดตัว!! Nikon NIKKOR Z 35mm f/1.4

มาเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ Nikon ที่เปิดตัว Nikkor Z 35mm F1.4 ที่เรียกได้ว่าเลนส์ระยะนี้ F1.4 เป็นตัวเแรกของกล้อง Z-mont เลยก็ว่าได้ และด้วยขนาดที่เล็ก และมีน้ำหนักเพียง 415g แถมยังรองรับงานวีดีโอ ที่ให้โบเก้ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ และยังถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี

Nikkor Z 35mm f/1.4

สำหรับตัวเลนส์ Nikkor Z 35mm f/1.4 ได้ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักที่เบา และค่อนข้างเล็ก แถมราคาเปิดตัวเพียง 599 เหรียญ หรืออยู่ที่ประมาณ 22,000 บาท เท่านั้น เรียกได้ว่าถูกกว่าตอนเปิดตัว Nikkor Z 35mm F1.8 S ที่เปิดตัวตอนนั้นอยู่ที่ 849 เหรียญ หรือประมาณ 31,000 บาท และราคาของ Nikkor Z 35mm f/1.4 นั้นก็เป็นเพราะว่า Nikkor Z 35mm F1.4 ไม่ใช่เลนส์ S-Line แบบของตัว Nikkor Z 35mm F1.8 S นั้นเอง

มาต่อกันด้วยเรื่องของสเปคและโครงสร้างชิ้นเลนส์ 11 ชิ้น 9 กลุ่ม พร้อมกับตัวชิ้นเลนส์แบบพิเศษ aspherical 2 ชิ้น และต่อกับการขับเคลื่อนโฟกัสด้วยมอเตอร์ STM ที่มีจุดเด่นคือการโฟกัสที่เงียบ และนุ่มนวล ทำให้เหมาะสำหรับงานถ่ายวีดีโอ และยังช่วยลดอาการของเรื่อง Focus breathing อีกด้วย พร้อมกับระยะโฟกัสใกล้สุดอยู่ที่ 0.27m เท่านั้น

สเปคของ Nikon Nikkor Z 35mm f/1.4 ทางยาวโฟกัส 35mm, รูรับแสง F1.4-16, โครงสร้างชิ้นเลนส์ 11 ชิ้น 9 กลุ่ม (2 aspherical), Internal Focus, STM Motor, ระยะโฟกัสใกล้สุด 0.27 เมตร, กำลังขยายสูงสุด 0.18x, ฟิลเตอร์ 62mm, มีแหวน Control ring ไร้เสียงคลิก, มีซีลกันละอองน้ำละอองฝุ่น, น้ำหนัก 415 กรัม, Nikon Z-mount และสุดท้ายนี้ Nikon Nikkor Z 35mm f/1.4 มีราคาอยู่ที่ 599 เหรียญ หรือประมาณ 22,000 บาท ซึ่งน่าจะออกวางจำหน่ายในช่วงกลางเดือน กรกฎาคม 2024 นี้!!

Nikkor Z 35mm f/1.4

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : dpreview และ NIKON ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือ เลือกซื้อสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ FOTOFILE

Specifications

Focal length35 mm
Maximum aperturef/1.4
Minimum aperturef/16
Lens construction11 elements in 9 groups (including 2 aspherical lens elements)
Angle of viewFX format: 63°
DX format: 44°
Minimum focus distance0.27 m/0.89 ft from focal plane
Maximum reproduction ratio0.18×
Diaphragm blades9 (rounded diaphragm opening)
Filter-attachment size62 mm (P = 0.75 mm)
DimensionsApproximately 74.5 mm/3 in. maximum diameter × 86.5 mm/3.5 in. (distance to end of lens from camera lens mount flange)
WeightApproximately 415 g/14.7 oz
Supplied accessoriesLC-62B Lens Cap (front cap), LF-N1 Lens Cap (rear cap), HB-115 Lens Hood

ดีจริง ถึงแนะนำ RF35mm f/1.4L VCMดีจริง ถึงแนะนำ

ถึงแม้ว่า canon เองนั้นจะเปิดตัว เลนส์ RF35mm f/1.4L VCM Cinematic Wide ไปได้ถึง 2 อาทิตย์แล้ว กระแสและความแรงของ RF35mm f/1.4L VCM Cinematic Wide นั้นก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

RF35mm f/1.4L VCM ถือเนตัวแรกที่มีมอเตอร์คอยล์เสียง (VCM) นอกเหนือจาก Nano USM เลนส์ RF35mm f/1.4L VCM ที่ทำให้ประสิทธิภาพของเลนส์นั้น โฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำ และลดเสียง ทำให้เหมาะต่องานวีดีโอ ผู้สร้างภาพยตร์ และทางด้านของตัวเลนส์ยัง ยังสามารถทำงานได้ดีในที่ ที่มีแสงน้อยด้วยรูรับแสงขนาดใหญ่

VCM & Nano USM เริ่มกันที่ VCM หรือ Voice Coil Motor มอเตอร์คอยล์เสียง ที่จะมาอยู่ใน RF เลนส์ตัวแรกของ canon ซึ่ง VCM นั้นถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนกลุ่มเลนส์โฟกัสที่หนักกว่า ในขณะที่ Nano USM จะขับเคลื่อนเลนส์ลอยตัว ในส่วนของตัวเลนส์นั้น ด้วยรูรับแสง f/1.4 นั้นยังทำให้เลนส์ตัวนี้ โดดเด่นให้โบเก้ที่สวยงาน และน่าหลงไหลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ความเร็วของชัตเตอร์เร็วขึ้น ทางด้านคุณภาพนั้นยิ่งพูดถึงเพราะ เพราะเลนส์ยังสามารถทำให้เราสามารถขยายภาพ ได้ถึง 0.18 เท่า ในระยะโฟกัสที่ต่ำสุดเพียง 0.28 ม.

