Skip to content
FOTOFILE

ZEISS Classic Lenses ที่สุดแห่งเลนส์

ZEISS Classic Lenses

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ธรรมดาเลยสำหรับเลนส์จากทาง ZEISS ที่ออกมาให้เราได้เลือกใช้งานอย่างครบและจบไม่ว่าจะเป็นเลนส์ ระยะใกล้ หรือไกล และก่อนหน้านี้เองนั้นแอดเองก็ได้เขียนถึงเลนส์ของ ZEISS ไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ZEISS Batis หรือ ZEISS Loxia ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพจริง

การออกแบบและคุณสมบัติ

ว่าด้วยเรื่องของตัวเลนส์ ZEISS Classic นั้น มาพร้อมกับคุณภาพที่ไม่ธรรมดาในด้านการใช้งาน และเทคนิคทางด้านอุตสาหกรรม มาพร้อมกับฟิกซ์เจอร์ที่แม่นยำสำหรับการโฟกัสและรูรับแสง การออกแบบตัวเลนส์ภายนอกนั้นออกแบบมาให้เป็นโลหะทั้งตัว รวมไปถึงแหวนโฟกัสแบบแมนนวลที่ช่วยให้เราโฟกัสได้อย่างแม่นยำ

เลนส์และเซ็นเซอร์

เลนส์ครอบคลุมเซ็นเซอร์เส้นสแกนสูงสุด 43 มม. (4k ถึง 8k) ​​หรือเซ็นเซอร์พื้นที่ฟูลเฟรมที่มีขนาด 24 x 36 มม. (สูงสุด 42 Mpixel) มีให้เลือกทั้งแบบ F-Mount และ M42x1-Mount (ระยะโฟกัสหน้าแปลน 45.5 มม.) เพื่อความเสถียรที่มากขึ้น ตระกูลเลนส์ประกอบด้วยเลนส์ห้าตัวตั้งแต่ 25 มม. ถึง 85 มม.

https://youtu.be/Eneb6uUTXBY

ตัวเลนส์โลหะ คุณภาพสูง

คุณภาพที่เห็นได้ชัดเจนและความเสถียรทำให้เลนส์ ZEISS ใช้งานได้อย่างยาวนาน งานฝีมือคุณภาพสูงของเมาท์โลหะทั้งหมด ตัวเรือนโลหะ และวงแหวนรูรับแสง

เคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T*

องค์ประกอบด้านการมองเห็นของเลนส์ ZEISS มีการเคลือบป้องกันแสงสะท้อน T* ในทุกพื้นผิว และการออกแบบด้านการมองเห็นที่รับประกันว่าภาพจะมีความแวววาวที่เหนือกว่าตลอดเวลา แม้ในสภาพแสงที่ไม่เอื้ออำนวย เทคนิคการเคลือบครั้งแรกถูกนำมาใช้โดย ZEISS เมื่อนานมาแล้วในช่วงทศวรรษที่ 1930


ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ZEISS


ZEISS การเล่าเรื่องด้วยแสงและเงา

ตั้งแต่ปี 1980 ZEISS ได้ผลิตเลนส์สำหรับช่างภาพเพื่อเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ของช่างภาพ และสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ให้กับผู้คนในทุกวัน ครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยคุณภาพและเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง

เลนส์ ZEISS สำหรับกล้องมิลเลอร์เลส

เลนส์ของ ZEISS นั้นออกแบบมาสำหรับกล้องมิลเลอร์เลส ให้มีขนาดเล็กแต่อักแน่นไปด้วยประสิทธิภาอย่างแท้จริงเลส์ ZEISS เล็กกะทัดรัดและน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับระบบ SLR แบบคลาสสิก: เลนส์ ZEISSสำหรับกล้องระบบมิเรอร์เลสใช้ร่วมกับเซ็นเซอร์ความละเอียดสูงในปัจจุบันสำหรับการถ่ายภาพโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพใด ๆ ให้ประสิทธิภาพที่โดดเด่น

ZEISS Batis Lenses – Full Frame/Autofocus/Sony E-Mount

ZEISS Batis 2.8/18 เลนส์มุมกว้างพิเศษ มุมรับภาพกว้างมากและระบบโฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็ว ผสมผสานกับการป้องกันฝุ่นและละอองน้ำเพื่อการถ่ายภาพที่เชื่อถือได้ในทุกสภาพอากาศ เลนส์ฟูลเฟรมในอุดมคติสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ ดาราศาสตร์ และสถาปัตยกรรม

มุมรับภาพกว้างมากของเลนส์มุมกว้างพิเศษนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพสร้างสรรค์ที่มีมุมมองที่ไม่ธรรมดา คุณภาพของภาพที่ยอดเยี่ยมสม่ำเสมอบริเวณมุมภาพ ทำให้เลนส์นี้สมบูรณ์แบบสำหรับความท้าทายต่างๆ เช่น การถ่ายภาพทิวทัศน์ ดวงดาว และสถาปัตยกรรม

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length18 mm
Aperture rangef/2.8 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,25 m (9.8″) – ∞
Free working distance0,17 m (6.7″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)99° | 90° | 67°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**227 x 340 mm (8.9 x 13.4″)
Image ratio at minimum object distance1 : 9.5
Lens elements | groups11 | 10
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)73 mm (2.9″)

ZEISS Batis 2/25 เลนส์มุมกว้าง ระยะโฟกัสใกล้ที่สั้น ความเร็วสูง โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็ว และมุมรับภาพกว้างสำหรับฟูลเฟรม: เลนส์ระดับมืออาชีพสำหรับมุมมองที่โดดเด่นในทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม การถ่ายภาพแนวสตรีท และการถ่ายภาพวารสารศาสตร์

ระยะโฟกัสที่ใกล้มากของเลนส์มุมกว้าง 25 มม. สนับสนุนการนำมุมมองที่เหนือชั้นมาใช้อย่างสร้างสรรค์ รับประกันคุณภาพของภาพที่สม่ำเสมออย่างยิ่งที่บริเวณมุมของภาพ เลนส์นี้เป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม ฉากท้องถนน และการถ่ายภาพข่าว

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length25 mm
Aperture rangef/2 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,2 m (7.9″) – ∞
Free working distance0,13 m (5.1″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)82° | 72° | 51°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**124 x 187 mm (4.9 x 7.4″)
Image ratio at minimum object distance1:5.2
Lens elements | groups10 | 8
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)70 mm (2.7″)

ZEISS Batis 2/40 CF เลนส์อเนกประสงค์ เลนส์มุมกว้างน้ำหนักเบา ออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว ระยะโฟกัสใกล้สุด: ด้วยทางยาวโฟกัสคงที่ 40 มม. เลนส์นี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานที่มีความยาวโฟกัสมาตรฐาน รวมถึงในสถานการณ์การถ่ายภาพทั่วไปด้วยเลนส์มุมกว้างน้ำหนักเบา เลนส์อเนกประสงค์ที่ให้คุณภาพการถ่ายภาพที่โดดเด่น ทำให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้

ด้วยระยะโฟกัสใกล้สุดเพียง 24 เซนติเมตร (9.4 นิ้ว) เมื่อรวมกับการถ่ายภาพมุมกว้างระดับปานกลาง เลนส์ CloseFocus (CF) จึงดีเยี่ยมสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย เนื่องจากมีความเปรียบต่างระดับไมโครสูงและค่ารูรับแสงเริ่มต้นที่ f/2 ทำให้สามารถถ่ายทอดวัตถุแต่ละชิ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ ZEISS Batis 2/40 CF บนกล้องช่วยให้คุณพร้อมเสมอสำหรับช่วงเวลาสำคัญ ไม่ว่าคุณจะเจออะไรก็ตาม และหากคุณต้องการพกพาเลนส์ติดตัวไปเพียงตัวเดียว เลนส์นี้ก็เลนส์ที่ดีที่สุดสำหรับสายตาช่างภาพผู้ชาญฉลาดของคุณ

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length40 mm
Aperture rangef/2 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0.24 m (0.78 ft) – ∞
Free working distance0.14 m (0.45 ft) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)56° | 47° | 33°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**79 x 117 mm (3.1 x 4.6″)
Image ratio at minimum object distance1 : 3.3
Lens elements | groups9 | 8
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)75.1 mm (2.96″)

ZEISS Batis 1.8/85 เลนส์เทเลโฟโต้ ความเร็วสูง ออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว และระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอล ในช่วงเทเลโฟโต้ที่ง่ายดายสำหรับฟูลเฟรม: คู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพบุคคล กิจกรรม และงานแต่งงาน

ด้วยความเร็ว 1:1.8 ทำให้สามารถใช้ระยะชัดลึกที่ต่ำมากได้อย่างสร้างสรรค์ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออพติคอลช่วยให้ถ่ายภาพแบบถือด้วยมือได้สำเร็จแม้ในสภาพแสงน้อย ด้วยทางยาวโฟกัส 85 มม. เลนส์นี้จึงเป็นคู่หูที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพบุคคล กิจกรรม และงานแต่งงาน

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length85 mm
Aperture rangef/1.8 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,80 m (2.6 ft) – ∞
Free working distance0,71 m (2.3 ft) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)29° | 24° | 16°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**189 x 283 mm (7.4 x 11.1″)
Image ratio at minimum object distance1:7.9
Lens elements | groups11 | 8
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)18 mm (0.72″)

ZEISS Batis 2.8/135 เลนส์เทเลโฟโต้ระยะกลาง ออโต้โฟกัสที่รวดเร็ว, ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคอล ด้วยการแก้ไขความคลาดเคลื่อนสีทั้งหมดอย่างดีเยี่ยม ZEISS Batis 2.8/135 จึงเป็นเลนส์เทเลโฟโต้ประสิทธิภาพสูงพร้อมดีไซน์ Apo Sonnar เลนส์คือโซลูชั่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตระยะกลาง

การแก้ไขขั้นสูงของการออกแบบเลนส์ Apo Sonnar ช่วยให้มั่นใจว่าถ่ายทอดภาพวัตถุของคุณได้สมจริงอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงการสั่นไหว จึงได้รวมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบออปติคัลไว้ในการออกแบบด้วย โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและแม่นยำคือการรับประกันว่าคุณจะได้ภาพที่คมชัด แม้ในสภาพแสงที่ไม่เอื้ออำนวย ระยะชัดลึกที่ตื้นที่รูรับแสงกว้างสุดทำให้สามารถผสมผสานโฟกัสและความเบลอได้อย่างสร้างสรรค์ ช่วยให้คุณดึงความสนใจของผู้ชมไปที่ตัวแบบหลักของภาพถ่ายได้

