ปรากฎการณ์ที่เราไม่เห็นกล้อง DSLR ตัวใหม่ๆ ออกมาอยู่ท้องตลาดเกิดมาได้หลายปีแล้ว ใครๆ ในตอนนั้นก็บอกเหตุผลมากมายทำไม DSLR กำลังจะตาย วันนี้มาดูไทม์ไลน์กันหน่อยครับ
ช่วงเวลา | ค่ายกล้อง | เหตุการณ์สำคัญและสัญญาณการยุติ |
|---|---|---|
ก่อน 2013 | Olympus, Panasonic | ประกาศยุติการพัฒนา DSLR และหันไปเน้นระบบ Mirrorless (Micro Four Thirds) อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากเป็นค่ายที่เริ่มระบบ Mirrorless ก่อน |
2012 – 2016 | Sony | ยุติการผลิต DSLR/DSLT (Translucent Mirror) อย่างเงียบ ๆ โดยรุ่นสุดท้ายที่สำคัญคือ Sony a99 II (เปิดตัว 2016) และได้หันไปทุ่มเทให้กับระบบ E-mount Mirrorless Full Frame มาตั้งแต่ปี 2013/2014 แล้ว ทำให้ Sony เป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านนี้ |
2018 | Canon | เปิดตัวระบบ EOS R (Mirrorless Full Frame) และเมาท์เลนส์ RF อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสัญญาณเริ่มต้นของการเปลี่ยนผ่านออกจาก EF-mount DSLR แม้จะยังคงพัฒนา DSLR อยู่ |
2018 | Nikon | เปิดตัวระบบ Nikon Z (Mirrorless Full Frame) และเมาท์เลนส์ Z อย่างเป็นทางการ โดยมี Z6 และ Z7 เป็นรุ่นแรก ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแข่งขันกับ Sony ในตลาด Mirrorless |
ม.ค. 2020 | Canon / Nikon | เปิดตัว DSLR รุ่นสุดท้ายที่สำคัญ: Canon EOS-1D X Mark III และ Nikon D780 ซึ่งถือเป็นกล้อง DSLR ระดับเรือธงและระดับกลางรุ่นสุดท้ายที่เปิดตัวก่อนที่จะเน้น Mirrorless อย่างเต็มตัว |
2021 | Sony | สัญญาณยุติ A-Mount สมบูรณ์: มีรายงานว่า Sony ได้ถอดกล้อง DSLR A-mount รุ่นสุดท้าย (เช่น a99 II, a77 II, a68) ออกจากเว็บไซต์และระบุว่า “ไม่พร้อมจำหน่ายอีกต่อไป” โดยไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ |
ก.ค. 2022 | Nikon | ประกาศยุติการผลิต D3500 และ D5600 (DSLR ระดับเริ่มต้น) และมีรายงานข่าว (ภายหลังถูกปฏิเสธอย่างเป็นทางการในบางส่วน) ว่าจะยุติการพัฒนา DSLR รุ่นเรือธงในอนาคต แต่ในทางปฏิบัติ Nikon ได้มุ่งเน้นทรัพยากรไปที่ระบบ Z อย่างเต็มที่ |
ปลาย 2022 – 2023 | Canon | CEO ของ Canon (Fujio Mitarai) ให้สัมภาษณ์ ว่าบริษัทจะยุติการผลิตกล้อง DSLR ระดับเรือธงใหม่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า (โดย EOS-1D X Mark III จะเป็นเรือธง DSLR รุ่นสุดท้าย) และจะเน้นการผลิต Mirrorless (RF) เท่านั้น |
ปัจจุบัน (2025) | อุตสาหกรรม | Mirrorless Oustells DSLR: ยอดขายกล้อง Mirrorless ทั่วโลกแซงหน้า DSLR อย่างชัดเจน และมีเพียง Pentax เท่านั้นที่ยังคงยืนยันว่าจะผลิตและพัฒนากล้อง DSLR รุ่นใหม่ต่อไป |
จากตารางข้างต้นจะเห็นว่าค่ายยักษ์ใหญ่ทั้งหลายได้ละทิ้ง DSLR ไปหมดแล้ว คงเหลือแต่ PENTAX เท่านั้นที่ยังประกาศไม่เข้าร่วมแข่งขันในตลาด mirroless ยังคงมุ่งมั่นพัฒนา DSLR ต่อไป ขณะที่ค่ายอื่นๆ ทุ่มเททรัพยากรทั้งหมดไปลงแข่งขันใน mirrorless กันหมดแล้ว เหตุผลสำคัญได้แก่ กล้อง DSLR ถูกจำกัดด้วยกลไกทางกายภาพ (กระจกสะท้อนภาพ) ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุดในยุคดิจิทัล เช่น ระบบโฟกัส และความเร็วในการถ่ายภาพ อีกทั้งผู้บริโภคยุคใหม่ ต้องการถ่ายภาพเคลื่อนไหว