RF35mm f/1.4L VCM
VCM หรือ Voice Coil Motor
RF35mm f/1.4L VCM
โบเก้ที่ชวนหลงใหล
RF35mm f/1.4L VCM

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ว้าว!! RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye ของดีมีอยู่จริง

ถือเป็นเลนส์อีกหนึ่งตัวจากทาง Canon ที่เรียกได้ว่าสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับตัวเลนส์ RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye ทั้งรูปลักษณ์ที่ดูแปลกตา แต่กลับดูน่าดึงดูด ไม่แม้แต่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่เรื่องของคุณภาพเอง เลนส์ตัวนี้ยังดี และตอบโจทย์ ช่างภาพได้เป็นอย่างดี และนี้คือ RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

โดยทางด้านตัวเลนส์นั้น รูปลักษณ์ได้ถูกออกแบบมาให้มีสองเลนส์ด้านหน้าเพื่อจับภาพแบบ 3มิติ ได้ถึง 144 องศา ซึ่งการออกแบบนั้น ทำให้สามารถใช้เซ็นเซอร์เพียงตัวเดียวก็สามารถรับแสงจากทั้งสองเลนส์ได้ และยังให้ภาพแบบ Virtual Reality ได้ด้วยเลนส์ตัวนี้ และยังมาพร้อมกับ Stepping Motor (STM) ที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของเลนส์ ซ้ายและขวาพร้อม ๆ กัน ยิ่งทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้โฟกัสอัตโนมัติรวดเร็วและแม่นยำ ตัวเลนส์ซ้ายและขวานั้นมาพร้อมกับคุณสมบัติ EMD หรือ Dual-Lens Electro Magnetic Diaphragm ที่ควบคุมค่าแสงด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และด้วยรูรับแสงที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ตัวเลนส์สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีในสถาณการณ์ที่มีแสงน้อย

หากเรามาพูดถึงเรื่องของการทำงาน Virtual Reality ทำงานอย่างไร ก็คงต้องเริ่มจากตัวเลนส์ทั้งสองที่จะบันทึกภาพไปพร้อม ๆ กันทั้งสองเลนส์ และนำไฟล์ภาพหรือวีดีโอที่บันทึกนั้นมาแปลงซึ่งเป็นรูปแบบของ Virtual Reality หรือแม้กระทั้งการแปลงไลฟ์เพื่อใช้งานร่วมกับ แว่นตา 3 มิติ แบบส่วมศีษะ เพื่อจำลองการมองเห็นของมนุษย์ หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือแว่นตา VR ที่เรารู้จักกันนั้นเอง

เรียกได้ว่าการมาถึงของ RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye นั้นส่งผลดีต่อการทำงานของของช่างภาพ และงานวีดีโอในปัจจุบันเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ และด้วยความเล็กและน้ำหนักที่เบานั้นก็ยิ่งทำให้สะดวกต่อการพกพาและการทำงานได้เป็นอย่างดี และนี้คือ RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye
RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye
RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

ภาพและข้อมูลจาก : th.canon

Facebook : FOTOFILE Product : RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ข่าวลือ !! NIKON Z6 III สเปคโหดเกินตัว

ภาพจาก NIKON RUMORS

มาอีกแล้วสำหรับกล้องสเปคเทพจากทาง NIKON ที่ครั้งนี้มีข่าวลืมออกมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นปี โดยทางตัว NIKON Z6 III นั้นถูกต่อยอดมาจากกล้องรุ่นพี่อย่าง NIKON Z6 II

และทางด้านเว็บไซต์ NIKON RUMORS เองก็ยังได้ออกมาเผยถึงสเปคที่คาดการณ์เอาไว้ว่าจะอยู่ในตัวกล้อง NIKON Z6 III ให้เราได้รู้อีกด้วย

จากภาพที่เป็นครั้งแรกจากทาง NIKON RUMORS เราก็จะเป็นได้ว่า การดีไซน์ BODY ของตัวกล้องนั้นยังมีความคล้ายกับตัว NIKON Z6 III การดีไซน์ Grip ก็ถูกออกแบบให้คล้ายกับของตัว NIKON Z8 ทางด้านจอนั้นก็น่าจะมีการปรับปรุงเรื่องจอ LCD เพิ่มการปรับปรุง EVF เป็นความละเอียด 5.76m รวมไปถึงระบบกันสั่นแบบ 5 แกน เพิ่มความสามารถในการใช้งานถึง 8 Steps ระบบของการโฟกัสเองนั้นเป็นแบบ Hybrid พร้อมกับจุดโฟกัส 299 จุด อัตราการถ่ายแบบต่อเนื่องเนื่อง 20 fps

เรียกได้ว่าเป็นข้อมูลที่มากมายเหลือเกินสำหรับ NIKON Z6 III แต่ก็ยังไม่หมดแค่นี้ โดยทางตัว NIKON Z6 III ยังรองรับงานถ่าย Video ถึงระดับ 6K 60p แบบ NRAW, 4K 60p แบบ Prores RAW, รองรับการ์ด Dual Slot แบบ CFexpress Type B และ SDcard

และนี้คือการคาดการณ์ สเปคของ NIKON Z6 III และราคาที่มีการคาดการณ์ไว้นั้น คือ เริ่มต้นที่ 2999 us หรือประมาณ 108,000 บาท ซึ่งราคานั้นค่อนข้างสูงกว่าตัว NIKON Z6 II อยู่พอสมควร ก็ต้องมารอลุ้นกันว่าวันเปิดตัวนั้น ราคาจะสูงหรือต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้