เลนส์โฟกัสอัตโนมัติ ZEISS Batis ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องเซนเซอร์ฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกจาก Sony ได้รับการปรับให้ทำงานร่วมกับกล้องเพื่อสร้างระบบที่มีขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเบาโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ เลนส์นี้เข้ากันได้อย่างสมบูรณ์กับกล้อง E-mount ทุกรุ่น และไม่เพียงแต่ให้โฟกัสอัตโนมัติที่รวดเร็วและเงียบเท่านั้น แต่ยังป้องกันฝุ่นและสภาพอากาศอีกด้วย สำหรับการถ่ายภาพเชิงสร้างสรรค์ จอแสดงผล OLED ที่เป็นนวัตกรรมใหม่จะแสดงระยะห่างและระยะชัดลึกเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถกำหนดช่วงโฟกัสได้อย่างสมบูรณ์แบบเสมอ ทางยาวโฟกัสคงที่ความเร็วสูงของตระกูล ZEISS Batis ให้ภาพที่ไร้ที่ติด้วยการออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด การเคลือบป้องกันแสงสะท้อน ZEISS T* ระดับตำนาน ผสมผสานกับประสบการณ์มากกว่า 125 ปีในการพัฒนาเลนส์และเทคโนโลยีล่าสุด ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่บันทึกด้วยเลนส์ ZEISS Batis จะให้รูปลักษณ์ ZEISS ที่โดดเด่น

Performance

Focal length135 mm
Aperture rangef/2.8 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,87 m (2.9 ft) – ∞
Free working distance0,74 m (2.4 ft) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)18° | 15° | 10°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**125 x 185 mm (4.9 x 7.3″)
Image ratio at minimum object distance1:5.3
Lens elements | groups14 | 11
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)6,9 mm (0.27″)

ZEISS Loxia Lenses – Full Fram / Manual Focus / Sony E-Mount

ZEISS Loxia 2.8/21 กะทัดรัด มุมกว้าง และทรงพลัง นี่คือคุณสมบัติที่ทำให้ Loxia 2.8/21 มุมกว้างพิเศษเป็นพิเศษ การออกแบบออปติคัลได้รับการพัฒนามาเป็นพิเศษสำหรับเซนเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียดสูงของซีรีส์ Sony α แบบไร้กระจก การขยายระบบผ่าน ZEISS Loxia ใหม่ – ในช่วงทางยาวโฟกัสที่มีมายาวนานที่ ZEISS

แม้จะมีขนาดกะทัดรัด แต่ ZEISS Loxia® 2.8/21 มุมกว้างพิเศษก็มอบประสิทธิภาพของภาพที่โดดเด่น ทั่วทั้งขอบเขตภาพทั้งหมดของเซนเซอร์ฟูลเฟรม ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรม ทิวทัศน์ หรือวัตถุสามมิติในระยะใกล้โดยมีพื้นหลังที่กว้างขวาง ทางยาวโฟกัสพร้อมมุมภาพขนาดใหญ่นี้เป็นส่วนเสริมที่ยอดเยี่ยมของกลุ่มเลนส์ Loxia เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับแฟน ๆ มุมกว้างที่ต้องการบันทึกแม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของช่วงเวลาพิเศษในภาพถ่ายหรือบนแผ่นฟิล์ม

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกล้อง Sony α7 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบมิเรอร์เลสฟูลเฟรม ขณะเดียวกันก็มอบความเป็นไปได้ที่สร้างสรรค์ของการถ่ายภาพ ‘คลาสสิก’ พร้อมโฟกัสแบบแมนนวลในเวลาเดียวกัน

และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด: เลนส์ ZEISS Loxia ยังมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง เช่น คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อการปรับรูรับแสงที่ราบรื่น เป็นต้น

Performance

Focal length21 mm
Aperture rangef/2.8 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,25 m (9.84″) – ∞
Free working distance0,16 m (6.30″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)91° | 81° | 59°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**281 x 187 mm (11.06 x 7.36″)
Image ratio at minimum object distance1 : 7.81
Lens elements | groups11 | 9
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)67 mm (2.63″)

ZEISS Loxia 2.4/25 การตั้งค่าที่มีมนต์ขลัง ทรงพลัง มุมกว้าง และเล็กกะทัดรัด – นี่เป็นเพียงคุณสมบัติบางอย่างของ ZEISS Loxia® 2.4/25 การออกแบบออพติคอล Distagon® ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับเซนเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียดสูงจากกล้องมิเรอร์เลส α ซีรีส์ของ Sony ซึ่งจะช่วยขยาย ZEISS Loxia 2.4/25 ในด้านต่างๆ มากมาย

แม้จะมีการออกแบบที่กะทัดรัด แต่เลนส์ ZEISS Loxia 2.4/25 มุมกว้างอเนกประสงค์ก็มอบประสิทธิภาพของภาพที่โดดเด่นทั่วทั้งขอบเขตภาพทั้งหมดของเซนเซอร์ฟูลเฟรม ไม่ว่าจะเป็นภาพทิวทัศน์ ภาพสถาปัตยกรรม หรือวัตถุในระยะใกล้โดยมีพื้นหลังกว้าง ทางยาวโฟกัสพร้อมมุมภาพขนาดใหญ่นี้เป็นส่วนเสริมที่ยอดเยี่ยมของกลุ่มเลนส์ ZEISS Loxia และเป็นเลนส์ใหม่ที่เป็นสากลสำหรับแฟนๆ เลนส์มุมกว้างที่ต้องการ บันทึกแม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในภาพถ่ายหรือวิดีโอ

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษสำหรับกล้องฟูลเฟรมมิเรอร์เลสจากซีรีส์ Sony α มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับพวกเขา? คุณจะเพลิดเพลินไปกับคุณประโยชน์ที่ผสมผสานกันระหว่างกล้องระบบมิเรอร์เลสระดับแนวหน้าและความเป็นไปได้ที่สร้างสรรค์ของการถ่ายภาพแบบแมนนวลโฟกัส “แบบดั้งเดิม”

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด เลนส์ ZEISS Loxia มอบทุกสิ่งที่คุณต้องการสำหรับการบันทึกวิดีโอคุณภาพสูง คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์สำหรับการปรับรูรับแสงอย่างต่อเนื่องเป็นเพียงตัวอย่างที่ดีเยี่ยมอย่างหนึ่ง

Performance

Focal length25 mm
Aperture rangef/2.4 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,25 m (9.84″) – ∞
Free working distance0,16 m (6.42″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)81° | 71° | 50°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**231 x 154 mm (9.10 x 6.07″)
Image ratio at minimum object distance1 : 6.4
Lens elements | groups10 | 8
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)65 mm (2.54″)

ZEISS Loxia 2/35 ความเป็นไปได้เชิงสร้างสรรค์ของการโฟกัสแบบแมนนวลทำให้ ZEISS Loxia 2/35 เป็นนักเล่าเรื่องที่สมบูรณ์แบบ

ZEISS Loxia® 2/35 ให้ขอบเขตการมองเห็นที่ขยายกว้างขึ้น ทำให้เป็นตัวเลือกแรกในการแสดงวัตถุในสภาพแวดล้อมหรือสร้างการเชื่อมโยงระหว่างผู้คน เช่นเดียวกับในรายงานข่าวหรือภาพถ่ายแนวสตรีท เป็นต้น นั่นคือสิ่งที่ทำให้เลนส์นี้กลายเป็นทางยาวโฟกัสที่สำคัญที่สุดสำหรับประเภทในกล้องคอมแพค 35 มม. ในขณะเดียวกัน ขนาดและน้ำหนักที่เล็กของระบบกล้องนี้ทำให้มีความเป็นอิสระและดุลยพินิจอย่างมากในการถ่ายภาพตัวแบบของคุณ และการโฟกัสแบบแมนนวลที่แม่นยำช่วยให้คุณมีความเป็นไปได้เชิงสร้างสรรค์ทั้งหมดที่คุณต้องการในการบอกเล่าเรื่องราวด้วยวิธีส่วนตัวของคุณเอง

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกล้อง Sony α7 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบมิเรอร์เลสฟูลเฟรม ขณะเดียวกันก็มอบความเป็นไปได้ที่สร้างสรรค์ของการถ่ายภาพ ‘คลาสสิก’ พร้อมโฟกัสแบบแมนนวลในเวลาเดียวกัน

และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด: เลนส์ ZEISS Loxia ยังมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง เช่น คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อการปรับรูรับแสงที่ราบรื่น เป็นต้น

Performance

Focal length35 mm
Aperture rangef/2.0 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,30 m (11.81″) – ∞
Free working distance0,23 m (9.06″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)63° | 54° | 38°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**210 x 139 mm (8.28 x 5.49″)
Image ratio at minimum object distance1 : 5.8
Lens elements | groups9 | 6
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)52 mm (2.03″)

ZEISS Loxia 2/50 เลนส์มาตรฐานขนาดกะทัดรัดสำหรับกล้องฟูลเฟรม Sony α7 สัมผัสประสบการณ์การโฟกัสแบบแมนนวลที่แม่นยำเป็นพิเศษ มอบอิสระในการสร้างสรรค์ที่เหนือชั้นเพียงปลายนิ้วสัมผัส

เลนส์ 50 มม. คือเลนส์ตัวโปรดของช่างภาพระดับตำนานอย่าง Cartier Bresson เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ทางยาวโฟกัสนี้ให้ขอบเขตการมองเห็นที่เทียบเท่ากับดวงตาของมนุษย์ในกล้อง 35 มม. ซึ่งทำให้ได้มุมมองที่เป็นธรรมชาติมาก ZEISS Loxia® 2/50 มีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา และมีความยืดหยุ่นสูง โดดเด่นในการใช้งานที่หลากหลายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพแนวสตรีท ทิวทัศน์ ภาพบุคคล หรือการค้นพบที่เกิดขึ้นเองก็ตาม ZEISS Loxia 2/50 คือคู่หูในอุดมคติสำหรับการสำรวจภาพถ่ายและภาพยนตร์

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกล้อง Sony α7 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกเงา ขณะเดียวกันก็มอบความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ของการถ่ายภาพ “คลาสสิก” พร้อมโฟกัสแบบแมนนวลไปพร้อมๆ กัน

และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด: เลนส์ ZEISS Loxia ยังมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง เช่น คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อการปรับรูรับแสงที่ราบรื่น

Performance

Focal length50 mm
Aperture rangef/2.0 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,45 m (17.72″) – ∞
Free working distance0,37 m (14.57″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)47° | 39° | 27°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**255 x 168 mm (10.04 x 6.63″)
Image ratio at minimum object distance1 : 6.9
Lens elements | groups6 | 4
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)49 mm (1.91″)

ZEISS Loxia 2.4/85 พกพาสะดวก ไม่เด่นสะดุดตา ทรงพลัง – เหมาะสมในการอธิบายเลนส์เทเลโฟโต้ ZEISS Loxia 2.4/85 การออกแบบออพติคอลที่ปรับปรุงใหม่ทั้งหมดได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษโดยใช้ชิ้นเลนส์เจ็ดชิ้นสำหรับเซนเซอร์ฟูลเฟรมความละเอียดสูงของซีรีส์ Sony α แบบไร้กระจก Loxia 2.4/85 ช่วยเสริมทางยาวโฟกัสของกลุ่มผลิตภัณฑ์ ZEISS Loxia ในส่วนของเลนส์เทเลโฟโต้ระยะสั้น

แม้จะมีขนาดกะทัดรัดเท่ากับ ZEISS Loxia® 2.4/85 ขนาดพกพาสะดวก แต่เลนส์เทเลโฟโต้ระดับปานกลางก็ให้ประสิทธิภาพของภาพที่โดดเด่น ทั่วทั้งขอบเขตภาพของเซนเซอร์ฟูลเฟรม ไม่ว่าจะเป็นภาพบุคคล ถนน หรือทิวทัศน์ เลนส์ที่ไม่โดดเด่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการช่วยให้คุณเชี่ยวชาญด้านการถ่ายภาพเหล่านี้

เลนส์ ZEISS Loxia ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับกล้อง Sony α7 ซึ่งหมายความว่าพวกเขาสามารถใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบฟูลเฟรมแบบไม่มีกระจกเงา ขณะเดียวกันก็มอบความเป็นไปได้ในการสร้างสรรค์ของการถ่ายภาพ “คลาสสิก” พร้อมโฟกัสแบบแมนนวลไปพร้อมๆ กัน

และนั่นไม่ใช่ทั้งหมด: เลนส์ ZEISS Loxia ยังมีทุกสิ่งที่คุณต้องการในการถ่ายวิดีโอคุณภาพสูง เช่น คุณสมบัติ DeClick อันเป็นเอกลักษณ์เพื่อการปรับรูรับแสงที่ราบรื่น

Performance

Focal length85 mm
Aperture rangef/2.4 – f/22
Camera MountSony E-Mount*
Format compatibilityFull Frame
Focusing range0,80 m (31.49″) – ∞
Free working distance0,69 m (26.97″) – ∞
Angular field** (diag. horiz. vert.)29° | 24° | 16°
Diameter of image field43 mm (1.69″)
Coverage at close range (MOD)**258 x 173 mm (10.15 x 6.80″)
Image ratio at minimum object distance1 : 7.2
Lens elements | groups7 | 7
Flange focal distance18 mm (0.71″)
Entrance pupil position (front of image plane)59 mm (2.31″)

และนี้ก็คือเลนส์บางส่วนจากทาง ZEISS ที่เรียกได้ว่าเป็นไอเทมพิเศษ และอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ สำหรับช่างภาพหลาย ๆ คนที่ต้องการเลนส์กล้อง สำหรับการถ่ายงานต่าง ๆ เพื่อให้ออกมาดูดีและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และหากพูดถึงตัวเลนส์นั้นต้องบอกเลยว่าทาง ZEISS นั้นออกแบบตัวเลนส์เองรอบรับกับตัวกล้องหลาย ๆ รุ่นยิ่งทำให้ช่างภาพมีความหลากหลายในการเลือกใช้เลนส์ให้เหมาะสมกับงาน

ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ZEISS

5 อันดับ กล้องฟิล์ม ยอดนิยมปี 2024 Fujifilm

เรียกได้ว่าปี 2024 นั้นเป็นปีที่อะไรหลาย ๆ อย่างนั้นเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเทคโนโลยีทางการแพทย์ เทคโนโลยีในยานยนต์ หรือแม้กระทั้ง เทคโนโลยีในตัวกล้อง และความสามารถของ AI มากมาย ที่เข้ามาในปี 2024 มีความพัฒนาไปอย่างรวดเร็วเข้ามามีส่วนรวมในการทำงานในหลาย ๆ ด้าน แต่เชื่อว่าช่างภาพหลายต่อหลายคน ก็ยังชอบความรู้สึกและความเป็นเรโทร ของกล้องฟิล์มอยู่ไม่น้อย

วันนี้เราจะมาพูดถึง 5 อันดับกล้องฟิล์ม ที่ยังน่าจับตามองและน่าใช้อยู่ในปี 2024 กันว่าจะมีรุ่นไหนที่น่าสนใจ และน่าจับของเป็นเจ้าของบ้างเราไปดูพร้อมกันเลยดีกว่า

อับดับที่ 5 Fujifilm Mini LiPlay Instant Camera

Fujifilm Mini LiPlay Instant Camera ถือเป็นกล้องที่น่าใช้มากจริงเพราะด้วยขนาดที่เล็ก นำหนักเบา และยังง่ายต่อการพกพาไปในที่ต่าง ๆ เพื่อเก็บภาพความทรงจำและเรื่องราว โดย Fujifilm Mini LiPlay Instant Camera จะใช้ฟิล์มประเภท : Instax Mini ขนาดของภาพที่ได้นั้นจะอยู่ที่ 1.8 × 2.4 นิ้ว ไม่นับรวมขอบ ใส่ฟิล์มไม่สูงสุด 10 ภาพ และยังสามารถใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนเผื่อช่วยในการสั่งปริ้นภาพได้อีกด้วย และเรื่องของแบตนั้นสามารถใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุดอยุ่ที่ 100 ภาพ Fujifilm Mini LiPlay Instant Camera นั้นมาพร้อมกับสีที่มีให้เลือกซื้อถึง 6 สี คือ STONE WHITE, BLUSH GOLD, DARK GRAY, GREEN, BRONZE และสีสุดท้าย ELEGANT BLACK

GREEN
BRONZE

อันดับที่ 4 FUJIFILM INSTAX MINI 12 INSTANT CAMERA

FUJIFILM INSTAX MINI 12 INSTANT CAMERA อีกหนึ่งรุ่นจากทาง Fujiflim เช่นเคยและต้องบอกเลยว่าปล่อยกล้องมาแต่ละรุ่นไม่เคยทำให้แฟน ๆ ผิดหวังจริง ๆ  ดีไซน์ทรงบับเบิ้ล สีสันสุดน่ารัก มาพร้อมฟังก์ชันให้ภาพสว่างด้วยระบบปรับแสงอัตโนมัติให้คุณถ่ายรูปสว่างไม่ว่าสถานการณ์ไหน และถ่ายระยะใกล้ที่ 30-50 ซม ได้สมบูรณ์แบบ ประเภทฟิล์มที่ใช้นั้นจะเป็น : Instax Mini ขนาดของรูปภาพที่ได้จะอยู่ที่ 62 มม. x 46 มม. สีนั้นจะมีให้เราได้เลือกใช้กันทั้งหมด 5 สีด้วยกันประกอบด้วย LILAC PURPLE, BLOSSOM PINK, MINT GREEN, CLAY WHITE และ PASTEL BLUE

อันดับที่ 3 Fujifilm Instax Mini 40 Instant Camera

มาถึงอันดับที่ 3 กันแล้วก็ยังคงต้องพูดถึง Fujiflim อีกเช่นเคย เพราะด้วยคุณภาพและราคานั้น ไม่ได้แพงจนไม่สามารถหามาจับจองเป็นเจ้าของได้ และนี้คือ Fujifilm Instax Mini 40 Instant Camera ด้วยรูปลักษณ์ ที่มีความเรโทร ย้อนวันวานของตัวกล้องเองนั้นยิ่งทำให้เราอินกับความรู้สึกเก่า ๆ กับการถ่ายกล้องฟิล์มที่คุ้นเคย ที่มาพร้อมกับฟิล์ม : instax mini film กับขนาดภาพ 62 มม. × 46 มม ถ้าให้พูดถึงตัวกล้องก็ต้องบอกเลยว่าพกพาง่าย ยกขึ้นมาถ่ายก็ยิ่งทำให้ดูเท่ ย้อนวันวานได้เป็นอย่างดี

อันดับที่ 2 Fujifilm Instax Square SQ1 Instant Camera

Fujifilm Instax Square SQ1 Instant Camera กล้องอินสแตนท์ในรูปแบบฟิล์ม Square (1:1) ใช้งานง่าย น่ารักมินิมอล จะกลางแจ้งหรือในร่มก็ถ่ายสวยด้วยระบบปรับแสงอัตโนมัติ พร้อมถ่ายโหมดเซลฟี่ง่ายๆเพียงแค่หมุนเลนส์ก็ถ่ายเซลฟี่ได้เลย มาพร้อมกับฟิล์มอินสแตนท์ FUIFILM “Instax SQUARE” ขนาดภาพ 62 x 62 มม. มีให้ลือก 3 สี Terracotta Orange, Glacier Blue และ Chalk White

อันดับที่ 1 Fujifilm Instax Wide 300 Instant Camera

Fujifilm Instax Wide 300 Instant Camera กล้องอินสแตท์ขนาดฟิล์ม wide จุใจกับภาพฟิล์มขนาดใหญ่กว่าเดิมถึง 2 เท่า (เมื่อเทียบกับขนาด mini) ถ่ายสวยไม่ว่าจะกลางแจ้งหรือในร่มด้วยระบบปรับแสงอัตโนมัติ มาพร้อมโหมด close-up ให้คุณถ่ายรูประยะใกล้ได้ชัดขึ้น มาพร้อมกับฟิล์ม อินสแดนท์ FUJIFILM “Instax WIDE” ขนาดภาพใหญ่จุใจ มาพร้อมสีของตัวกล้อง 2 สี ให้เรานั้นได้เลือกอย่าง Toffee และ Black

และนี้ก็คือ 5 อันดับกล้องฟิล์ม ยอดนิยมในปี 2024 ที่มีการพูดถึงกันเป็นวงกว้าง และน่าจับจองเป็นเจ้าของ สายกล้องฟิล์มไม่ควรพลาด!!

ติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

สิ้นค้าอื่น ๆ จาก : FUJIFILM

Sony ZV-E10 II ตอกย้ำความเจ๋ง ยัดของดีมาครบ!!

Sony ZV-E10 II ตอกย้ำความเจ๋ง ยัดของดีมาครบ!!

Sony กลับมาทวงบัลลังก์ในตลาดกล้องเปลี่ยนเลนส์บนเซ็นเซอร์ APS-C อีกครั้ง!! หลังจากที่ตัวแรกอย่าง Sony ZV-E10 ขายกันอย่างถล่มทลายที่ถูกปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2021 และในปีนี้ก็คือการกลับมาอีกครั้งของ ZV-E10 II ซึ่งมาพร้อมกับตัวเลนส์ใหม่ของทาง Sony อีกด้วย

ZV-E10 II ทวงบัลลังก์!?

ย้อนกลับไปพูดถึงตัวกล้องอย่าง ZV-E10 ที่ทำไมถึงขายดีมาโดยตลอด ก็คงที่ไม่พ้นเรื่องของการถ่าย Vlog และการ Live ซึ่งเน้นการถ่ายวีดีโอเป็นหลัก และฟังค์ชั่นของตัววีดีโอนั้นเยอะมาก ๆ เรื่องของการถ่ายภาพนิ่งนั้นก็ยังสามารถทำได้ดีแต่ไม่เทียบเท่ากับการถ่ายในส่วนของวีดีโอ ซึ่งตัวแรกที่ออกมานั้นเป็นกล้องเซ็นเซอร์ APS-C เปลี่ยนเลนส์ได้ ในราคาที่ไม่ถึงสามหมื่น และสำหรับใครที่กำลังมองหากล้องและมีงบที่ไม่ถึงสามหมื่น อยากได้กล้องเปลี่ยนเลนส์ อยากได้เซ็นเซอร์ APS-C เอาไปไลฟ์สด ZV-E10 ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

ZV-E10 II ปรับปรุงส่วนไหนบ้าง

มาต่อกันที่ Sony ZV-E10 II ที่ครั้งที่มีการปรับปรุงเยอะมาก ๆ ที่เอาความสามารถของกล้องรุ่นพี่อย่าง Sony a6700 มายัดลงในนี้ด้วยร่วมไปถึง ZV-E1 มากันที่ตัวของเซ็นเซอร์ ที่ให้มาถึง 26 ล้านพิกเซล ตัวนี้เป็นเซ็นเซอร์ตัวเดียวกับของ Sony a6700 ในเรื่องของตัวบอดี้นั้นหากมองผ่านก็มีความคล้ายกับ ZV-E1 ในเรื่องของการวางปุ่มต่าง ๆ แต่ที่น่าสนใจคือกริปที่ทำมาค่อนข้างลึก ใหญ่และทำให้ถือถนัดมือมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ไม่เพียงแต่เรื่องของความถนัดในการถือใช้งานเท่านั้น เมื่อมีความใหญ่มากขึ้นก็ทำให้สามารถเพิ่มยัดแบตยอดนิยมอย่าง NP-FZ100 ลงไปได้เชื่อว่าหลาย ๆ คนต้องรอสิ่งนี้อย่างแน่นอน เพราะการหน้านี้ในเรื่องของการใช้งานไม่ว่าจะเป็นการถ่ายวีดีโอ ในตัวของ ZV-E10 หรือ ZV-E1 ก็มักจะเจอกับปัญหาที่แบตหมดไว ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง แต่มาครั้งนี้ในส่วนของแบต NP-FZ100 ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการถ่าย Vlog หรือการทำ Live Stream ต่าง ๆ

ZV-E10 II มาพร้อมเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ก้าวล้ำที่สุดของ Sony ในเซนเซอร์ภาพ Exmor R CMOS เรืองแสงด้านหลังแบบ APS-C ที่มีความละเอียดประมาณ 26.0 เมกะพิกเซล
ระบบประมวลผลภาพ BIONZ XR ล่าสุดมอบรายละเอียดและความคมชัดที่เหนือชั้นพร้อมช่วง ISO มาตรฐานที่ขยายได้ตั้งแต่ 100 ถึง 32000 ด้วยการอ่านข้อมูลความเร็วสูง การสุ่มตัวอย่างเกิน 5.6K จะบีบอัดข้อมูลจำนวนมหาศาลให้เป็นฟุตเทจ 4K 60p อันน่าทึ่ง (QFHD: 3840 x 2160)

ZV-E10 II กับ EVF ที่หายไป

ในส่วนของกล้อง ZV-E10 และ ZV-E10 II จะไม่มี EVF หรือช่องมองภาพเลย ซึ่งในซีรีย์นี้ก็ตงเรียกได้ว่าเป็นไอเทมสายประหยัด ที่ยัดของดีมาแบบครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเซ็นเซอร์ APS-C และยังสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้ ในราคา สองหมื่นกว่า ถึงสามหมื่น ถือว่าเป็นไอเทมที่ประหยัดมาก ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่การลดค่าใช้ใช้จ่ายแต่ยังทำให้เห็นว่ากล้องตัวนี้นั้นถูกออกมาเพื่อการถ่ายวีดีโอเป็นหลัก เน้นการดูวีดีโอผ่ายจอหลังเป็นหลัก ซึ่งทำให้น้ำหนักเบาลง ราคาถูกลง แต่ยังอัดแน่นคุณภาพเช่นเคย

มาต่อกันที่เรื่องของจอด้านหลังกันบ้าง ที่มาพร้อมกับระบบทัชแบบฟลูทัช ซึ่งตัวแรกก็สามารถทัชได้เช่นกันแต่จะไม่ได้เป็นการทำงานทำงานแบบฟลูทัช เพราะจะสามารทัชได้แค่โฟกัสเท่านั้น แต่เมื่อเข้าสู่หน้าเมนูจะไม่สามารถทัชได้ แต่ในเรื่องของตัว ZV-E10 II จอแสดงผลด้านหลังนั้นเป็นแบบฟลูทัช ทำให้สามารถทำงานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นในเรื่องของของการเลือกจุดโฟกัสหรือการตั้งค่าต่าง ๆ ซึ่งที่น่าสนใจก็คือในเรื่องของ vertical format support menu ที่ทำให้เรานั้นใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้นที่ขณะที่เรานั้นต้องการถ่ายวีดีโอเป็นแนวตั้ง

รองรับรูปแบบแนวตั้ง

เค้าโครงของข้อมูลการถ่ายที่แสดงบนจอแสดงผลจะสลับโดยอัตโนมัติเพื่อให้ตรงกับการจัดวางในแนวนอนหรือแนวตั้ง ซึ่งจะตอบโจทย์ความต้องการของคุณในทุกสถานการณ์ได้อย่างราบรื่น ถ่ายภาพสำหรับสื่อสังคมทุกรูปแบบข้อมูลได้อย่างง่ายดาย

เรื่องต่อไปของ Sony ZV-E10 II นั้นไม่มีเรื่องส่วนของแมคคานิคชัตเตอร์ แล้วซึ่งตัวนี้จะเป็นอิเล็กโทรนิคชัตเตอร์ แบบ หนึ่งร้อยเปอร์เซ็น ทำให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่ากล้องตัวนี้ออกแบบมาเพื่องานวีดีโออย่างแน่นอน แต่เรื่องของการโฟกัสนั้นต้องบอกเลยว่าตัวนี้จะไม่มี AI Chip และยังไม่มีกันสั่นด้วยบอดี้ที่ค่อนข้างบาง และเล็กการที่จะใส่ตัวกันสั่นเข้าไปนั้นคงเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะทำให้ตัวกล้องใหญ่ขึ้น หนักขึ้น และราคาที่มากขึ้น แต่ก็ยังมีกันสั้นที่เป็นตัวอิเล็กโทรนิคอยู่ ซึ่งจะช่วยกันสั่นได้ประมาณหนึ่ง หากใครที่ต้องการถ่ายในรูปแบบ Vlog ที่ต้องมีการเดินถ่าย ตัวกล้องเองก็ยังมีโหมด Active Mode มาให้อยู่

ว่าด้วยเรื่องของวีดีโอ

มาต่อกันในเรื่องของตัววีดีโอ ในส่วนของ ZV-E10 II ก็ยังมีมาให้เหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Product Showcase Set ซึ่งต้องบอกเลยว่า Sony นั้นทำได้ดีอยู่แล้วในเรื่องนี้ วีดีมามาพร้อมกับการถ่ายในระดับ 4K 60p/50* และยังมีในส่วนของ Log3 และการถ่ายแบบ 10bit 4:2:2 เพื่อใช้ในการเกรดดิ่งสีของวีดีโอ ในส่วนของ FHD จะได้แค่ 1080/120p ก็คงทำให้ใครหลาย ๆ ที่หวังว่าจะไปได้ถึง 1080/240p ต้องผิดหวังไปตาม ๆ กัน แต่หากพูดถึงข้อดีต่าง ๆ และราคาไม่อยู่ในเรทสองหมื่นกว่าถึงสามหมื่น นั้นก็เรียกได้คุ้มมาก ๆ

ZV-E10 II
ZV-E10 II รองรับรูปแบบการบันทึกที่หลากหลาย รวมถึงวิดีโอ 10 บิต 4:2:2 และการบีบอัด All-Intra ที่ความละเอียดสูงสุด 4K 60p คุณนำเข้าเมทาดาตาได้เพื่อช่วยให้ขั้นตอนหลังการถ่ายทำมีประสิทธิภาพในซอฟต์แวร์ เช่น Catalyst Browse, Catalyst Prepare / Plugin และ Master Cut
ZV-E10 II
S-Log3 เพื่อช่วงไดนามิกที่กว้างเป็นพิเศษ
ช่วงไดนามิกที่กว้างของการบันทึก S-Log3 สามารถดึงศักยภาพสูงสุดให้ปรากฏในฟุตเทจที่ถ่ายได้ ช่วยให้มีความยืดหยุ่นในการประมวลผลหลังการถ่ายทำอันทรงพลังเพื่อให้ได้ภาพระดับภาพยนตร์ที่งดงามอย่างแท้จริง

