Skip to content
FOTOFILE

Canon XF605 : ฟีเจอร์เด่นและการใช้งานจริง

[ux_text font_size=”1.2″]

ภาพรวมตัวกล้อง

ดีไซน์กะทัดรัด ergonomic พร้อมด้ามจับแบบ XLR handle และหน้าจอสัมผัส 3.5 นิ้ว ใช้งานจริงสะดวกสบาย

[/ux_text] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37304″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1.2″]

สเปคสำคัญ & ฟีเจอร์

  • 1″ CMOS + DIGIC DV7 – 4K 60p/50p, FHD 120fps, 10‑bit 4:2:2
  • เลนส์ 15× Optical L-series พร้อม 5-Axis IS และ ND filter
  • Dual Pixel CMOS AF + Eye&Head Detection (iTR AF X)
  • รองรับ Canon Log 3 / HDR (HLG, PQ) + XF‑AVC/MP4 บันทึกไม่จำกัดเวลา
  • การเชื่อมต่อ HDMI, 12G‑SDI, LAN/Ethernet, Wi‑Fi, USB‑C (UVC), Timecode
  • ช่องเสียง XLR 2 ช่อง + Multi-Function Shoe (บันทึกเสียง 4-channel)
  • Live IP Streaming (XC Protocol, SRT) และ Webcam ผ่าน USB‑C
[/ux_text] [/col] [/row] [row style=”small” width=”full-width” v_align=”middle”] [col span=”6″] [ux_text font_size=”1.2″]

การควบคุม & ระบบเสียง‑เชื่อมต่อ

  • รองรับควบคุมแบบไร้สายผ่าน Canon Multi-Camera Control App และด้วย Browser Remote,
  • เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมผ่าน Multi‑Function Shoe
    XLR สามารถปรับ Gain แต่ละช่อง,
  • รองรับ phantom power และเสียง 4-channel พร้อมกันได้
[/ux_text] [/col] [col span=”6″] [ux_image id=”37303″] [/col] [/row] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37306″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37305″] [/col] [/row] [ux_text font_size=”1.2″]

เปรียบเทียบ Canon XF605 vs XF705

คุณสมบัติ

Canon XF605

Canon XF705

4K Recording

60p 10-bit 4:2:2

60p 10-bit 4:2:2

Zoom

15× Optical

15× Optical

น้ำหนัก

~2 กก.

~2.6 กก.

Streaming

IP, SRT, UVC

IP only

[/ux_text] [ux_text font_size=”1.2″]

สรุป

Canon XF605 เป็นกล้องวิดีโอ 4K HDR ที่รวมพลังภาพคุณภาพสูง ระบบโฟกัสขั้นสูง และการเชื่อมต่อครบเครื่องในขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับงานข่าว การถ่ายทอดสด และสารคดี ที่ต้องการงานคุณภาพในความพกพาง่าย



[/ux_text] [ux_html]
[/ux_html]

เปิดตัวกล้อง Sony FX2

[ux_text font_size=”1.35″ line_height=”1.4″]

    FX2 คือกล้องกลุ่มภาพยนตร์ที่ออกแบบมาเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นสู่การสร้างภาพยนตร์ระดับมืออาชีพ โดยผสมผสานคุณภาพของภาพระดับสูงจากเซนเซอร์ฟูลเฟรมเข้ากับความสามารถในการถ่ายทอดอารมณ์แบบภาพยนตร์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากกล้องภาพยนตร์ระดับชั้นนำของ Sony อย่าง VENICE

 

[/ux_text] [ux_image id=”37141″ height=”56.25%”] [ux_text font_size=”1.2″]

 

ด้วยความคล่องตัว ความสามารถในการใช้งาน ความสามารถในการต่อยอด และความน่าเชื่อถือระดับสูง จึงเหมาะอย่างยิ่งสําหรับการถ่ายทำคนเดียว และยังมีฟังก์ชันภาพนิ่งที่ปรับปรุงใหม่ซึ่งออกแบบมาเพื่อรองรับการสร้างภาพยนตร์

[/ux_text] [row h_align=”center”] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37140″ image_size=”original” width=”99″] [/col] [/row] [ux_text font_size=”0.95″ line_height=”1.2″] [/ux_text] [ux_text font_size=”1.05″ line_height=”1.9″]
  • เซนเซอร์ Exmor R CMOS แบบฟูลเฟรม ความละเอียด 33MP

  • รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K สูงสุด 60 fps | 1080p สูงสุด 120 fps

  • ถ่ายภาพนิ่ง 33MP พร้อมการบันทึกแบบ S-Log3 ที่ค่า ISO 800/4000

  • ระบบโฟกัสอัตโนมัติและจัดเฟรมด้วย AI อัจฉริยะ

  • ระบบกันสั่นแบบ Dynamic Active ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

  • บันทึกวิดีโอ 10-Bit 4:2:2 ด้วย XAVC S-I และเอาต์พุต Raw แบบ 16-Bit

  • รองรับโปรไฟล์สี S-Cinetone, S-Log3, HLG พร้อมไดนามิกเรนจ์กว่า 15 สต็อป

  • ช่องมองภาพ OLED ความละเอียด 3.68 ล้านจุด ขยายภาพ 0.7x และเอียงได้ 90°

  • ช่องใส่การ์ด CFexpress Type A และ SD Card

  • Wi-Fi 2.4/5 GHz รองรับการไลฟ์สตรีมแบบ 4K

[/ux_text] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37143″ width=”87″] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”0.95″]

 

 

 

 

เซนเซอร์ Exmor R CMOS แบบฟูลเฟรม

     กล้องฟูลเฟรม FX2 มอบภาพที่น่าทึ่งในแบบภาพยนตร์ โดยผสมผสานความละเอียดสูงเข้ากับโบเก้ที่สวยงาม มาพร้อมเซนเซอร์ Exmor R™ CMOS เรืองแสงด้านหลังที่ทำงานร่วมกับระบบประมวลผลภาพ BIONZ XR™ และหน่วยประมวลผล AI ขั้นสูงของเรา ทำให้กล้องรุ่นนี้มีความไวแสงสูง การรับแสงได้กว้าง และความละเอียด 33 เมกะพิกเซล

[/ux_text] [/col] [/row] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”1″]

 

คุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมเพื่อความยืดหยุ่นสูงสุดในการตัดต่อ

     เซนเซอร์ฟูลเฟรมของ FX2 สร้างภาพฟุตเทจที่มีการไล่ระดับที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติด้วยละติจูด 15+ สต็อปเมื่อบันทึกด้วย S-Log3 ช่วยให้มั่นใจได้ว่าฉากที่มีคอนทราสต์สูงก็ยังคงเก็บรายละเอียดได้ครบถ้วน ISO พื้นฐานสำหรับการถ่ายด้วย S-Log3 สามารถตั้งค่าได้ที่ 800 หรือ 4000 และกล้องยังรองรับช่วงสี S-Gamut3/S-Gamut3.Cine เพื่อความเข้ากันได้ที่หลากหลาย โดยทั้งหมดนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดในการตัดต่อเมื่อถ่ายทำด้วยกล้องหลายตัว

[/ux_text] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″]

ตัวอย่างภาพของผู้หญิงที่กำลังมองทิวทัศน์ภายนอกหน้าต่าง โดยมีร่างของเธอปรากฏเป็นเงาระหว่างผ้าม่านสองผืน

[/col] [/row] [row] [col span=”4″ span__sm=”12″]

ภาพการใช้งานของผู้ชายที่ก้มตัวถือ FX2 โดยจับที่ด้ามจับ XLR ขณะถ่ายวิดีโอผู้หญิงที่กำลังเดิน

[ux_text line_height=”1.8″]

ระบบกันสั่นแบบ Dynamic Active ที่ขับเคลื่อนด้วย AI

    โหมด Active ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพระบบป้องกันการสั่นไหวขณะเดินถ่ายภาพ หรือหากต้องการถ่ายในจังหวะที่เร็วขึ้น คุณสามารถใช้โหมด Dynamic Active ซึ่งใช้ระบบป้องกันการสั่นไหวแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้ประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นถึง 30%  จึงช่วยให้ถ่ายฟุตเทจได้นิ่งแม้ในขณะที่วิ่ง  มีการฝังเมทาดาตาระบบป้องกันการสั่นไหวที่สอดคล้องกันในฟุตเทจเพื่อช่วยให้ขั้นตอนหลังการถ่ายทำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
[/ux_text] [/col] [col span=”4″ span__sm=”12″]

ภาพการใช้งานของ FX2 ที่ติดตั้งบนขาตั้งกล้องที่อยู่ในระยะโฟกัสในฉากหน้า โดยใช้คุณสมบัติการจัดเฟรมอัตโนมัติเพื่อติดตามผู้หญิงที่กำลังเดินอยู่ในฉากหลังโบเก้

[ux_text line_height=”1.8″]

การจัดเฟรมอัตโนมัติโดยใช้ AI ขั้นสูง

     คุณสมบัติการจัดเฟรมอัตโนมัติ ของ FX2 จะครอบตัดและติดตามวัตถุโดยอัตโนมัติเพื่อให้วัตถุอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นของเฟรมเมื่อติดตั้งกล้องบนขาตั้งกล้อง ช่วยให้ได้วิดีโอที่ดูราวกับถ่ายโดยผู้เชี่ยวชาญ ฟังก์ชัน Framing Stabilizer จะรักษาให้วัตถุอยู่ในตำแหน่งเดิมภายในเฟรมโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง 

 

 

[/ux_text] [/col] [col span=”4″ span__sm=”12″]

ภาพการใช้งานที่แสดงให้เห็นช่างภาพวิดีโอที่ใช้งาน FX2 ซึ่งมีสายเคเบิล HDMI เชื่อมต่ออยู่และส่งเอาต์พุตวิดีโอไปยังเครื่องบันทึกภายนอก

[ux_text line_height=”1.8″]