พร้อมกับถ่ายภาพนิ่งด้วย ผนวกกับเมื่อเทคโนโลยี EVF และเซนเซอร์ AF ถูกพัฒนาจนก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ไปได้ การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบ Mirrorless จึงเป็นทางเลือกเดียวที่ผู้ผลิตจะสามารถนำเสนอนวัตกรรมและคุณภาพที่สูงขึ้นให้กับผู้บริโภคได้ต่อไป
แต่สิ่งที่บทความนี้จะบอกให้ท่านผู้อ่านโดยเฉพาะมือใหม่หัดถ่ายภาพให้เห็นโอกาสก็คือ แม้ว่า DLSR จะไม่มีการพัฒนาและผลิตจากค่ายขั้นนำแล้ว แต่กล้องมือสองที่ยังอยู่ในตลาดยังมีอีกมาก ดังนั้นมาดูข้อดีกัน
1. ราคาต่อประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม (Price-to-Performance Value)
- ราคา Body ลดลงมาก: เนื่องจากค่ายผู้ผลิตหลักได้หยุดพัฒนาหรือลดการผลิต DSLR รุ่นใหม่ ทำให้มูลค่าของกล้อง DSLR รุ่นเก่า ๆ (เช่น Canon 5D Mark III, Nikon D750, Canon 80D) ตกต่ำลงอย่างมาก ในตลาดมือสอง
- เทคโนโลยีที่ยังใช้งานได้ดี: แม้ว่ากล้อง DSLR จะไม่มี Eye-AF ที่ฉลาดเท่า Mirrorless แต่คุณภาพของเซนเซอร์ (โดยเฉพาะ Full Frame) และความสามารถในการควบคุมยังคงยอดเยี่ยมและเพียงพอสำหรับงานระดับมืออาชีพหรือมือสมัครเล่น
2. ตลาดเลนส์มือสองที่กว้างขวางและราคาถูก
- จำนวนเลนส์ที่มีอยู่มหาศาล: ระบบ Canon EF และ Nikon F-mount มีอายุการใช้งานมานานหลายทศวรรษ มีเลนส์คุณภาพสูงมากมายในตลาด (ทั้งจากผู้ผลิตเองและ Third-Party อย่าง Sigma/Tamron) ที่หมุนเวียนอยู่
- ราคาเลนส์มือสองตกต่ำ: เมื่อผู้ใช้ DSLR จำนวนมากเปลี่ยนไปใช้ Mirrorless (RF, Z, FE) และขายระบบเก่าออกไป ทำให้ ราคาเลนส์ DSLR มือสองตกต่ำลง มากกว่าเลนส์ Mirrorless รุ่นใหม่ที่ยังคงมีราคาสูง
- ข้อได้เปรียบนี้ช่วยให้ผู้เริ่มต้นสามารถซื้อเลนส์ Prime หรือเลนส์โปรรูรับแสงกว้าง (f/2.8) มาใช้ในราคาที่ต่ำกว่าเลนส์ Mirrorless ที่เทียบเคียงกันหลายเท่าตัว
3.ต้นทุนเริ่มต้นต่ำ (Low Entry Barrier)
- สำหรับผู้เริ่มต้น: นักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่ต้องการเริ่มต้นงานอดิเรกการถ่ายภาพ สามารถเข้าถึงกล้อง DSLR ระดับ Entry-Level (เช่น Canon 1100D, Nikon D3500) พร้อมเลนส์คิทได้ในงบประมาณหลักพันบาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่ากล้อง Mirrorless ที่ใช้งานได้จริงอย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงต่ำ: การเริ่มต้นด้วยอุปกรณ์ราคาถูกทำให้หากไม่ชอบงานอดิเรกนี้ ก็สามารถขายต่อได้โดยขาดทุนน้อยกว่าการลงทุนในระบบ Mirrorless ราคาแพงตั้งแต่แรก
โดยสรุปแล้ว
กล้อง DSLR นั้นแม้ว่าจะมีเทคโนโลยีไม่ทันสมัยเท่า mirroless แต่สำหรับการใช้งานเกือบทุกสถานะการณ์ยังใช้ได้หมด ดังนั้นจึงเป็นทางเลือกสำหรับมือใหม่หรือช่างภาพที่มีงบประมาณจำกัด โดยหากต้องการใช้อุปกรณ์ที่คุ้มค่าเงินมากที่สุดให้ลองพิจารณาให้ DSLR จะเป็นทางเลือกหนึ่งของท่านได้