การตั้งค่า Vlog ภาพยนตร์ มอบวิธีที่ใช้งานง่ายในการสร้างฟุตเทจ Vlog ภาพยนตร์โดยไม่ต้องปรับกับการตั้งค่ากล้องที่ซับซ้อน ใช้ประโยชน์จาก “ลุคต่างๆ” เช่น S-Cinetone™ ที่ช่วยปรับปรุงโทนสีผิว หรือ “อารมณ์ต่างๆ” ที่ช่วยเน้นสีบางสีเพื่อสร้างฟุตเทจ Vlog ภาพยนตร์ที่เข้ากับฉากและวิสัยทัศน์ของคุณ

ในเรื่องของสีวีดีโอนั้น Creative Look ก็มีมาให้ S Cinetone ร่วมไปการนำ LUT มาให้ด้วย และยังต้องบอกเลยว่า Creative Look และ S Cinetone ของทาง Sony นั้นทำได้ดีมาก ๆ และข้อดีอีกอย่างคือเรื่องของ LUT ที่เราสามารถเพิ่มเข้าไปในตัวกล้องได้ด้วย และสิ่งที่ทำให้เด่นชัดมาก ๆ ในเรื่องของการถ่ายวีดีโอนั้น ก็ต้องมาพูดถึงเรื่องของระบบไมค์ที่นำเอาระบบไมค์ของตัว ZV-E1 มาใช้ ทำให้เรานั้นสามารถเลือกแฟตฟอร์มของไมค์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเสียงแบบรอบด้าน หรือเลือกเสียงเฉพาะด้านหนัา หรือสุดท้ายการเลือกเสียงเฉพาะด้านหลัง

ZV-E10 II

ไมโครโฟน 3 แคปซูลขั้นสูงมอบประสิทธิภาพการตรวจจับเสียงและการลดเสียงรบกวนที่ยอดเยี่ยม ทำให้บันทึกเสียงคุณภาพสูงที่คมชัดได้ง่ายกว่าที่เคย เลือกอัตโนมัติหรือเลือกจากการตั้งค่าด้านหน้า ด้านหลัง หรือรอบทิศทางเพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อมในการบันทึกที่หลากหลาย

สรุปจบเรียกได้ว่า Sony ZV-E10 II นั้นยัดของดีมาแบบครบเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นของดีต่าง ๆ ของกล้องรุ่นพี่หลาย ๆ รุ่นที่มาใส่ไว้ รวมไปถึงการอัปเกรดตัวแบตให้สามารถใช้งานได้ดียิ่งขึ้น ตัวเลนส์ที่มากับกล้อง และตัวกล้องก้มีน้ำหนักที่เบา ทำให้สามารถถือใช้งานได้มากยิ่งขึ้น หากใครที่สนใจ Sony ZV-E10 II ก็มาสามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE 

สินค้าพรีออเดอร์ ZV-e10 II (Black) คลิ๊ก!! ZV-e10 II (White) คลิ๊ก!!

DJI SDR Transmission ตัวเล็กเสปคโหด!!

DJI SDR Transmission ตัวเล็กเสปคโหด!! -ภาพเสียงคมชัด -ส่งไกล 3 กม.-Reciever ไม่จำกัด

หากให้เรานั้นพูดถึงตัวรับส่งสัญญาณภาพที่ดี มีคุณภาพ เชื่อถือได้ ก็คงหนีไม่พ้นไอเทมสุดเจ๋งจากทาง DJI ที่ล่าสุดนำไอเทมอีกชิ้นที่น่าสนใจมากฝากเราอย่าง DJI SDR Transmission อุปกรณ์ส่งสัญญาณภาพไร้สาย Hybrid SDR+Wifi ที่มาการันตรีความเสถียรของการส่งสัญญาณภาพและเสียง และยังมาสามารถส่งได้ไกลถึง 3 กิโลเมตร และที่เจ๋งคือสามารถเชื่อมต่อกับ Reciever แบบไม่จำกัด เรียกได้ว่าเป็นการปลดล็อคการทำงานให้กับกองอีเว้นท์หรือทีมงานที่ต้องมอนิเตอร์งานหลาย ๆ คนได้ในเวลาเดียวกัน

มาต่อกันที่ด้านของการออกแบบ DJI SDR Transmission การดีไซน์ถูกออกแบบให้มีลักษณะเล็ก พกพาง่าย และน้ำหนักที่เบาเพียง 145 กรัม ทั้งด้าานของตัวรับและตัวส่งสัญญาณ และยังมาพร้อมกับการผสมผสานการทำงานของเทคโนโลยีระบบส่งสัญญาณในรูปแบบ SDR และ Wifi 2.4GHz , 5.8GHz ร่วมกันและ ยังรองรับย่านความถี่ DFS สามารถสลับย่านความถี่ของสัญญาณด้วยตัวเองได้ผ่าน DJI Ronin App

DJI SDR Transmission ยังมาพร้อมกับเรื่องของการส่งสัญญาณภาพและเสียง ได้ไกลถึง 3 กิโลเมตร ในพื้นที่เปิดโล่ง ในส่วนของ Control Mode นั้นหากเป็นการส่งสัญญาณผ่าน Wifi นั้นจะได้ถึง 200 เมตร ความโดดเด่นคือ DJI SDR Transmission นั้นสามารถส่งสัญญาณภาพ และเสียงได้ถึงระดับ FHD 1080p/60fps และบิตเรทยังสูงถึง 20Mbps

หากถามว่าการส่งสัญญาณภาพและเสียงในความละเอียดสูงขนาดนั้นจะเกิดการดีเลย์หรือไม่ ต้องบอกเลยว่าความหน่วงในการส่งสัญญาณนั้นมีเพียง 80 วินาทีเท่านั้น!! เรียกได้ว่าน้อยมาก ๆ รองรับการส่งข้อมูล Metadata Transmission (Meta SDI) จากกล้อง Cinema : ARRI / RED ผ่านสาย SDI และ QTake ผ่านเครื่องรับสัญญาณได้แบบ Realtime ช่วยให้การทำงานดูข้อมูลได้สะดวกขึ้น

มาต่อกันที่ ฟีเจอร์อย่าง Voice call แบบ 1 ต่อ 1 เอาไว้สื่อสารระหว่างตัวส่งกับตัวรับได้แบบ Realtime รองรับการเชื่อมต่อการส่งสัญญาณแบบคู่ 3 SDR signals และ 2 Wifi signals พร้อมกัน และรองรับการควบคุม PTP ผ่านกล้อง รองรับการควบคุม CEC สำหรับกล้อง Sony ในโหมด Mirror Control

ตัวรับ (Reciever) สามารถ output ไปให้ Monitor ผ่าน SDI หรือ HDMI ได้ และ สามารถเชื่อมต่อกับ มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ ผ่านสาย USB-C เส้นเดียวได้ เพื่อเพิ่มความเสถียรในการรับสัญญาณ ตัวส่ง (Transmitter) สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ได้โดยตรง ผ่านสัญญาณ Wifi กับ มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ได้ และ สามารถเชื่อมต่อแบบ Dual channel monitoring ได้โดยไม่ต้องมีตัวรับ (Reciever)

และที่สำคัญ รองรับการทำงานร่วมกับ DJI Ronin App เวอร์ชั่นใหม่ ทำให้สามารถใช้ฟีเจอร์ใหม่ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ อาทิ Camera Index Switching , Local Recording and Playback , Multiple Monitoring Option (LUT, peaking, waveform, and false color) , Channel Setting ฯลฯ และสุดท้ายแต่ยังไม่ท้ายสุดรองรับการใช้งานร่วมกับ DJI RS 3 Pro , DJI RS 4 Pro , DJI RS 4 ขึ้นไป

เมื่อการนำ 2 ระบบส่งสัญญาณ SDR + Wifi Video Transmission มารวมกันนั้น ก็ยิ่งทำให้เกิดความเสถียรมากยิ่งขึ้น ส่งสัญญาณได้ไกลมากยิ่งขึ้น สัญญาณสามารถทะลุทะลวงผ่านสิ่งกีดขวางได้ดีขึ้น

การส่งสัญญาณด้วย SDR นั้นมีจุดเด่นก็คือเรื่องงานการส่งสัญญาณได้เสถียรมากยิ่งขึ้น ดีเลย์น้อย ผสานกับการทำงานของการส่งสัญญาณแบบ Wifi จึงทำให้ DJI SDR Transmission ส่งสัญญาณได้ไกลถึง 3 กิโลเมตร / 10,000 ฟุต ในพื้นที่เปิดโล่ง และ ยังส่งได้ไกล

DJI SDR Transmission  มาพร้อมกับการส่งสัญญาณภาพที่ให้ความละเอียดมากถึง 1080p 60fps หากใช้ในด้านของงานสตรีมมิ่งนั้น จะให้การส่งสัญญาณภาพความละเอียดถึง 20Mbps ทำให้ภาพลื่นไหล คมชัด

อุปกรณ์จะสลับสัญญาณให้เอง ไม่ว่าจะใช้เป็นสัญญาณ 2.4GHz , 5.8 GHz และ DFS Frequency Bands เพื่อให้ได้ย่านความถี่ที่เสถียรต่อการส่งสัญญาณ
DJI SDR Transmission สามารถเชื่อมต่อกับตัวรับสัญญาณกี่ตัวก็ได้ เมื่อใช้งานในโหมด Broadcast ทำให้เหมาะกับการทำงานแบบทีม ที่ต้องมีการมอนิเตอร์ภาพและเสียงในหลาย ๆ อุปกรณ์
ฟีเจอร์นี้ Voice Call ที่เราสามารถสื่อสารระหว่างตัวส่ง กับ ตัวรับได้เลย โดย DJI SDR Transmission จะรองรับฟีเจอร์นี้แบบ 1 ต่อ 1

DJI SDR Transmission Transmitter Ports

USB-C Port : USB-C Power and Gimbal Communication Port
USB-C Port : USB-C Firmware Update Port
3.5mm Stereo Jack : Supports one-on-one voice calls.
HDMI Input Port : Supports 1080p/60fps video input.
SDI Input Port : Supports 1080p/60fps video input.

DJI SDR Transmission Receiver Ports

USB-C Port : USB-C Firmware Update and Video Output Port
USB-C Port : USB-C Power Port
3.5mm Stereo Jack : Supports one-on-one voice calls.
HDMI Output Port : Supports 1080p/60fps video and audio output.
SDI Output Port : Supports 1080p/60fps video and audio output.