เอาต์พุต 4:2:2 10 บิตหรือ RAW 16 บิตผ่าน HDMI

      ช่องเสียบ HDMI Type-A รองรับเอาต์พุตวิดีโอ 4K 60p (59.94p) 4:2:2 10 บิตหรือ RAW 16 บิตไปยังเครื่องบันทึกภายนอกเพื่อขั้นตอนหลังการถ่ายทำที่ยืดหยุ่น วิดีโอ RAW 16 บิตจะส่งเอาต์พุต ที่ความละเอียด 4672 x 2628 (อัตราส่วนภาพ 16:9) ซึ่งครอบคลุม DCI-4K (4096 x 2160) ด้วยเช่นกัน และสามารถเลือกอัตราเฟรมได้ทั้ง [59.94p]/[29.97p]/[23.98p]/[24.00p] สามารถส่งเอาต์พุตวิดีโอผ่าน HDMI ไปพร้อมกับการบันทึกพร็อกซีลงในการ์ด
[/ux_text] [/col] [/row] [row] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_image id=”37157″ height=”56.25%”] [/col] [col span=”6″ span__sm=”12″] [ux_text font_size=”0.95″ line_height=”1.9″]

 

ช่องมองภาพ OLED ความละเอียดสูงสุดแบบปรับเอียงได้

   มีสมาธิกับการถ่ายภาพได้อย่างต่อเนื่องแม้ในสภาพแวดล้อมที่สว่างจ้าหรือมีสิ่งรบกวนสายตา ด้วยช่องมองภาพ OLED ที่มีจุดประมาณ 3.68 ล้านจุด กำลังขยาย 0.70x  โดยมุมมองภาพและระยะห่างของสายตาได้รับการปรับให้เหมาะสมสำหรับการบันทึกวิดีโอ ตัวช่องมองภาพสามารถหมุนได้ตั้งแต่ 0° ถึง +90° เพื่อให้มองเห็นได้สะดวกจากแทบทุกมุมองศา และยางรองตาสามารถถอดออกหรือกลับด้านซ้ายเป็นขวาได้ตามต้องการ

 

[/ux_text] [/col] [/row] [row] [col span=”4″ span__sm=”12″]

ภาพประกอบของโครงสร้างภายในของ FX2 สำหรับการจัดการความร้อน

[ux_text line_height=”1.9″]

การจัดการความร้อนที่มีประสิทธิภาพ

     เพลิดเพลินกับการบันทึกวิดีโออย่างต่อเนื่องสำหรับรูปแบบความละเอียดสูงสุดถึง 4K 59.94p มีการป้องกันความร้อนสะสมด้วยพัดลมระบายความร้อนภายในที่ทำงานร่วมกัน วัสดุแกรไฟต์ที่มีคุณสมบัติการนำความร้อนสูงซึ่งใช้ในยูนิตการป้องกันภาพสั่นไหว และการออกแบบที่ล้ำสมัยช่วยให้อากาศไหลเวียนเข้าสู่ตัวกล้องได้อย่างเพียงพอแม้ในขณะที่พับปิดจอภาพ LCD พัดลมระบายความร้อนมีให้เลือกใช้สามโหมดตามสภาพการถ่าย ได้แก่ อัตโนมัติ ต่ำสุด และปิดขณะบันทึก
[/ux_text] [/col] [col span=”4″ span__sm=”12″]

ภาพการใช้งานของแขนของช่างภาพวิดีโอที่ถือ FX2 ถ่ายผู้หญิงที่กำลังเต้นอยู่ในฉากหลังโบเก้

[ux_text line_height=”1.9″]

กำลังไฟฟ้าเหลือเฟือสําหรับการถ่ายทำที่ยาวนาน

     แบตเตอรี่ NP-FZ100 ความจุสูงและระบบจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพช่วยให้สามารถถ่ายวิดีโอจริงได้นานสูงสุด 100 นาที  หรือถ่ายภาพต่อเนื่องได้นานสูงสุด 155 นาที
 หากต้องการถ่ายโดยใช้เวลาที่นานขึ้น คุณสามารถจ่ายไฟต่อเนื่องให้กับกล้องได้ผ่านอะแดปเตอร์ไฟฟ้าหรือแบตเตอรี่พกพาที่รองรับ USB Power Delivery (PD)  
DC Coupler เสริมรุ่น DC-C1 สามารถจ่ายไฟที่เสถียรโดยไม่ต้องใช้ช่องเสียบ USB Type-C® ของกล้อง
[/ux_text] [/col] [col span=”4″ span__sm=”12″]

ภาพผลิตภัณฑ์ FX2 ที่แสดงให้เห็นช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำและการ์ดหน่วยความจำที่รองรับ

[ux_text line_height=”1.9″]

รองรับการ์ดหน่วยความจำ CFexpress Type A และ SD Card

ช่องเสียบการ์ดสองช่องรองรับการ์ดหน่วยความจำ SDXC/SDHC UHS-II/UHS-I โดยช่องหนึ่งยังรองรับการ์ด CFexpress Type A อีกด้วย จึงช่วยให้คุณมีตัวเลือกมากมายสำหรับการบันทึกอัตราบิตสูงที่เสถียรและเชื่อถือได้ เลือกโหมดการบันทึกให้เหมาะกับความต้องการของคุณ เช่น สามารถบันทึกวิดีโอและภาพนิ่งลงในการ์ดแต่ละใบแบบแยกกันได้

 

[/ux_text] [/col] [/row]

กล้องดิจิทัลกับยุครุ่งเรือง

หากพูดถึงของการเก็บเรื่องราวและภาพความทรงจำต่าง ๆ นั้น สมัยก่อนเรานั้นคงนึกถึงการจดเรื่องราวสิ่งต่าง ๆ ที่ได้เจอลงเป็นตัวหนังสือลงในสมุดบันทึกของเรา ก่อนที่โลกเริ่มมีการพัฒนาและเริ่มเปลี่ยนการการจดบันทึกเรื่องราวเพียงอย่างเดียวเพิ่มเติมเข้าไปด้วยภาพถ่าย ที่ทำให้เรานั้นสามารถมองและย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่พิเศษต่าง ๆ ของเราได้

อุตสาหกรรมกล้อง

อุตสหกรรมกล้องดิจิทัลนั้นเกินขึ้นมาอย่างยาวนาน และยังต้องเจอกับปัญหามากมายในด้านต่าง ๆ ในช่วงหลายต่อหลายปีที่ผ่านมานั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรคระบาด ที่ส่งผลกระทบมากมายต่อหลายธุรกิจ รวมไปถึงอุตสาหกรรมกล้องด้วยเช่นกัน และยังร่วมไปถึงการเติมโตของสมาร์ทโฟนที่พัฒนาอย่างรวดเร็วที่สามารถใช้งานในการสื่อสารและบันทึกผ่านเพื่อแชร์เรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

การเติบโต

โดยข้อมูลต่อไปนี้เป็นข้อมูลจาก Statista  ที่เป็นการรวบรวมข้อมูลของการจัดส่งกล้องต่าง ๆ โดยเป็นการรวมรวบตั้งแต่ปี 1951 จวบจนถึงปี 2023 จากทาง Camera and Imaging Products Association (CIPA) ที่เป็นการเก็บข้อมูลของค่ายกล้องอย่าง Canon, FUJIFILM, Sony, Nikon, และอีกหลายเจ้าเอาไว้

หากเรามาลงวิเคราะห์ จากข้อมูลทีละช่วง ในยุคของกล้องฟิล์มนั้นมีการเติบโตตั้งแต่ปี 1951 ยาวไปจนถึงช่วงปี 1970 โดยด้านของการเติบโตนั้นเป็นไปอย่างช้า ๆ จนกระทั่งมาในยุคหลังปี 1980 จนไปถึงปี 2000 นั้นถือเป็นยุคที่กล้องฟิล์มนั้นมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดอย่างเห็นได้ชัด

กล้องฟิล์มสู่กล้องดิจิทัล

การเปลี่ยนผ่านเข้ามาระหว่างกล้องฟิล์ม และกล้องดิจิทัลนั้น เกิดขึ้นระหว่างปี 2000 ถึงช่วงปี 2010 เรียกได้ว่าเป็นยุครุ่งเรืองและยุคแห่งการพัฒนา ตลาดกล้องอย่างมาก โดยมีการนำส่งกล้องกว่า 120 ล้านตัวต่อปี ก่อนที่ตัวเลขนั้นจะค่อย ๆ ลดลงจากปี 2010 จนถึงปี 2023 หากดูจากกราฟแล้ว ยอดนั้นลดลงกว่า 94%

การเข้ามาของสมาร์ทโฟน ส่งผล?

จากการเข้ามาถึงของสมาร์ทโฟนที่เข้ามาอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่ครบคลุมทั้งการสื่อสารต่าง ๆ ระบบการแชทมากมาย ร่วมไปถึงการถ่ายภาพผ่านสมาร์ทโฟนที่ช่างง่ายดายและยังได้คุณภาพดียิ่งขึ้นในทุก ๆ ปี และยังไม่รวมถึงขนาดของเซนเซอรืที่ใหญ่เทียบเท่ากับกล้อง Compact Hi-end หลาย ๆ รุ่น และในปี 2024 ก็ยังนำ AI เข้ามาช่วยในด้านของคุณภาพอีกด้วยนั้นจึงทำให้สมาร์ทโฟนเป็นที่นิยมอย่างมากและยังส่งผลกระทบต่อตลาดของกล้องไม่น้อยเลย แต่หากเรามองถึงกลุ่มช่างภาพต่าง ๆ ที่ต้องการทำงานด้านงานภาพหรือแม้กระทั่งงานวีดีโอ ช่างภาพส่วนใหญ่มองถึงกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ ที่จะทำงานและให้ภาพที่ดีกว่าสมาร์ทโฟน และในการถ่ายงานต่าง ๆ นั้นแตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระยะเลนส์ร่วมไปถึง ความคมชัด สปีดชัดเตอร์ต่าง ๆ ที่ออกแบบเฉพาะช่างภาพมืออาชีพส่วนใหญนั้นจึงใช้กล้องดิจิทัล หรือกล้องโปรต่าง ๆ มากกว่าการใช้กล้องจากสมาร์ทโฟน