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE สินค้าจาก DJI

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : DJI

เปิดตัว!! Canon EOS R1 และ EOS R5 II

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Canon EOS R1 และ EOS R5 II ที่เรียกได้ว่าสมกับการรอคอยของใครหลาย ๆ คน หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวมามากมายไม่ว่าจะเป็น เรื่องของ EOS R5 II อาจะเปิดตัวก่อน EOS R1 แต่วันนี้เป็นที่ชัดเจนว่า ทั้งสองรุ่นนั้นเปิดตัวพร้อมกัน และยังมาพร้อมกับความโด่นเด่นของตัวเองอีกด้วย

มาเริ่มกันด้วย Canon EOS R1 เรียกได้ว่าเป็นเรืองธงมิเรอร์เลสฟูลเฟรมเลยก็ว่าได้ ในระบบ EOS R ที่ยังมาพร้อมกับเมาท์ RF ที่เป็นการผสานเทคโนโลยีสุดล้ำของแคนนอนเข้าด้วยกันเพื่อเป็นการยกระดับการทำงานของมืออาชีพโดยเฉพาะ สมบูรณ์แบบด้วยประสิทธิภาพการทำงานขั้นสูง และยังมาพร้อมกับชิปประมวลผลภาพ DIGIC Accelerator ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เพื่อเสริมการทำงานของชิปประมวลผลภาพ DIGIC X ที่มีอยู่เดิม โดยระบบประมวลผลภาพรูปแบบใหม่ซึ่งประกอบด้วยโปรเซสเซอร์เหล่านี้ ทำงานผสานร่วมกับเซนเซอร์ CMOS ตัวใหม่ จะทำให้กล้องสามารถประมวลผลข้อมูลปริมาณมหาศาลได้ด้วยความเร็วสูง 

สเปคCanon EOS R1

  • เซ็นเซอร์ CMOS BSI แบบฟูลเฟรมซ้อน 24MP
  • ตัวเร่งความเร็ว DIGIC + การประมวลผล DIGIC X
  • Dual Pixel AF พร้อม Action Priority
  • ปรับปรุง AF ควบคุมดวงตา
  • วิดีโอภายใน 6K 60 Raw และ 4K 120 10 บิต
  • สูงสุด 40 fps โหมดถ่ายต่อเนื่องล่วงหน้า
  • 9.44 ล้านจุด EVF 0.9x, OVF Sim. View Assist
  • จอสัมผัส LCD แบบปรับมุมได้ขนาด 3.0 นิ้ว 2.1 ล้านจุด
  • ด้ามจับแนวตั้ง ช่อง CFexpress Type B 2 ช่อง
  • Wi-Fi 6E, 2.5G Base-T แบบมีสายอีเทอร์เน็ต
EOS R1

มาต่อกันที่อีกหนึ่งรุ่นอย่าง Canon EOS R5 II หรือ Canon EOS R5 Mark II ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นการยกระดับความเหนือชั้นเอาไว้ในกล้องเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟิวเจอร์ต่าง ๆ ที่ อัดมาให้แบบเต็มพิกัด เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานทั้งด้านงานถ่าย และงานวีดีโอ

การเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดใน EOS R5 II คือการเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ Stacked CMOS อย่างที่เราได้เห็นไปแล้วว่า การเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ Stacked CMOS นี้ทำให้กล้องสามารถอ่านข้อมูลจากเซ็นเซอร์ได้เร็วกว่าชิป BSI หรือ FSI ทั่วไปมาก ความเร็วนี้ทำให้กล้องสามารถถ่ายวิดีโอ 8K ได้สูงสุด 60p และถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่องได้สูงสุด 30fps

หาก 30fps มากเกินไปสำหรับการถ่ายภาพของคุณ กล้องสามารถปรับแต่งให้ถ่ายภาพได้ที่ 20, 15, 10 หรือ 5fps แทน เราพบว่าอัตราการอ่านข้อมูลในโหมดถ่ายภาพนิ่งอยู่ที่ 6.3ms (ประมาณ 1/160 วินาที) และดูเหมือนว่าจะอ่านข้อมูลได้เป็น 16 บรรทัด ซึ่งถือว่าช้ากว่ากล้องอย่าง Z8 (ประมาณ 1/270 วินาที) เล็กน้อย

เซ็นเซอร์ของ EOS R5 II ใช้การออกแบบ Dual Pixel AF ของ Canon โดยมีโฟโตไดโอดสองตัวสำหรับแต่ละตำแหน่งพิกเซล ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้เซ็นเซอร์เกือบทั้งหมดสำหรับโฟกัสอัตโนมัติแบบตรวจจับเฟสได้ แต่ไม่มีการจัดเรียงแบบครอสไทป์ที่ใช้ใน EOS R1 และต่างจาก R5 Mark 1 ตรงที่ไม่อนุญาตให้คุณบันทึกไฟล์ Dual Pixel Raw เพื่อให้ข้อมูลของโฟโตไดโอดทั้งสองตัวพร้อมใช้งาน

มาดูทางด้านของสเปค Canon EOS R5 II กันต่อเลยดีกว่า

สเปค Canon EOS R5 II

  • เซ็นเซอร์ CMOS BSI แบบฟูลเฟรมซ้อน 45MP
  • การประมวลผลเครื่องเร่งความเร็ว DIGIC
  • ระบบออโต้โฟกัสอัจฉริยะแบบพิกเซลคู่แบบไขว้
  • วิดีโอ 8K 60 Raw/4K 60 SRAW/4K 120 10 บิต
  • สูงสุด 30 fps โหมดถ่ายต่อเนื่องล่วงหน้า
  • EVF จุด 5.76 ล้านจุดพร้อม OVF Sim ตัวช่วยการดู
  • หน้าจอสัมผัส LCD ปรับมุมได้ 3.2 นิ้ว
  • การอัปสเกลภายในกล้องเป็น 179MP
  • ช่องเสียบการ์ดหน่วยความจำ CFexpress และ SD UHS-II
  • รองรับ Wi-Fi 6E/Wi-Fi 6

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Canon

ใหม่!! Sony ZV-E10 II ตัวเล็ก สเปคเทพ เอาใจสาย Vlog

ใหม่!! Sony ZV-E10 II ตัวเล็ก สเปคเทพ เอาใจสาย Vlog

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับทางค่าย Sony ที่ครั้งนี้มาพร้อมกับกล้องเอาใจสาย Vlog มิเรอร์เลส APS-C เปลี่ยนเลนส์ได้ “Sony ZV-E10 II” ซึ่งยกเครื่องมาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าเป็นเรื่องของเซนเซอร์ใหม่ ที่สูงถึง 26 ล้านพิกเซล BIS CMOS เรียกได้ว่าออกมาชนกับกล้องรุ่นพี่หลาย ๆ รุ่นได้เป็นอย่างดี และยังมาพร้อมกับการรองรับการถ่ายวีดีโอในรูปแบบ 4K 60 เฟรมเรท 10-bit 4:2:2 และที่น่าจะถูกใจสาย Vlog ก็น่าจะเป็นเรื่องของแบตที่อึดกว่าเดิม ทำให้สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

ว่ากันต่อกับเรื่องของการยกเครื่องที่ทำมาเพื่อชนกับกล้องรุ่นพี่ Sony ZV-E10 II มากับตัวเซนเซอร์ APS-C Exmor R BSI CMOS 26 ล้านพิกเซล และยังมาพร้อมกับไอเทมตัวแรง Biosz XR ชิปประมวลผลตัวแรงอีกตัว ยิ่งทำให้คุณภาพไฟล์และการประมวลผลนั้น Sony ZV-E10 II ยังทำได้ดีเทียบเท่ากับกล้องรุ่นพี่ได้เป็นอย่างดี

ทางด้านของเรื่องระบบโฟกัสนั้น Sony ZV-E10 II ก็น่าจะเป็นรองกล้องรุ่นพี่อยู่เพียงเล็กน้อย เนื่องด้วย Sony ZV-E10 II จะไม่มี AI Processing chip และยังไม่มะรบบกันสั่นในตัว body กล้องอีกด้วยแต่จะใช้เป็นในส่วนของ Active (Digital) แทน และที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็น่าจะเป็นเรื่องของแบตเตอรี่ NP-FZ100 ที่สามารถให้ใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

และที่น่าสนใจอีกเรื่องของ “Sony ZV-E10 II” ก็น่าจะเป็นเรื่องของโหมด CineVLog อัตราส่วน 1.35.1 ล็อกเฟรมเรตที่ 24p ซึ่งเรียกได้ว่าให้อารมณ์แบบ Cinematic มาก ๆ เลยทีเดียว และที่ทำให้ว้าวก็คือ การยัดโปรไฟล์สี อย่าง  S-Log, S-Cinetone มาให้เราได้เลือกใช้ ปิดจบตบท้ายกับชุดเลนส์ kit อย่าง E PZ 16-50mm F3.5-5.6 OSS II

Sony ZV-E10 II

สเปกหลัก Sony ZV-E10 II

  • เซนเซอร์ APS-C BSI CMOS 26 ล้านพิกเซล
  • วิดีโอ 4K 30p แบบไม่ครอป
  • 4K/60p (Crop 1.1x) Oversampled มาจาก 5.6K
  • รองรับวิดีโอ 10-bit 4:2:2
  • โพลไฟล์สี S-Cinetone และ Creative Look
  • กันสั่น Active (Digital)
  • Import LUTs สำหรับ S-Log3 ใช้ได้ทั้งพรีวิว, embed และใส่ไปยังตัววิดีโอ
  • ไมค์แคปซูล 3 ตัว พร้อมฟังก์ชัน Automatic Directional Focus
  • ไม่มีชัตเตอร์ Machanical
  • จอ LCD แบบปรับหมุนได้รอบทิศระบบสัมผัส 1.04 ล้านจุด
  • ปุ่มโหมด Bokeh, Product showcase เอกลักษณ์ ZV-Series
  • มีช่องเสียบไมค์, หูฟัง, micro HDMI, USB-C
  • เพิ่มไดอัลด้านหน้า
  • UI รองรับแนวตั้ง
  • แบตเตอรี่ NP-FZ100
  • SD Card UHS-I 1 ช่อง
  • น้ำหนักบอดี้ 377 กรัม
  • มีให้เลือกสีขาว และสีดำ
  • E-mount

สร้างลุคในกล้อง

ฟังก์ชันลุคสร้างสรรค์ช่วยให้สร้างอารมณ์ความรู้สึกให้กับภาพนิ่งและภาพยนตร์ในกล้องได้อย่างง่ายดาย โดยมีปรีเซ็ต 10 แบบที่สามารถใช้ได้ทันทีหรือปรับแต่งเองได้ ลองใช้ฟังก์ชันสไตล์ภาพของฉัน เพื่อถ่ายทอดอารมณ์ได้หลากหลายยิ่งขึ้น เมื่อถ่ายในโหมด Intelligent Auto หรือเลือกบรรยากาศ จะช่วยให้คุณสามารถปรับโบเก้ฉากหลัง ความสว่าง และโทนสีได้อย่างง่ายดายผ่านไอคอนบนหน้าจอสัมผัส

การถ่ายทอดแบบภาพยนตร์
การตั้งค่า Vlog ภาพยนตร์5 มอบวิธีที่ใช้งานง่ายในการสร้างฟุตเทจ Vlog ภาพยนตร์โดยไม่ต้องปรับกับการตั้งค่ากล้องที่ซับซ้อน ใช้ประโยชน์จาก “ลุคต่างๆ” เช่น S-Cinetone™ ที่ช่วยปรับปรุงโทนสีผิว หรือ “อารมณ์ต่างๆ”6 ที่ช่วยเน้นสีบางสีเพื่อสร้างฟุตเทจ Vlog ภาพยนตร์ที่เข้ากับฉากและวิสัยทัศน์ของคุณ
โทนสีผิวที่คมชัดสวยงาม
กล้องจะแสดงสีและผิวหนังมนุษย์ได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสภาพแสง ด้วยความสามารถในการเรนเดอร์การไล่ระดับที่ได้รับการอัปเกรดนี้ กล้องจะถ่ายภาพโทนสีผิวและการไล่ระดับไฮไลต์ (Highlight Roll-off) ในภาพบุคคลได้ดูดีขึ้น ในขณะที่โทนสีผิวจะได้รับการปรับให้เหมาะสมอย่างอิสระสำหรับภาพนิ่งและภาพยนตร์
ถ่ายภาพช่วงเวลาพิเศษ
ด้วยการถ่ายภาพสูงสุด 120 FPS ในคุณภาพระดับ XAVC-S Full HD ที่ชัดเจน คุณสามารถบันทึกลำดับภาพเคลื่อนไหวที่น่าทึ่งได้โดยใช้โหมด S&Q8 ที่สโลว์โมชัน 5x (การเล่น 24p) คุณสามารถสร้างลำดับภาพไทม์แลปส์9 ได้ในกล้องและสามารถตั้งค่าการเว้นช่วงการรับแสงได้ตั้งแต่ 1 ถึง 60 วินาที10 การถ่ายภาพนิ่งต่อเนื่องด้วยชัตเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ของกล้องสามารถทำได้สูงสุด 11 FPS11 พร้อมการติดตาม AF/AE เต็มรูปแบบ

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : SONY

เซนเซอร์ Exmor R™ CMOS
ZV-E10 II มาพร้อมเทคโนโลยีเซนเซอร์ที่ก้าวล้ำที่สุดของ Sony ในเซนเซอร์ภาพ Exmor R CMOS เรืองแสงด้านหลังแบบ APS-C ที่มีความละเอียดประมาณ 26.0 เมกะพิกเซล
ระบบประมวลผลภาพ BIONZ XR™ ล่าสุด
ระบบประมวลผลภาพ BIONZ XR ล่าสุดมอบรายละเอียดและความคมชัดที่เหนือชั้นพร้อมช่วง ISO มาตรฐานที่ขยายได้ตั้งแต่ 100 ถึง 32000 ด้วยการอ่านข้อมูลความเร็วสูง การสุ่มตัวอย่างเกิน 5.6K จะบีบอัดข้อมูลจำนวนมหาศาลให้เป็นฟุตเทจ 4K 60p อันน่าทึ่ง (QFHD: 3840 x 2160)

เลนส์แบบเปลี่ยนได้เพื่อจับภาพตามที่คุณจินตนาการ

ZV-E10 II เข้ากันได้กับเลนส์ E-mount หลากหลายรุ่นจาก Sony ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ G Master™ ที่ผสมผสานความละเอียดที่น่าตื่นตาตื่นใจเข้ากับโบเก้อันงดงาม ไปจนถึงซีรีส์ G Lens™ ที่มาพร้อมคุณภาพของภาพระดับเฟิร์สคลาส ชุดคิทเลนส์ของ ZV-E10 II มาพร้อมกับเลนส์ซูมอเนกประสงค์ E PZ 16-50 มม. F3.5-5.6 OSS II

ซูมโหด 60 เท่า !! Panasonic Lumix FZ80D

ซูมโหด 60 เท่า !! Panasonic Lumix FZ80D

เปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Panasonic กับกล้องสุดโหดซูมถึงดวงจันทร์ “Lumix FZ80D” ที่เรียกได้ว่าไม่ธรรมดา สำหรับระยะซูมที่ให้มาถึง 60 เท่า กับเลนส์ 20-1200mm นับว่าเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญ หลังจากรุ่นก่อนหน้านี้เมื่อหลายปีก่อน

เมื่อพูดถึง Panasonic Lumix FZ80D ที่ถูกยกเครื่องอัปเกรดมาจากตัวของ FZ80 ก็จะเป็นในเรื่องของ Hardware เช่น เรื่องของช่องมองภาพ EVF ที่มีความละเอียดสูงขึ้นถึง 2.36 ล้านจุด ต่อมากับ จอ LCD ที่ปรับปรุงระบบสัมผัสเป็นความละเอียด 1.84 ล้านจุด และประมาใช้พอร์ต Type-C เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

FZ80D
FZ80D
FZ80D

มาต่อเนื่องกับตัวกล้อง Panasonic Lumix FZ80D ที่อัดสเปกมาแบบโหดไม่แพ้การซูมเลยก็ว่าได้ โดยทางด้าน เซนเซอร์จะเป็น 18.1MP 1/2.3″ MOS Sensor, เลนส์ Lumix DC Vario 60x 20-1200mm เทียบเท่ากับฟูลเฟรม, รูรับแสง F2.8-5.9, โครงสร้างชิ้นเลนส์ 14 ชิ้น 12 กลุ่ม, EVF OLED 2.36 ล้านจุด, จอ LCD ระบบสัมผัส 1.84 ล้านจุด ขนาด 3 นิ้ว, 4K/30p, FHD/60p, วิดีโอ High speed 120fps/100fps, ระบบกันสั่น POWER O.I.S., มีแฟลชในตัว, ISO 80-3200, ถ่ายภาพต่อเนื่อง 10fps, หน้าฟิลเตอร์ 55mm, รองรับการ์ด UHS-I 1 ช่อง, น้ำหนัก 640 กรัม

เชื่อว่าหลาย ๆ คนน่าจะชื่นชอบความโหด และสเปกของตัวกล้อง Panasonic Lumix FZ80D อย่างแน่นอน

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : Photo Rumors

FZ80D ช่วยให้คุณจับภาพช่วงเวลาอันแสนงดงามได้อย่างชัดเจนทั้งใกล้และไกล เลนส์ซูม 20-1200 มม. (เทียบเท่ากล้อง 35 มม.) ช่วยให้คุณสามารถถ่ายภาพทิวทัศน์และภาพพาโนรามาด้วยรายละเอียดระดับสูง ช่องมองภาพที่ชัดเจนและป้องกันแสงสะท้อน (2,360,000 จุด) วิดีโอ/ภาพถ่าย 4K ระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ POWER OIS การถ่ายภาพระยะใกล้

FZ80D
เลนส์มุมกว้าง 20 มม. สร้างทิวทัศน์ที่สวยงามตระการตา พร้อมซูมที่ทรงพลัง 60 เท่า (เทียบเท่าเลนส์ 35 มม.: 20-1,200 มม.) เพื่อจับภาพทั้งภาพรวมและรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ
FZ80D
2,360,000 จุด LVF ขนาดใหญ่ 0.74x (เทียบเท่ากล้อง 35 มม.) ช่วยให้คุณมองเห็นหน้าจอได้โดยไม่มีแสงสะท้อน
FZ80D
โหมดวิดีโอ 4K บันทึกความละเอียดในสูงสุดถึง 4 เท่าของ Full HD เพื่อความยืดหยุ่นที่เหลือเชื่อ คุณสมบัติภาพถ่าย 4K ช่วยให้คุณดึงภาพถ่าย 8 เมกะพิกเซลที่สมบูรณ์แบบจากวิดีโอ 4K และบันทึกเอาไว้ได้
FZ80D
คุณสมบัติ Post Focus ช่วยให้คุณสามารถสัมผัสบริเวณที่ต้องการโฟกัสได้ แม้หลังจากถ่ายภาพไปแล้ว
FZ80D
POWER OIS (Optical Image Stabilizer) ช่วยลดการสั่นไหวของมือที่ปลายกล้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
FZ80D
ถ่ายภาพระยะใกล้ที่สดใสอย่างเหลือเชื่อของอาหาร ดอกไม้ แมลง และอื่นๆ ด้วยระยะโฟกัสต่ำสุด 1 ซม.
FZ80D
จอภาพด้านหลังขนาด 3.0 นิ้วที่มีความละเอียดสูงประมาณ 1,840,000 จุด ให้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นแม้จะถ่ายภาพกลางแจ้งที่มีแดดจ้า และการควบคุมแบบสัมผัสช่วยให้คุณโฟกัสที่วัตถุได้ทันทีโดยเพียงแค่สัมผัสบนหน้าจอ และคุณยังสามารถปล่อยชัตเตอร์ได้อีกด้วย