ยุครุ่งเรืองของตลาดกล้องดิจิทัล

หากเรานั้นมองย้อนกลับไปในยุครุ่งเรืองของตลาดกล้องดิจิทัลนั้น แม้ว่าแบรนด์กล้องใหญ่ ๆ จะได้รับการตอบรับและได้รับควานิยมชมชอบจากกล้องรุ่นเรือธงต่าง ๆ นั้น แต่จริง ๆ แล้วกล้องที่ขับเคลื่อนตลาดในยุคนั้นกลับเป็นกล้อง Compact ต่าง ๆ เมื่อลองมองย้อนกลับไปดี ๆ อีกสักครั้ง ในสมัยนั้นเรียกได้ว่า กล้อง Compact ต่าง ๆ มีกันแทบทุกบ้าน ด้วยการออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก พกพาง่าย และในหลาย ๆ ตัวก็ยังออกแบบบอดี้ออกมาได้สวย และทันสมัยน่าใช้มาก ๆ จึงทำให้กล้อง Compact นั้นเป็นที่นิยมกันอย่างมาก

แต่ในช่วงปี 2023 นั้น กล้อง Compact ต่างกลับมียอดขายและยอดส่งทั้งหมดรวมกันเพียง 1.7 ล้านตัวเท่านั้น แต่มองข้อมูลในช่วงเดือน พฤษภาคม ที่ผ่านมานั้น สนง.ประเทศญีปุ่นได้ทำการสำรวจและพบว่า ประชากรครัวเรือนของญีปุ่นนั้น มีอยู่ประมาณ 48.6% เพียงเท่านั้น ที่เป็นเจ้าของกล้องถ่ายรูป บอกกับข้อมูลจากเว็บ Statista นั้นยังทำให้เราเห็นว่าประชากรญีุปุ่นนั้นมีเพียง 30% เท่านั้น ที่เป็นเจ้าของกล้อง ซึ่งเทียบกับเมื่อ 5 ปีก่อนที่หลายประเทศนั้นประชากรเป็นเจ้าของกล้องมากกว่า 50% เป็นส่วนใหญ่

ความเป็นอยู่ของตลาดกล้อง!?

หากเรามองมุมมองต่างนั้น ๆ ต้องบอกเลยว่าตลาดกล้องนั้นไม่อาจจะล่มสลายได้เลย เพราะในปัจจุบันนั้นในด้านงานสื่อและงานภาพต่าง ๆ นั้นต่างแข็งขันกันทีคุณภาพของไฟล์ภาพ หรือแม้แต่ไฟล์วีดีโอ ช่างภาพมืออาชีพส่วนใหญ่นั้นจึงนิยมใช้กล้องมากกว่าสมาร์ทโฟน นั้นเอง

ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Statista 

จิ๋วแต่แจ๋ว!! ClipMic digital 2 mini digital clip-on microphone

เสียงสำคัญแค่ไหน ?

เรียกได้ว่าเป็นยุคที่ใคร ๆ ก็ต่างให้ความสนใจกับการทำวีดีโอและการทำคอนเทนต์ต่าง ๆ รวมไปถึงการ ทำงานวีดีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการบันทึกภาพด้วยกล้องมือถือ หรือจะเป็นกล้องโปร หรือแม้แต่ แอ็กซ์ชั่นแคมเมร่า ที่ทำให้เรานนั้นสามารถสร้างสื่อต่าง ๆ ได้อยากใจต้องการ แต่อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้ ก็คงเป็นเรื่องของเสียงวีดีโอ ที่จะช่วยเพิ่มอรรถรสในการดูวีดีโอ หรือฟังพอดแคสต่าง ๆ ได้อย่างเติมที่

จิ๋วแต่แจ๋วจริงหรือ ?

วันนี้เราจะมาพูดถึงอีกหนึ่งไอเทม ที่แม้ตัวจะเล็กแต่ความสามารถนั้นไม่ได้เล็กตามเลยแม้แต่น้อย กับไอเทมอย่าง ClipMic digital 2 mini digital clip-on microphone ที่ออกแบบมาเพื่่อสมาร์ทโฟน อย่างแท้จริงและด้วยขนาดที่เล็ก และมาพร้อมกับ ความสามารถในการบันทึกเสียงที่ยอดเยี่ยมนั้น ClipMic digital mini digital clip-on microphone จากทาง Sennheiser นั้นจึงเป็นไอเทมที่ควรมีเก็บไว้ติดตัวอย่างยิ่ง

ClipMic digital 2 น่าใช้จริงหรือ ?

มาพูดกันต่อหรือไอเทมอย่าง ClipMic digital 2 mini digital clip-on microphone ว่าน่าใช้งานจริงหรือไม่นั้น สำหรับตัวแอดเองก็ต้องบอกเลยว่านี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล ที่อยากจะสำเสนอให้แฟน ๆ ของโฟโต้ไฟล์ ได้ลองพิจารณาและตัดสินใจดู มาเริ่มต้นกันที่เรื่องของ คุณภาพกันเลยดีกว่า ClipMic digital 2 เป็นโซลูชันไมโครโฟนส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบสำหรับบันทึกบทสนทนา บทสัมภาษณ์ คำบรรยาย บทเรียน ออดิชั่น การร้องเพลง และการประชุม แคปซูลไมโครโฟนแบบหนีบเสื้อขนาดกะทัดรัดผสมผสานกับการแปลงแอนะล็อกเป็นดิจิทัลของ Apogee และเทคโนโลยีพรีแอมป์ไมโครโฟนเสียงรบกวนต่ำ ช่วยให้ ClipMic ดิจิทัลสามารถบันทึกและสตรีมเสียงจากอุปกรณ์มือถือหรือแล็ปท็อปของคุณด้วยคุณภาพเสียงที่ก่อนหน้านี้มีเฉพาะในโซลูชันที่มีราคาแพงกว่ามาก

ข้อดีของ ClipMic ดิจิทัล คือช่วยให้คุณวางไมโครโฟนใกล้กับเสียงของคุณมากขึ้น วิดีโอจะดีพอ ๆ กับเสียงที่คุณได้ยิน และหากคุณเป็น vlogger ผู้สัมภาษณ์ ผู้บรรยาย นักเรียน ครู หรือใครก็ตามที่สร้างวิดีโอส่วนตัว ClipMic ดิจิทัลจะนำไมโครโฟนมาหาคุณเพื่อให้ได้เสียงที่ดีที่สุด

แคปซูลไมโครโฟนแบบกำหนดเองแบบใหม่ทั้งหมดใน ClipMic ดิจิทัลเจเนอเรชันที่สองมีขนาดเล็กลงและให้เสียงรบกวนต่ำกว่ารุ่นก่อนถึง 10 dB ซึ่งหมายความว่าการบันทึกจะสะอาดยิ่งขึ้น และขณะนี้ ClipMic ดิจิทัลยังมาพร้อมกับกล่องป้องกันสำหรับเดินทางและสายเคเบิลแบบเปลี่ยนได้ มาพร้อมสาย Lightning, USB-C และ USB-A สำหรับการใช้งานร่วมกับ iPhone, iPad, macOS และ Windows แบบปลั๊กแอนด์เพลย์

ClipMic
ClipMic
ClipMic

คุณสมบัติของ ClipMic

  • ไมโครโฟนแบบหนีบเสื้อระดับพรีเมียมสำหรับ iPhone, iPad, macOS และ Windows
  • แคปซูลไมโครโฟนระดับมืออาชีพที่จะบันทึกคำพูดได้ชัดเจน
  • ตัวแปลง Apogee คุณภาพระดับสตูดิโอ
  • ไมโครโฟนแบบมีสายให้คุณภาพเสียงที่เหนือกว่าไมโครโฟนไร้สาย
  • มาพร้อมกับกระเป๋ากันกระแทกที่ทนทานพร้อมโฟมป้องกันและที่เก็บสาย
ClipMic
ClipMic
ClipMic

ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : apogeedigital , sennheiser

ZEISS Classic Lenses ที่สุดแห่งเลนส์

ZEISS Classic Lenses

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับเลนส์จากทาง ZEISS ที่ออกมาให้เราได้เลือกใช้งานอย่างครบและจบไม่ว่าจะเป็นเลนส์ ระยะใกล้ หรือไกล และก่อนหน้านี้เองนั้นแอดเองก็ได้เขียนถึงเลนส์ของ ZEISS ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ZEISS Batis หรือ ZEISS Loxia ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพจริง

การออกแบบและคุณสมบัติ

ว่าด้วยเรื่องของตัวเลนส์ ZEISS Classic นั้น มาพร้อมกับคุณภาพที่ไม่ธรรมดาในด้านการใช้งาน และเทคนิคทางด้านอุตสาหกรรม มาพร้อมกับฟิกซ์เจอร์ที่แม่นยำสำหรับการโฟกัสและรูรับแสง การออกแบบตัวเลนส์ภายนอกนั้นออกแบบมาให้เป็นโลหะทั้งตัว รวมไปถึงแหวนโฟกัสแบบแมนนวลที่ช่วยให้เราโฟกัสได้อย่างแม่นยำ

เลนส์และเซ็นเซอร์

เลนส์ครอบคลุมเซ็นเซอร์เส้นสแกนสูงสุด 43 มม. (4k ถึง 8k) ​​หรือเซ็นเซอร์พื้นที่ฟูลเฟรมที่มีขนาด 24 x 36 มม. (สูงสุด 42 Mpixel) มีให้เลือกทั้งแบบ F-Mount และ M42x1-Mount (ระยะโฟกัสหน้าแปลน 45.5 มม.) เพื่อความเสถียรที่มากขึ้น ตระกูลเลนส์ประกอบด้วยเลนส์ห้าตัวตั้งแต่ 25 มม. ถึง 85 มม.

https://youtu.be/Eneb6uUTXBY

ตัวเลนส์โลหะ คุณภาพสูง

คุณภาพที่เห็นได้ชัดเจนและความเสถียรทำให้เลนส์ ZEISS ใช้งานได้อย่างยาวนาน งานฝีมือคุณภาพสูงของเมาท์โลหะทั้งหมด ตัวเรือนโลหะ และวงแหวนรูรับแสง

เคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T*

องค์ประกอบด้านการมองเห็นของเลนส์ ZEISS มีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน T* ในทุกพื้นผิว และการออกแบบด้านการมองเห็นที่รับประกันว่าภาพจะมีความแวววาวที่เหนือกว่าตลอดเวลา แม้ในสภาพแสงที่ไม่เอื้ออำนวย เทคนิคการเคลือบครั้งแรกถูกนำมาใช้โดย ZEISS เมื่อนานมาแล้วในช่วงทศวรรษที่ 1930


ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ZEISS


ZEISS การเล่าเรื่องด้วยแสงและเงา

ตั้งแต่ปี 1980 ZEISS ได้ผลิตเลนส์สำหรับช่างภาพเพื่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของช่างภาพ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับผู้คนในทุกวัน ครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง

เลนส์ ZEISS สำหรับกล้องมิลเลอร์เลส

เลนส์ของ ZEISS นั้นออกแบบมาสำหรับกล้องมิลเลอร์เลส ให้มีขนาดเล็กแต่อักแน่นไปด้วยประสิทธิภาอย่างแท้จริงเลส์ ZEISS เล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับระบบ SLR แบบคลาสสิก: เลนส์ ZEISSสำหรับกล้องระบบมิเรอร์เลสใช้ร่วมกับเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงในปัจจุบันสำหรับการถ่ายภาพโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพใด ๆ ให้ประสิทธิภาพที่โดดเด่น

ZEISS Batis Lenses – Full Frame/Autofocus/Sony E-Mount

ZEISS Batis 2.8/18 เลนส์มุมกว้างพิเศษ มุมรับภาพกว้างมากและระบบโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็ว ผสมผสานกับการป้องกันฝุ่นและละอองน้ำเพื่อการถ่ายภาพที่เชื่อถือได้ในทุกสภาพอากาศ เลนส์ฟูลเฟรมในอุดมคติสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ ดาราศาสตร์ และสถาปัตยกรรม

มุมรับภาพกว้างมากของเลนส์มุมกว้างพิเศษนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพสร้างสรรค์ที่มีมุมมองที่ไม่ธรรมดา คุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมสม่ำเสมอบริเวณมุมภาพ ทำให้เลนส์นี้สมบูรณ์แบบสำหรับความท้าทายต่างๆ เช่น การถ่ายภาพทิวทัศน์ ดวงดาว และสถาปัตยกรรม

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length18 mm
Aperture rangef/2.8 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,25 m (9.8″) – ∞
Free working distance0,17 m (6.7″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)99° | 90° | 67°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**227 x 340 mm (8.9 x 13.4″)
Image ratio at minimum object distance1 : 9.5
Lens elements | groups11 | 10
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)73 mm (2.9″)

ZEISS Batis 2/25 เลนส์มุมกว้าง ระยะโฟกัสใกล้ที่สั้น ความเร็วสูง โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็ว และมุมรับภาพกว้างสำหรับฟูลเฟรม: เลนส์ระดับมืออาชีพสำหรับมุมมองที่โดดเด่นในทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม การถ่ายภาพแนวสตรีท และการถ่ายภาพวารสารศาสตร์

ระยะโฟกัสที่ใกล้มากของเลนส์มุมกว้าง 25 มม. สนับสนุนการนำมุมมองที่เหนือชั้นมาใช้อย่างสร้างสรรค์ รับประกันคุณภาพของภาพที่สม่ำเสมออย่างยิ่งที่บริเวณมุมของภาพ เลนส์นี้เป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม ฉากท้องถนน และการถ่ายภาพข่าว

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length25 mm
Aperture rangef/2 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,2 m (7.9″) – ∞
Free working distance0,13 m (5.1″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)82° | 72° | 51°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**124 x 187 mm (4.9 x 7.4″)
Image ratio at minimum object distance1:5.2
Lens elements | groups10 | 8
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)70 mm (2.7″)

ZEISS Batis 2/40 CF เลนส์อเนกประสงค์ เลนส์มุมกว้างน้ำหนักเบา ออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว ระยะโฟกัสใกล้สุด: ด้วยทางยาวโฟกัสคงที่ 40 มม. เลนส์นี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานที่มีความยาวโฟกัสมาตรฐาน รวมถึงในสถานการณ์การถ่ายภาพทั่วไปด้วยเลนส์มุมกว้างน้ำหนักเบา เลนส์อเนกประสงค์ที่ให้คุณภาพการถ่ายภาพที่โดดเด่น ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้

ด้วยระยะโฟกัสใกล้สุดเพียง 24 เซนติเมตร (9.4 นิ้ว) เมื่อรวมกับการถ่ายภาพมุมกว้างระดับปานกลาง เลนส์ CloseFocus (CF) จึงดีเยี่ยมสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เนื่องจากมีความเปรียบต่างระดับไมโครสูงและค่ารูรับแสงเริ่มต้นที่ f/2 ทำให้สามารถถ่ายทอดวัตถุแต่ละชิ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ZEISS Batis 2/40 CF บนกล้องช่วยให้คุณพร้อมเสมอสำหรับช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเจออะไรก็ตาม และหากคุณต้องการพกพาเลนส์ติดตัวไปเพียงตัวเดียว เลนส์นี้ก็เลนส์ที่ดีที่สุดสำหรับสายตาช่างภาพผู้ชาญฉลาดของคุณ

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length40 mm
Aperture rangef/2 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0.24 m (0.78 ft) – ∞
Free working distance0.14 m (0.45 ft) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)56° | 47° | 33°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**79 x 117 mm (3.1 x 4.6″)
Image ratio at minimum object distance1 : 3.3
Lens elements | groups9 | 8
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)75.1 mm (2.96″)

ZEISS Batis 1.8/85 เลนส์เทเลโฟโต้ ความเร็วสูง ออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอล ในช่วงเทเลโฟโต้ที่ง่ายดายสำหรับฟูลเฟรม: คู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพบุคคล กิจกรรม และงานแต่งงาน

ด้วยความเร็ว 1:1.8 ทำให้สามารถใช้ระยะชัดลึกที่ต่ำมากได้อย่างสร้างสรรค์ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอลช่วยให้ถ่ายภาพแบบถือด้วยมือได้สำเร็จแม้ในสภาพแสงน้อย ด้วยทางยาวโฟกัส 85 มม. เลนส์นี้จึงเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพบุคคล กิจกรรม และงานแต่งงาน

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length85 mm
Aperture rangef/1.8 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,80 m (2.6 ft) – ∞
Free working distance0,71 m (2.3 ft) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)29° | 24° | 16°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**189 x 283 mm (7.4 x 11.1″)
Image ratio at minimum object distance1:7.9
Lens elements | groups11 | 8
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)18 mm (0.72″)

ZEISS Batis 2.8/135 เลนส์เทเลโฟโต้ระยะกลาง ออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล ด้วยการแก้ไขความคลาดเคลื่อนสีทั้งหมดอย่างดีเยี่ยม ZEISS Batis 2.8/135 จึงเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ประสิทธิภาพสูงพร้อมดีไซน์ Apo Sonnar เลนส์คือโซลูชั่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตระยะกลาง

การแก้ไขขั้นสูงของการออกแบบเลนส์ Apo Sonnar ช่วยให้มั่นใจว่าถ่ายทอดภาพวัตถุของคุณได้สมจริงอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการสั่นไหว จึงได้รวมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัลไว้ในการออกแบบด้วย โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและแม่นยำคือการรับประกันว่าคุณจะได้ภาพที่คมชัด แม้ในสภาพแสงที่ไม่เอื้ออำนวย ระยะชัดลึกที่ตื้นที่รูรับแสงกว้างสุดทำให้สามารถผสมผสานโฟกัสและความเบลอได้อย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้คุณดึงความสนใจของผู้ชมไปที่ตัวแบบหลักของภาพถ่ายได้

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length135 mm
Aperture rangef/2.8 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,87 m (2.9 ft) – ∞
Free working distance0,74 m (2.4 ft) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)18° | 15° | 10°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**125 x 185 mm (4.9 x 7.3″)
Image ratio at minimum object distance1:5.3
Lens elements | groups14 | 11
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)6,9 mm (0.27″)

ZEISS Loxia Lenses – Full Fram / Manual Focus / Sony E-Mount

ZEISS Loxia 2.8/21 กะทัดรัด มุมกว้าง และทรงพลัง นี่คือคุณสมบัติที่ทำให้ Loxia 2.8/21 มุมกว้างพิเศษเป็นพิเศษ การออกแบบออปติคัลได้รับการพัฒนามาเป็นพิเศษสำหรับเซนเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียดสูงของซีรีส์ Sony α แบบไร้กระจก การขยายระบบผ่าน ZEISS Loxia ใหม่ – ในช่วงทางยาวโฟกัสที่มีมายาวนานที่ ZEISS

แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ ZEISS Loxia® 2.8/21 มุมกว้างพิเศษก็มอบประสิทธิภาพของภาพที่โดดเด่น ทั่วทั้งขอบเขตภาพทั้งหมดของเซนเซอร์ฟูลเฟรม ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ทิวทัศน์ หรือวัตถุสามมิติในระยะใกล้โดยมีพื้นหลังที่กว้างขวาง ทางยาวโฟกัสพร้อมมุมภาพขนาดใหญ่นี้เป็นส่วนเสริมที่ยอดเยี่ยมของกลุ่มเลนส์ Loxia เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแฟน ๆ มุมกว้างที่ต้องการบันทึกแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของช่วงเวลาพิเศษในภาพถ่ายหรือบนแผ่นฟิล์ม

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกล้อง Sony α7 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบมิเรอร์เลสฟูลเฟรม ขณะเดียวกันก็มอบความเป็นไปได้ที่สร้างสรรค์ของการถ่ายภาพ ‘คลาสสิก’ พร้อมโฟกัสแบบแมนนวลในเวลาเดียวกัน

และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด: เลนส์ ZEISS Loxia ยังมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง เช่น คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อการปรับรูรับแสงที่ราบรื่น เป็นต้น

Performance

Focal length21 mm
Aperture rangef/2.8 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,25 m (9.84″) – ∞
Free working distance0,16 m (6.30″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)91° | 81° | 59°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**281 x 187 mm (11.06 x 7.36″)
Image ratio at minimum object distance1 : 7.81
Lens elements | groups11 | 9
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)67 mm (2.63″)

ZEISS Loxia 2.4/25 การตั้งค่าที่มีมนต์ขลัง ทรงพลัง มุมกว้าง และเล็กกะทัดรัด – นี่เป็นเพียงคุณสมบัติบางอย่างของ ZEISS Loxia® 2.4/25 การออกแบบออพติคอล Distagon® ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับเซนเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียดสูงจากกล้องมิเรอร์เลส α ซีรีส์ของ Sony ซึ่งจะช่วยขยาย ZEISS Loxia 2.4/25 ในด้านต่างๆ มากมาย

แม้จะมีการออกแบบที่กะทัดรัด แต่เลนส์ ZEISS Loxia 2.4/25 มุมกว้างอเนกประสงค์ก็มอบประสิทธิภาพของภาพที่โดดเด่นทั่วทั้งขอบเขตภาพทั้งหมดของเซนเซอร์ฟูลเฟรม ไม่ว่าจะเป็นภาพทิวทัศน์ ภาพสถาปัตยกรรม หรือวัตถุในระยะใกล้โดยมีพื้นหลังกว้าง ทางยาวโฟกัสพร้อมมุมภาพขนาดใหญ่นี้เป็นส่วนเสริมที่ยอดเยี่ยมของกลุ่มเลนส์ ZEISS Loxia และเป็นเลนส์ใหม่ที่เป็นสากลสำหรับแฟนๆ เลนส์มุมกว้างที่ต้องการ บันทึกแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในภาพถ่ายหรือวิดีโอ

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสจากซีรีส์ Sony α มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับพวกเขา? คุณจะเพลิดเพลินไปกับคุณประโยชน์ที่ผสมผสานกันระหว่างกล้องระบบมิเรอร์เลสระดับแนวหน้าและความเป็นไปได้ที่สร้างสรรค์ของการถ่ายภาพแบบแมนนวลโฟกัส “แบบดั้งเดิม”

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เลนส์ ZEISS Loxia มอบทุกสิ่งที่คุณต้องการสำหรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูง คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์สำหรับการปรับรูรับแสงอย่างต่อเนื่องเป็นเพียงตัวอย่างที่ดีเยี่ยมอย่างหนึ่ง

Performance

Focal length25 mm
Aperture rangef/2.4 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,25 m (9.84″) – ∞
Free working distance0,16 m (6.42″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)81° | 71° | 50°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**231 x 154 mm (9.10 x 6.07″)
Image ratio at minimum object distance1 : 6.4
Lens elements | groups10 | 8
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)65 mm (2.54″)

ZEISS Loxia 2/35 ความเป็นไปได้เชิงสร้างสรรค์ของการโฟกัสแบบแมนนวลทำให้ ZEISS Loxia 2/35 เป็นนักเล่าเรื่องที่สมบูรณ์แบบ

ZEISS Loxia® 2/35 ให้ขอบเขตการมองเห็นที่ขยายกว้างขึ้น ทำให้เป็นตัวเลือกแรกในการแสดงวัตถุในสภาพแวดล้อมหรือสร้างการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน เช่นเดียวกับในรายงานข่าวหรือภาพถ่ายแนวสตรีท เป็นต้น นั่นคือสิ่งที่ทำให้เลนส์นี้กลายเป็นทางยาวโฟกัสที่สำคัญที่สุดสำหรับประเภทในกล้องคอมแพค 35 มม. ในขณะเดียวกัน ขนาดและน้ำหนักที่เล็กของระบบกล้องนี้ทำให้มีความเป็นอิสระและดุลยพินิจอย่างมากในการถ่ายภาพตัวแบบของคุณ และการโฟกัสแบบแมนนวลที่แม่นยำช่วยให้คุณมีความเป็นไปได้เชิงสร้างสรรค์ทั้งหมดที่คุณต้องการในการบอกเล่าเรื่องราวด้วยวิธีส่วนตัวของคุณเอง

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกล้อง Sony α7 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบมิเรอร์เลสฟูลเฟรม ขณะเดียวกันก็มอบความเป็นไปได้ที่สร้างสรรค์ของการถ่ายภาพ ‘คลาสสิก’ พร้อมโฟกัสแบบแมนนวลในเวลาเดียวกัน

และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด: เลนส์ ZEISS Loxia ยังมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง เช่น คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อการปรับรูรับแสงที่ราบรื่น เป็นต้น

Performance

Focal length35 mm
Aperture rangef/2.0 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,30 m (11.81″) – ∞
Free working distance0,23 m (9.06″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)63° | 54° | 38°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**210 x 139 mm (8.28 x 5.49″)
Image ratio at minimum object distance1 : 5.8
Lens elements | groups9 | 6
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)52 mm (2.03″)

ZEISS Loxia 2/50 เลนส์มาตรฐานขนาดกะทัดรัดสำหรับกล้องฟูลเฟรม Sony α7 สัมผัสประสบการณ์การโฟกัสแบบแมนนวลที่แม่นยำเป็นพิเศษ มอบอิสระในการสร้างสรรค์ที่เหนือชั้นเพียงปลายนิ้วสัมผัส

เลนส์ 50 มม. คือเลนส์ตัวโปรดของช่างภาพระดับตำนานอย่าง Cartier Bresson เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ทางยาวโฟกัสนี้ให้ขอบเขตการมองเห็นที่เทียบเท่ากับดวงตาของมนุษย์ในกล้อง 35 มม. ซึ่งทำให้ได้มุมมองที่เป็นธรรมชาติมาก ZEISS Loxia® 2/50 มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และมีความยืดหยุ่นสูง โดดเด่นในการใช้งานที่หลากหลายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแนวสตรีท ทิวทัศน์ ภาพบุคคล หรือการค้นพบที่เกิดขึ้นเองก็ตาม ZEISS Loxia 2/50 คือคู่หูในอุดมคติสำหรับการสำรวจภาพถ่ายและภาพยนตร์

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกล้อง Sony α7 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกเงา ขณะเดียวกันก็มอบความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ของการถ่ายภาพ “คลาสสิก” พร้อมโฟกัสแบบแมนนวลไปพร้อมๆ กัน

และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด: เลนส์ ZEISS Loxia ยังมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง เช่น คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อการปรับรูรับแสงที่ราบรื่น

Performance

Focal length50 mm
Aperture rangef/2.0 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,45 m (17.72″) – ∞
Free working distance0,37 m (14.57″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)47° | 39° | 27°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**255 x 168 mm (10.04 x 6.63″)
Image ratio at minimum object distance1 : 6.9
Lens elements | groups6 | 4
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)49 mm (1.91″)

ZEISS Loxia 2.4/85 พกพาสะดวก ไม่เด่นสะดุดตา ทรงพลัง – เหมาะสมในการอธิบายเลนส์เทเลโฟโต้ ZEISS Loxia 2.4/85 การออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมดได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษโดยใช้ชิ้นเลนส์เจ็ดชิ้นสำหรับเซนเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียดสูงของซีรีส์ Sony α แบบไร้กระจก Loxia 2.4/85 ช่วยเสริมทางยาวโฟกัสของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ZEISS Loxia ในส่วนของเลนส์เทเลโฟโต้ระยะสั้น

แม้จะมีขนาดกะทัดรัดเท่ากับ ZEISS Loxia® 2.4/85 ขนาดพกพาสะดวก แต่เลนส์เทเลโฟโต้ระดับปานกลางก็ให้ประสิทธิภาพของภาพที่โดดเด่น ทั่วทั้งขอบเขตภาพของเซนเซอร์ฟูลเฟรม ไม่ว่าจะเป็นภาพบุคคล ถนน หรือทิวทัศน์ เลนส์ที่ไม่โดดเด่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการช่วยให้คุณเชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพเหล่านี้

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกล้อง Sony α7 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกเงา ขณะเดียวกันก็มอบความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ของการถ่ายภาพ “คลาสสิก” พร้อมโฟกัสแบบแมนนวลไปพร้อมๆ กัน

และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด: เลนส์ ZEISS Loxia ยังมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง เช่น คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อการปรับรูรับแสงที่ราบรื่น

Performance

Focal length85 mm
Aperture rangef/2.4 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,80 m (31.49″) – ∞
Free working distance0,69 m (26.97″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)29° | 24° | 16°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**258 x 173 mm (10.15 x 6.80″)
Image ratio at minimum object distance1 : 7.2
Lens elements | groups7 | 7
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)59 mm (2.31″)

และนี้ก็คือเลนส์บางส่วนจากทาง ZEISS ที่เรียกได้ว่าเป็นไอเทมพิเศษ และอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ สำหรับช่างภาพหลาย ๆ คนที่ต้องการเลนส์กล้อง สำหรับการถ่ายงานต่าง ๆ เพื่อให้ออกมาดูดีและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และหากพูดถึงตัวเลนส์นั้นต้องบอกเลยว่าทาง ZEISS นั้นออกแบบตัวเลนส์เองรอบรับกับตัวกล้องหลาย ๆ รุ่นยิ่งทำให้ช่างภาพมีความหลากหลายในการเลือกใช้เลนส์ให้เหมาะสมกับงาน

ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ZEISS

5 อันดับ กล้องฟิล์ม ยอดนิยมปี 2024 Fujifilm

เรียกได้ว่าปี 2024 นั้นเป็นปีที่อะไรหลาย ๆ อย่างนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีในยานยนต์ หรือแม้กระทั้ง เทคโนโลยีในตัวกล้อง และความสามารถของ AI มากมาย ที่เข้ามาในปี 2024 มีความพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเข้ามามีส่วนรวมในการทำงานในหลาย ๆ ด้าน แต่เชื่อว่าช่างภาพหลายต่อหลายคน ก็ยังชอบความรู้สึกและความเป็นเรโทร ของกล้องฟิล์มอยู่ไม่น้อย

วันนี้เราจะมาพูดถึง 5 อันดับกล้องฟิล์ม ที่ยังน่าจับตามองและน่าใช้อยู่ในปี 2024 กันว่าจะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจ และน่าจับของเป็นเจ้าของบ้างเราไปดูพร้อมกันเลยดีกว่า

อับดับที่ 5 Fujifilm Mini LiPlay Instant Camera

Fujifilm Mini LiPlay Instant Camera ถือเป็นกล้องที่น่าใช้มากจริงเพราะด้วยขนาดที่เล็ก นำหนักเบา และยังง่ายต่อการพกพาไปในที่ต่าง ๆ เพื่อเก็บภาพความทรงจำและเรื่องราว โดย Fujifilm Mini LiPlay Instant Camera จะใช้ฟิล์มประเภท : Instax Mini ขนาดของภาพที่ได้นั้นจะอยู่ที่ 1.8 × 2.4 นิ้ว ไม่นับรวมขอบ ใส่ฟิล์มไม่สูงสุด 10 ภาพ และยังสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนเผื่อช่วยในการสั่งปริ้นภาพได้อีกด้วย และเรื่องของแบตนั้นสามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดอยุ่ที่ 100 ภาพ Fujifilm Mini LiPlay Instant Camera นั้นมาพร้อมกับสีที่มีให้เลือกซื้อถึง 6 สี คือ STONE WHITE, BLUSH GOLD, DARK GRAY, GREEN, BRONZE และสีสุดท้าย ELEGANT BLACK

GREEN
BRONZE

อันดับที่ 4 FUJIFILM INSTAX MINI 12 INSTANT CAMERA

FUJIFILM INSTAX MINI 12 INSTANT CAMERA อีกหนึ่งรุ่นจากทาง Fujiflim เช่นเคยและต้องบอกเลยว่าปล่อยกล้องมาแต่ละรุ่นไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวังจริง ๆ  ดีไซน์ทรงบับเบิ้ล สีสันสุดน่ารัก มาพร้อมฟังก์ชันให้ภาพสว่างด้วยระบบปรับแสงอัตโนมัติให้คุณถ่ายรูปสว่างไม่ว่าสถานการณ์ไหน และถ่ายระยะใกล้ที่ 30-50 ซม ได้สมบูรณ์แบบ ประเภทฟิล์มที่ใช้นั้นจะเป็น : Instax Mini ขนาดของรูปภาพที่ได้จะอยู่ที่ 62 มม. x 46 มม. สีนั้นจะมีให้เราได้เลือกใช้กันทั้งหมด 5 สีด้วยกันประกอบด้วย LILAC PURPLE, BLOSSOM PINK, MINT GREEN, CLAY WHITE และ PASTEL BLUE

อันดับที่ 3 Fujifilm Instax Mini 40 Instant Camera

มาถึงอันดับที่ 3 กันแล้วก็ยังคงต้องพูดถึง Fujiflim อีกเช่นเคย เพราะด้วยคุณภาพและราคานั้น ไม่ได้แพงจนไม่สามารถหามาจับจองเป็นเจ้าของได้ และนี้คือ Fujifilm Instax Mini 40 Instant Camera ด้วยรูปลักษณ์ ที่มีความเรโทร ย้อนวันวานของตัวกล้องเองนั้นยิ่งทำให้เราอินกับความรู้สึกเก่า ๆ กับการถ่ายกล้องฟิล์มที่คุ้นเคย ที่มาพร้อมกับฟิล์ม : instax mini film กับขนาดภาพ 62 มม. × 46 มม ถ้าให้พูดถึงตัวกล้องก็ต้องบอกเลยว่าพกพาง่าย ยกขึ้นมาถ่ายก็ยิ่งทำให้ดูเท่ ย้อนวันวานได้เป็นอย่างดี

อันดับที่ 2 Fujifilm Instax Square SQ1 Instant Camera

Fujifilm Instax Square SQ1 Instant Camera กล้องอินสแตนท์ในรูปแบบฟิล์ม Square (1:1) ใช้งานง่าย น่ารักมินิมอล จะกลางแจ้งหรือในร่มก็ถ่ายสวยด้วยระบบปรับแสงอัตโนมัติ พร้อมถ่ายโหมดเซลฟี่ง่ายๆเพียงแค่หมุนเลนส์ก็ถ่ายเซลฟี่ได้เลย มาพร้อมกับฟิล์มอินสแตนท์ FUIFILM “Instax SQUARE” ขนาดภาพ 62 x 62 มม. มีให้ลือก 3 สี Terracotta Orange, Glacier Blue และ Chalk White

อันดับที่ 1 Fujifilm Instax Wide 300 Instant Camera

Fujifilm Instax Wide 300 Instant Camera กล้องอินสแตท์ขนาดฟิล์ม wide จุใจกับภาพฟิล์มขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 2 เท่า (เมื่อเทียบกับขนาด mini) ถ่ายสวยไม่ว่าจะกลางแจ้งหรือในร่มด้วยระบบปรับแสงอัตโนมัติ มาพร้อมโหมด close-up ให้คุณถ่ายรูประยะใกล้ได้ชัดขึ้น มาพร้อมกับฟิล์ม อินสแดนท์ FUJIFILM “Instax WIDE” ขนาดภาพใหญ่จุใจ มาพร้อมสีของตัวกล้อง 2 สี ให้เรานั้นได้เลือกอย่าง Toffee และ Black

และนี้ก็คือ 5 อันดับกล้องฟิล์ม ยอดนิยมในปี 2024 ที่มีการพูดถึงกันเป็นวงกว้าง และน่าจับจองเป็นเจ้าของ สายกล้องฟิล์มไม่ควรพลาด!!

ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

สิ้นค้าอื่น ๆ จาก : FUJIFILM

Sony ZV-E10 II ตอกย้ำความเจ๋ง ยัดของดีมาครบ!!

Sony ZV-E10 II ตอกย้ำความเจ๋ง ยัดของดีมาครบ!!

Sony กลับมาทวงบัลลังก์ในตลาดกล้องเปลี่ยนเลนส์บนเซ็นเซอร์ APS-C อีกครั้ง!! หลังจากที่ตัวแรกอย่าง Sony ZV-E10 ขายกันอย่างถล่มทลายที่ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2021 และในปีนี้ก็คือการกลับมาอีกครั้งของ ZV-E10 II ซึ่งมาพร้อมกับตัวเลนส์ใหม่ของทาง Sony อีกด้วย

ZV-E10 II ทวงบัลลังก์!?

ย้อนกลับไปพูดถึงตัวกล้องอย่าง ZV-E10 ที่ทำไมถึงขายดีมาโดยตลอด ก็คงที่ไม่พ้นเรื่องของการถ่าย Vlog และการ Live ซึ่งเน้นการถ่ายวีดีโอเป็นหลัก และฟังค์ชั่นของตัววีดีโอนั้นเยอะมาก ๆ เรื่องของการถ่ายภาพนิ่งนั้นก็ยังสามารถทำได้ดีแต่ไม่เทียบเท่ากับการถ่ายในส่วนของวีดีโอ ซึ่งตัวแรกที่ออกมานั้นเป็นกล้องเซ็นเซอร์ APS-C เปลี่ยนเลนส์ได้ ในราคาที่ไม่ถึงสามหมื่น และสำหรับใครที่กำลังมองหากล้องและมีงบที่ไม่ถึงสามหมื่น อยากได้กล้องเปลี่ยนเลนส์ อยากได้เซ็นเซอร์ APS-C เอาไปไลฟ์สด ZV-E10 ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

ZV-E10 II ปรับปรุงส่วนไหนบ้าง

มาต่อกันที่ Sony ZV-E10 II ที่ครั้งที่มีการปรับปรุงเยอะมาก ๆ ที่เอาความสามารถของกล้องรุ่นพี่อย่าง Sony a6700 มายัดลงในนี้ด้วยร่วมไปถึง ZV-E1 มากันที่ตัวของเซ็นเซอร์ ที่ให้มาถึง 26 ล้านพิกเซล ตัวนี้เป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกับของ Sony a6700 ในเรื่องของตัวบอดี้นั้นหากมองผ่านก็มีความคล้ายกับ ZV-E1 ในเรื่องของการวางปุ่มต่าง ๆ แต่ที่น่าสนใจคือกริปที่ทำมาค่อนข้างลึก ใหญ่และทำให้ถือถนัดมือมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ไม่เพียงแต่เรื่องของความถนัดในการถือใช้งานเท่านั้น เมื่อมีความใหญ่มากขึ้นก็ทำให้สามารถเพิ่มยัดแบตยอดนิยมอย่าง NP-FZ100 ลงไปได้เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องรอสิ่งนี้อย่างแน่นอน เพราะการหน้านี้ในเรื่องของการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการถ่ายวีดีโอ ในตัวของ ZV-E10 หรือ ZV-E1 ก็มักจะเจอกับปัญหาที่แบตหมดไว ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง แต่มาครั้งนี้ในส่วนของแบต NP-FZ100 ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถ่าย Vlog หรือการทำ Live Stream ต่าง ๆ

ZV-E10 II มาพร้อมเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ก้าวล้ำที่สุดของ Sony ในเซนเซอร์ภาพ Exmor R CMOS เรืองแสงด้านหลังแบบ APS-C ที่มีความละเอียดประมาณ 26.0 เมกะพิกเซล
ระบบประมวลผลภาพ BIONZ XR ล่าสุดมอบรายละเอียดและความคมชัดที่เหนือชั้นพร้อมช่วง ISO มาตรฐานที่ขยายได้ตั้งแต่ 100 ถึง 32000 ด้วยการอ่านข้อมูลความเร็วสูง การสุ่มตัวอย่างเกิน 5.6K จะบีบอัดข้อมูลจำนวนมหาศาลให้เป็นฟุตเทจ 4K 60p อันน่าทึ่ง (QFHD: 3840 x 2160)

ZV-E10 II กับ EVF ที่หายไป

ในส่วนของกล้อง ZV-E10 และ ZV-E10 II จะไม่มี EVF หรือช่องมองภาพเลย ซึ่งในซีรีย์นี้ก็ตงเรียกได้ว่าเป็นไอเทมสายประหยัด ที่ยัดของดีมาแบบครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเซ็นเซอร์ APS-C และยังสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ในราคา สองหมื่นกว่า ถึงสามหมื่น ถือว่าเป็นไอเทมที่ประหยัดมาก ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่การลดค่าใช้ใช้จ่ายแต่ยังทำให้เห็นว่ากล้องตัวนี้นั้นถูกออกมาเพื่อการถ่ายวีดีโอเป็นหลัก เน้นการดูวีดีโอผ่ายจอหลังเป็นหลัก ซึ่งทำให้น้ำหนักเบาลง ราคาถูกลง แต่ยังอัดแน่นคุณภาพเช่นเคย

มาต่อกันที่เรื่องของจอด้านหลังกันบ้าง ที่มาพร้อมกับระบบทัชแบบฟลูทัช ซึ่งตัวแรกก็สามารถทัชได้เช่นกันแต่จะไม่ได้เป็นการทำงานทำงานแบบฟลูทัช เพราะจะสามารทัชได้แค่โฟกัสเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่หน้าเมนูจะไม่สามารถทัชได้ แต่ในเรื่องของตัว ZV-E10 II จอแสดงผลด้านหลังนั้นเป็นแบบฟลูทัช ทำให้สามารถทำงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในเรื่องของของการเลือกจุดโฟกัสหรือการตั้งค่าต่าง ๆ ซึ่งที่น่าสนใจก็คือในเรื่องของ vertical format support menu ที่ทำให้เรานั้นใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นที่ขณะที่เรานั้นต้องการถ่ายวีดีโอเป็นแนวตั้ง

รองรับรูปแบบแนวตั้ง

เค้าโครงของข้อมูลการถ่ายที่แสดงบนจอแสดงผลจะสลับโดยอัตโนมัติเพื่อให้ตรงกับการจัดวางในแนวนอนหรือแนวตั้ง ซึ่งจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณในทุกสถานการณ์ได้อย่างราบรื่น ถ่ายภาพสำหรับสื่อสังคมทุกรูปแบบข้อมูลได้อย่างง่ายดาย

เรื่องต่อไปของ Sony ZV-E10 II นั้นไม่มีเรื่องส่วนของแมคคานิคชัตเตอร์ แล้วซึ่งตัวนี้จะเป็นอิเล็กโทรนิคชัตเตอร์ แบบ หนึ่งร้อยเปอร์เซ็น ทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่ากล้องตัวนี้ออกแบบมาเพื่องานวีดีโออย่างแน่นอน แต่เรื่องของการโฟกัสนั้นต้องบอกเลยว่าตัวนี้จะไม่มี AI Chip และยังไม่มีกันสั่นด้วยบอดี้ที่ค่อนข้างบาง และเล็กการที่จะใส่ตัวกันสั่นเข้าไปนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะทำให้ตัวกล้องใหญ่ขึ้น หนักขึ้น และราคาที่มากขึ้น แต่ก็ยังมีกันสั้นที่เป็นตัวอิเล็กโทรนิคอยู่ ซึ่งจะช่วยกันสั่นได้ประมาณหนึ่ง หากใครที่ต้องการถ่ายในรูปแบบ Vlog ที่ต้องมีการเดินถ่าย ตัวกล้องเองก็ยังมีโหมด Active Mode มาให้อยู่

ว่าด้วยเรื่องของวีดีโอ

มาต่อกันในเรื่องของตัววีดีโอ ในส่วนของ ZV-E10 II ก็ยังมีมาให้เหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Product Showcase Set ซึ่งต้องบอกเลยว่า Sony นั้นทำได้ดีอยู่แล้วในเรื่องนี้ วีดีมามาพร้อมกับการถ่ายในระดับ 4K 60p/50* และยังมีในส่วนของ Log3 และการถ่ายแบบ 10bit 4:2:2 เพื่อใช้ในการเกรดดิ่งสีของวีดีโอ ในส่วนของ FHD จะได้แค่ 1080/120p ก็คงทำให้ใครหลาย ๆ ที่หวังว่าจะไปได้ถึง 1080/240p ต้องผิดหวังไปตาม ๆ กัน แต่หากพูดถึงข้อดีต่าง ๆ และราคาไม่อยู่ในเรทสองหมื่นกว่าถึงสามหมื่น นั้นก็เรียกได้คุ้มมาก ๆ

ZV-E10 II
ZV-E10 II รองรับรูปแบบการบันทึกที่หลากหลาย รวมถึงวิดีโอ 10 บิต 4:2:2 และการบีบอัด All-Intra ที่ความละเอียดสูงสุด 4K 60p คุณนำเข้าเมทาดาตาได้เพื่อช่วยให้ขั้นตอนหลังการถ่ายทำมีประสิทธิภาพในซอฟต์แวร์ เช่น Catalyst Browse, Catalyst Prepare / Plugin และ Master Cut
ZV-E10 II
S-Log3 เพื่อช่วงไดนามิกที่กว้างเป็นพิเศษ
ช่วงไดนามิกที่กว้างของการบันทึก S-Log3 สามารถดึงศักยภาพสูงสุดให้ปรากฏในฟุตเทจที่ถ่ายได้ ช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการประมวลผลหลังการถ่ายทำอันทรงพลังเพื่อให้ได้ภาพระดับภาพยนตร์ที่งดงามอย่างแท้จริง

การตั้งค่า Vlog ภาพยนตร์ มอบวิธีที่ใช้งานง่ายในการสร้างฟุตเทจ Vlog ภาพยนตร์โดยไม่ต้องปรับกับการตั้งค่ากล้องที่ซับซ้อน ใช้ประโยชน์จาก “ลุคต่างๆ” เช่น S-Cinetone™ ที่ช่วยปรับปรุงโทนสีผิว หรือ “อารมณ์ต่างๆ” ที่ช่วยเน้นสีบางสีเพื่อสร้างฟุตเทจ Vlog ภาพยนตร์ที่เข้ากับฉากและวิสัยทัศน์ของคุณ

ในเรื่องของสีวีดีโอนั้น Creative Look ก็มีมาให้ S Cinetone ร่วมไปการนำ LUT มาให้ด้วย และยังต้องบอกเลยว่า Creative Look และ S Cinetone ของทาง Sony นั้นทำได้ดีมาก ๆ และข้อดีอีกอย่างคือเรื่องของ LUT ที่เราสามารถเพิ่มเข้าไปในตัวกล้องได้ด้วย และสิ่งที่ทำให้เด่นชัดมาก ๆ ในเรื่องของการถ่ายวีดีโอนั้น ก็ต้องมาพูดถึงเรื่องของระบบไมค์ที่นำเอาระบบไมค์ของตัว ZV-E1 มาใช้ ทำให้เรานั้นสามารถเลือกแฟตฟอร์มของไมค์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเสียงแบบรอบด้าน หรือเลือกเสียงเฉพาะด้านหนัา หรือสุดท้ายการเลือกเสียงเฉพาะด้านหลัง

ZV-E10 II

ไมโครโฟน 3 แคปซูลขั้นสูงมอบประสิทธิภาพการตรวจจับเสียงและการลดเสียงรบกวนที่ยอดเยี่ยม ทำให้บันทึกเสียงคุณภาพสูงที่คมชัดได้ง่ายกว่าที่เคย เลือกอัตโนมัติหรือเลือกจากการตั้งค่าด้านหน้า ด้านหลัง หรือรอบทิศทางเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมในการบันทึกที่หลากหลาย

สรุปจบเรียกได้ว่า Sony ZV-E10 II นั้นยัดของดีมาแบบครบเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นของดีต่าง ๆ ของกล้องรุ่นพี่หลาย ๆ รุ่นที่มาใส่ไว้ รวมไปถึงการอัปเกรดตัวแบตให้สามารถใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ตัวเลนส์ที่มากับกล้อง และตัวกล้องก้มีน้ำหนักที่เบา ทำให้สามารถถือใช้งานได้มากยิ่งขึ้น หากใครที่สนใจ Sony ZV-E10 II ก็มาสามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

สินค้าพรีออเดอร์ ZV-e10 II (Black) คลิ๊ก!! ZV-e10 II (White) คลิ๊ก!!

DJI SDR Transmission ตัวเล็กเสปคโหด!!

DJI SDR Transmission ตัวเล็กเสปคโหด!! -ภาพเสียงคมชัด -ส่งไกล 3 กม.-Reciever ไม่จำกัด

หากให้เรานั้นพูดถึงตัวรับส่งสัญญาณภาพที่ดี มีคุณภาพ เชื่อถือได้ ก็คงหนีไม่พ้นไอเทมสุดเจ๋งจากทาง DJI ที่ล่าสุดนำไอเทมอีกชิ้นที่น่าสนใจมากฝากเราอย่าง DJI SDR Transmission อุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพไร้สาย Hybrid SDR+Wifi ที่มาการันตรีความเสถียรของการส่งสัญญาณภาพและเสียง และยังมาสามารถส่งได้ไกลถึง 3 กิโลเมตร และที่เจ๋งคือสามารถเชื่อมต่อกับ Reciever แบบไม่จำกัด เรียกได้ว่าเป็นการปลดล็อคการทำงานให้กับกองอีเว้นท์หรือทีมงานที่ต้องมอนิเตอร์งานหลาย ๆ คนได้ในเวลาเดียวกัน

มาต่อกันที่ด้านของการออกแบบ DJI SDR Transmission การดีไซน์ถูกออกแบบให้มีลักษณะเล็ก พกพาง่าย และน้ำหนักที่เบาเพียง 145 กรัม ทั้งด้าานของตัวรับและตัวส่งสัญญาณ และยังมาพร้อมกับการผสมผสานการทำงานของเทคโนโลยีระบบส่งสัญญาณในรูปแบบ SDR และ Wifi 2.4GHz , 5.8GHz ร่วมกันและ ยังรองรับย่านความถี่ DFS สามารถสลับย่านความถี่ของสัญญาณด้วยตัวเองได้ผ่าน DJI Ronin App

DJI SDR Transmission ยังมาพร้อมกับเรื่องของการส่งสัญญาณภาพและเสียง ได้ไกลถึง 3 กิโลเมตร ในพื้นที่เปิดโล่ง ในส่วนของ Control Mode นั้นหากเป็นการส่งสัญญาณผ่าน Wifi นั้นจะได้ถึง 200 เมตร ความโดดเด่นคือ DJI SDR Transmission นั้นสามารถส่งสัญญาณภาพ และเสียงได้ถึงระดับ FHD 1080p/60fps และบิตเรทยังสูงถึง 20Mbps

หากถามว่าการส่งสัญญาณภาพและเสียงในความละเอียดสูงขนาดนั้นจะเกิดการดีเลย์หรือไม่ ต้องบอกเลยว่าความหน่วงในการส่งสัญญาณนั้นมีเพียง 80 วินาทีเท่านั้น!! เรียกได้ว่าน้อยมาก ๆ รองรับการส่งข้อมูล Metadata Transmission (Meta SDI) จากกล้อง Cinema : ARRI / RED ผ่านสาย SDI และ QTake ผ่านเครื่องรับสัญญาณได้แบบ Realtime ช่วยให้การทำงานดูข้อมูลได้สะดวกขึ้น

มาต่อกันที่ ฟีเจอร์อย่าง Voice call แบบ 1 ต่อ 1 เอาไว้สื่อสารระหว่างตัวส่งกับตัวรับได้แบบ Realtime รองรับการเชื่อมต่อการส่งสัญญาณแบบคู่ 3 SDR signals และ 2 Wifi signals พร้อมกัน และรองรับการควบคุม PTP ผ่านกล้อง รองรับการควบคุม CEC สำหรับกล้อง Sony ในโหมด Mirror Control

ตัวรับ (Reciever) สามารถ output ไปให้ Monitor ผ่าน SDI หรือ HDMI ได้ และ สามารถเชื่อมต่อกับ มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ผ่านสาย USB-C เส้นเดียวได้ เพื่อเพิ่มความเสถียรในการรับสัญญาณ ตัวส่ง (Transmitter) สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้โดยตรง ผ่านสัญญาณ Wifi กับ มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ได้ และ สามารถเชื่อมต่อแบบ Dual channel monitoring ได้โดยไม่ต้องมีตัวรับ (Reciever)

และที่สำคัญ รองรับการทำงานร่วมกับ DJI Ronin App เวอร์ชั่นใหม่ ทำให้สามารถใช้ฟีเจอร์ใหม่ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ อาทิ Camera Index Switching , Local Recording and Playback , Multiple Monitoring Option (LUT, peaking, waveform, and false color) , Channel Setting ฯลฯ และสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุดรองรับการใช้งานร่วมกับ DJI RS 3 Pro , DJI RS 4 Pro , DJI RS 4 ขึ้นไป

เมื่อการนำ 2 ระบบส่งสัญญาณ SDR + Wifi Video Transmission มารวมกันนั้น ก็ยิ่งทำให้เกิดความเสถียรมากยิ่งขึ้น ส่งสัญญาณได้ไกลมากยิ่งขึ้น สัญญาณสามารถทะลุทะลวงผ่านสิ่งกีดขวางได้ดีขึ้น

การส่งสัญญาณด้วย SDR นั้นมีจุดเด่นก็คือเรื่องงานการส่งสัญญาณได้เสถียรมากยิ่งขึ้น ดีเลย์น้อย ผสานกับการทำงานของการส่งสัญญาณแบบ Wifi จึงทำให้ DJI SDR Transmission ส่งสัญญาณได้ไกลถึง 3 กิโลเมตร / 10,000 ฟุต ในพื้นที่เปิดโล่ง และ ยังส่งได้ไกล

DJI SDR Transmission  มาพร้อมกับการส่งสัญญาณภาพที่ให้ความละเอียดมากถึง 1080p 60fps หากใช้ในด้านของงานสตรีมมิ่งนั้น จะให้การส่งสัญญาณภาพความละเอียดถึง 20Mbps ทำให้ภาพลื่นไหล คมชัด

อุปกรณ์จะสลับสัญญาณให้เอง ไม่ว่าจะใช้เป็นสัญญาณ 2.4GHz , 5.8 GHz และ DFS Frequency Bands เพื่อให้ได้ย่านความถี่ที่เสถียรต่อการส่งสัญญาณ
DJI SDR Transmission สามารถเชื่อมต่อกับตัวรับสัญญาณกี่ตัวก็ได้ เมื่อใช้งานในโหมด Broadcast ทำให้เหมาะกับการทำงานแบบทีม ที่ต้องมีการมอนิเตอร์ภาพและเสียงในหลาย ๆ อุปกรณ์
ฟีเจอร์นี้ Voice Call ที่เราสามารถสื่อสารระหว่างตัวส่ง กับ ตัวรับได้เลย โดย DJI SDR Transmission จะรองรับฟีเจอร์นี้แบบ 1 ต่อ 1

DJI SDR Transmission Transmitter Ports

USB-C Port : USB-C Power and Gimbal Communication Port
USB-C Port : USB-C Firmware Update Port
3.5mm Stereo Jack : Supports one-on-one voice calls.
HDMI Input Port : Supports 1080p/60fps video input.
SDI Input Port : Supports 1080p/60fps video input.

DJI SDR Transmission Receiver Ports

USB-C Port : USB-C Firmware Update and Video Output Port
USB-C Port : USB-C Power Port
3.5mm Stereo Jack : Supports one-on-one voice calls.
HDMI Output Port : Supports 1080p/60fps video and audio output.
SDI Output Port : Supports 1080p/60fps video and audio output.

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE สินค้าจาก DJI

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : DJI

เปิดตัว!! Canon EOS R1 และ EOS R5 II

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Canon EOS R1 และ EOS R5 II ที่เรียกได้ว่าสมกับการรอคอยของใครหลาย ๆ คน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวมามากมายไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ EOS R5 II อาจะเปิดตัวก่อน EOS R1 แต่วันนี้เป็นที่ชัดเจนว่า ทั้งสองรุ่นนั้นเปิดตัวพร้อมกัน และยังมาพร้อมกับความโด่นเด่นของตัวเองอีกด้วย

มาเริ่มกันด้วย Canon EOS R1 เรียกได้ว่าเป็นเรืองธงมิเรอร์เลสฟูลเฟรมเลยก็ว่าได้ ในระบบ EOS R ที่ยังมาพร้อมกับเมาท์ RF ที่เป็นการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำของแคนนอนเข้าด้วยกันเพื่อเป็นการยกระดับการทำงานของมืออาชีพโดยเฉพาะ สมบูรณ์แบบด้วยประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูง และยังมาพร้อมกับชิปประมวลผลภาพ DIGIC Accelerator ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อเสริมการทำงานของชิปประมวลผลภาพ DIGIC X ที่มีอยู่เดิม โดยระบบประมวลผลภาพรูปแบบใหม่ซึ่งประกอบด้วยโปรเซสเซอร์เหล่านี้ ทำงานผสานร่วมกับเซนเซอร์ CMOS ตัวใหม่ จะทำให้กล้องสามารถประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ด้วยความเร็วสูง 

สเปคCanon EOS R1

  • เซ็นเซอร์ CMOS BSI แบบฟูลเฟรมซ้อน 24MP
  • ตัวเร่งความเร็ว DIGIC + การประมวลผล DIGIC X
  • Dual Pixel AF พร้อม Action Priority
  • ปรับปรุง AF ควบคุมดวงตา
  • วิดีโอภายใน 6K 60 Raw และ 4K 120 10 บิต
  • สูงสุด 40 fps โหมดถ่ายต่อเนื่องล่วงหน้า
  • 9.44 ล้านจุด EVF 0.9x, OVF Sim. View Assist
  • จอสัมผัส LCD แบบปรับมุมได้ขนาด 3.0 นิ้ว 2.1 ล้านจุด
  • ด้ามจับแนวตั้ง ช่อง CFexpress Type B 2 ช่อง
  • Wi-Fi 6E, 2.5G Base-T แบบมีสายอีเทอร์เน็ต
EOS R1

มาต่อกันที่อีกหนึ่งรุ่นอย่าง Canon EOS R5 II หรือ Canon EOS R5 Mark II ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นการยกระดับความเหนือชั้นเอาไว้ในกล้องเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟิวเจอร์ต่าง ๆ ที่ อัดมาให้แบบเต็มพิกัด เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานทั้งด้านงานถ่าย และงานวีดีโอ

การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดใน EOS R5 II คือการเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ Stacked CMOS อย่างที่เราได้เห็นไปแล้วว่า การเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ Stacked CMOS นี้ทำให้กล้องสามารถอ่านข้อมูลจากเซ็นเซอร์ได้เร็วกว่าชิป BSI หรือ FSI ทั่วไปมาก ความเร็วนี้ทำให้กล้องสามารถถ่ายวิดีโอ 8K ได้สูงสุด 60p และถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่องได้สูงสุด 30fps

หาก 30fps มากเกินไปสำหรับการถ่ายภาพของคุณ กล้องสามารถปรับแต่งให้ถ่ายภาพได้ที่ 20, 15, 10 หรือ 5fps แทน เราพบว่าอัตราการอ่านข้อมูลในโหมดถ่ายภาพนิ่งอยู่ที่ 6.3ms (ประมาณ 1/160 วินาที) และดูเหมือนว่าจะอ่านข้อมูลได้เป็น 16 บรรทัด ซึ่งถือว่าช้ากว่ากล้องอย่าง Z8 (ประมาณ 1/270 วินาที) เล็กน้อย

เซ็นเซอร์ของ EOS R5 II ใช้การออกแบบ Dual Pixel AF ของ Canon โดยมีโฟโตไดโอดสองตัวสำหรับแต่ละตำแหน่งพิกเซล ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้เซ็นเซอร์เกือบทั้งหมดสำหรับโฟกัสอัตโนมัติแบบตรวจจับเฟสได้ แต่ไม่มีการจัดเรียงแบบครอสไทป์ที่ใช้ใน EOS R1 และต่างจาก R5 Mark 1 ตรงที่ไม่อนุญาตให้คุณบันทึกไฟล์ Dual Pixel Raw เพื่อให้ข้อมูลของโฟโตไดโอดทั้งสองตัวพร้อมใช้งาน

มาดูทางด้านของสเปค Canon EOS R5 II กันต่อเลยดีกว่า

สเปค Canon EOS R5 II

  • เซ็นเซอร์ CMOS BSI แบบฟูลเฟรมซ้อน 45MP
  • การประมวลผลเครื่องเร่งความเร็ว DIGIC
  • ระบบออโต้โฟกัสอัจฉริยะแบบพิกเซลคู่แบบไขว้
  • วิดีโอ 8K 60 Raw/4K 60 SRAW/4K 120 10 บิต
  • สูงสุด 30 fps โหมดถ่ายต่อเนื่องล่วงหน้า
  • EVF จุด 5.76 ล้านจุดพร้อม OVF Sim ตัวช่วยการดู
  • หน้าจอสัมผัส LCD ปรับมุมได้ 3.2 นิ้ว
  • การอัปสเกลภายในกล้องเป็น 179MP
  • ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ CFexpress และ SD UHS-II
  • รองรับ Wi-Fi 6E/Wi-Fi 6

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Canon