Panasonic Lumix DC-FZ80D specifications

Body type
Body typeSLR-like (bridge)
Sensor
Max resolution4896 x 3672
Image ratio w:h4:3
Effective pixels18 megapixels
Sensor photo detectors19 megapixels
Sensor size1/2.3″ (6.17 x 4.55 mm)
Sensor typeBSI-CMOS
ProcessorVenus Engine
Color spacesRGB
Color filter arrayPrimary color filter
Image
ISOAuto, 80-3200 (expands to 6400)
Boosted ISO (maximum)6400
White balance presets5
Custom white balanceYes (4 slots)
Image stabilizationOptical
Uncompressed formatRAW
File formatJPEG (Exif v2.3)Raw (Panasonic RW2)
Optics & Focus
Focal length (equiv.)20–1200 mm
Optical zoom60×
Maximum apertureF2.8–5.9
AutofocusContrast Detect (sensor)Multi-areaCenterSelective single-pointTrackingSingleContinuousTouchFace DetectionLive View
Autofocus assist lampYes
Digital zoomYes (4x)
Manual focusYes
Normal focus range30 cm (11.81″)
Macro focus range1 cm (0.39″)
Number of focus points49
Screen / viewfinder
Articulated LCDFixed
Screen size3″
Screen dots1,840,000
Touch screenYes
Screen typeTFT LCD
Live viewYes
Viewfinder typeElectronic
Viewfinder coverage100%
Viewfinder magnification0.74×
Viewfinder resolution2,360,000
Photography features
Minimum shutter speed4 sec
Maximum shutter speed1/2000 sec
Maximum shutter speed (electronic)1/16000 sec
Exposure modesIntelligent AutoProgramAperture priorityShutter priorityManual
Scene modesClear PortraitSilky SkinBacklit SoftnessClear in BacklightRelaxing ToneSweet Child’s FaceDistinct SceneryBright Blue SkyRomantic Sunset GlowVivid Sunset GlowGlistening WaterClear NightscapeCool Night SkyWarm Glowing NightscapeArtistic NightscapeGlittering IlluminationsHandheld Night ShotClear Night PortraitSoft Image of a FlowerAppetizing FoodCute DessertFreeze Animal MotionClear Sports ShotMonochrome
Built-in flashYes
Flash range14.10 m (at Auto ISO)
External flashYes
Flash modesAuto, Auto/Red-eye Reduction, Forced Off, Forced On, Forced On/Red-eye Reduction, Slow Sync, Slow Sync/Red-eye Reduction, 1st Curtain Sync, 2nd Curtain Sync
Self-timerYes (2 or 10 secs, 3 images x 10 secs)
Metering modesMultiCenter-weightedSpot
Exposure compensation±5 (at 1/3 EV steps)
AE Bracketing±3 (3, 5, 7 frames at 1/3 EV, 2/3 EV, 1 EV steps)
WB BracketingYes
Videography features
FormatMPEG-4, AVCHD
Modes3840 x 2160 @ 30p / 100 Mbps, MP4, H.264, AAC1920 x 1080 @ 60p / 28 Mbps, MP4, H.264, AAC1920 x 1080 @ 60p / 28 Mbps, AVCHD, MTS, H.264, Dolby Digital1920 x 1080 @ 60i / 24 Mbps, AVCHD, MTS, H.264, Dolby Digital1920 x 1080 @ 60i / 17 Mbps, AVCHD, MTS, H.264, Dolby Digital1920 x 1080 @ 30p / 20 Mbps, MP4, H.264, AAC1280 x 720 @ 30p / 10 Mbps, MP4, H.264, AAC
MicrophoneStereo
SpeakerMono
Storage
Storage typesSD/SDHC/SDXC card
Connectivity
USBUSB 3.0 (5 GBit/sec)
HDMIYes (micro-HDMI)
Microphone portNo
Headphone portNo
WirelessBuilt-In
Wireless notes802.11b/g/n
Remote controlYes (via smartphone)
Physical
Environmentally sealedNo
BatteryBattery Pack
Battery Life (CIPA)330
Weight (inc. batteries)616 g (1.36 lb / 21.73 oz)
Dimensions130 x 94 x 119 mm (5.12 x 3.7 x 4.69″)
Other features
Orientation sensorYes
GPSNone

INSTAX ไอเทมสุดคิ้วท์ ที่ไม่ควรพลาด!!

INSTAX ไอเทมสุดคิ้วท์ ที่ไม่ควรพลาด ไม่ว่าจะเป็น INSTAX MINI LINK 2, INSTAX SQUARE LINK, INSTAX Link Wide

กลายเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คู่ควรแก่การครอบครองอย่างยิ่ง สำหรับไอเทมจาก INSTAX ทั้ง 3 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น INSTAX MINI LINK 2, INSTAX SQUARE LINK, INSTAX Link Wide ที่จะพาทุกคนไปอินกับความรู้สึกแบบย้อนวันวานกล้องฟิล์มในยุคสมัยใหม่ ที่สามารถใช้งานได้สะดวกสะบายได้มากยิ่งขึ้นและยัง มาพร้อมกับขนาดที่น่ารักเล็ก พกพาง่าย

มาเริ่มต้นกันที่ INSTAX MINI LINK 2 Smartphone Printer ที่มาพร้อมกับสีให้เรานั้นได้เลือกใช้ถึง 4 สีด้วยกัน ประกอบด้วย Clay White, Soft Pink, Space Blue, และ Clay White with Black Accents เรียกได้ว่า น่ารักทุกสีจริง ๆ และลูกเล่นที่สุดคิ้วท์ของ INSTAX MINI LINK 2 นั้นก็คงหนีไม่พ้นฟังก์ชั่น instaxAiR™ เพิ่มเอฟเฟคให้ภาพปริ้นของคุณพิเศษกว่าใครโดยการหันด้านไฟ LED เข้าหาโทรศัพท์ของคุณแล้วเคลื่อนปริ้นเตอร์ไปรอบๆเพื่อวาดและปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของคุณ

INSTAX
Clay White
INSTAX
Soft Pink
INSTAX
Space Blue
INSTAX
Clay White with Black Accents
INSTAX
ปริ้นทั่วไป
ปริ้นง่ายและต่อเนื่อง
ปริ้นภาพจากมือถือของคุณ ผ่านแอปพลิเคชั่น instax mini Link ภายใน 15 วินาที และคุณยังสามารถปริ้นช็อตที่ชอบจากวิดีโอได้อีกด้วย
INSTAX
แบ่งปันบนช่องทางออนไลน์
คุณสามารถแชร์รูปปริ้น instax ผ่าน Social Media ได้
INSTAX
โหมดถ่ายภาพ ใช้ mini Link 2 เป็นตัวควบคุมการถ่ายภาพจากระยะไกล เอียงปริ้นเตอร์เข้าหรือออกเพื่อซูม และกดถ่ายโดยกดปุ่มเปิด/ปิด

มาต่อกันกับรุ่นต่อไปอย่าง INSTAX SQUARE LINK ที่ต้องบอกเลยว่ารุ่นนี้นั้นก็ได้รับความนิยมไปแพ้กัน เพราะนั้นรูปร่างและขนาดที่ง่ายต่อการพกพา และลูกเล่นที่น่าจับตามอง ให้ภาพปริ้นของคุณไม่เหมือนใครด้วยเอฟเฟค AR ใส่เอฟเฟค AR ในภาพของคุณก่อนปริ้น สามารถเลือกได้ถึง 5 แบบ สแกน QR Code บนภาพด้วยมือถือของคุณเพื่อดูเอฟเฟคและแชร์ลง Social Media และยังมาพร้อมกับ INSTAX connect ให้เรานั้นสนุกกับการสื่อสารในรูปแบบใหม่ด้วยภาพปริ้น INSTAX ที่รวมรูปและข้อความไว้ด้วยกัน เลือกภาพ ใส่ข้อความแล้วส่งไปยังช่องทาง Social Media ที่คุณเลือก ผู้รับสามารถตอบกลับข้อความผ่านรูปปริ้นเดียวกันได้ และสำหรับตัว INSTAX SQUARE LINK นั้นมาให้เราเลือก 2 สีได้แก่ Midnight Green และ Ash White

INSTAX
Ash White
INSTAX
Midnight Green
แก้ไขรูปก่อนปริ้นได้
สนุกกับการปริ้นรูปภาพคอลลาจและกรอบต่างๆ
แบ่งปันรูปภาพผ่าน Social Media
เก็บรูปปริ้น INSTAX 
ร่าง แก้ไข และปริ้น
ใส่รูปสเก็ตหรือข้อความในรูปของคุณก่อนปริ้น
INSTAX
INSTAX-Natural Mode
สีคลาสสิคแบบ INSTAX
INSTAX
INSTAX-Rich Mode
สีสันสดใส

และต่อกับอีกหนึ่งรุ่นอย่าง INSTAX Link Wide เรียกได้ว่าเป็นครั้งแรกกับ Smartphone printer ขนาดฟิล์ม WIDE ดีไซน์ สวยงาม พกพาง่าย ฟังก์ชันครบ ที่มาให้เรานั้นได้เลือกใช้ด้วยกัน 2 สี ได้แก่ Ash White และ Mocha Gray ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นสีเรียบ ๆ แต่ดูคิ้วท์ ด้วยรูปลักษณ์ของตัว INSTAX Link Wide เอง งานนี้บอกได้เลยว่า เพื่อน ๆ ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพและยังอินกับอารมณ์ของกล้องฟิล์มเองนั้น ต้องถูกใจ INSTAX Link Wide อย่างแน่นอนและเรา มาดูฟังก์ชั่นของรุ่นนี้เลยดีกว่า

ปริ้นภาพในแบบที่คุณชอบ ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพปกติในโหมด “instax-Natural Mode” หรือ ภาพสีสันสดใสในโหมด “instax -Rich Mode”

instax-Natural Mode
instax-Rich Mode
เก็บภาพและรายละเอียดช่วงเวลาสําคัญได้อย่าง เต็มที่ด้วยการใส่ QR Code
ใส่ URL เว็ปไซต์เพื่อแบ่งปัน ภาพถ่ายและความทรงจํา
ที่สนุกสนาน กับเพื่อนของคุณ
ใส่เสียงลงไปในภาพ เพื่อให้ความทรงจํายังคงเด่นชัด
เชิญชวนทุกคนมางานสังสรรค์
เพียงใส่ตําแหน่งที่อยู่ลงไป
แบ่งปันความรู้สึกของคุณด้วยข้อความดีๆ

เรียกได้ว่าครบจบทั้งสามรุ่นจริง ๆ แถมยังมาพร้อมกับความคิ้วท์ ที่ไม่อาจจะละสายตาได้จริง ๆ งานนี้สำหรับสายฟิล์มที่ต้องการเก็บเรื่องราวต่าง ๆ ก็คงถูกใจไม่ใช้น้อย นี้ก็คงถือเป็น 3 รุ่นที่น่าจับจองไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับ INSTAX MINI LINK 2, INSTAX SQUARE LINK, INSTAX Link Wide

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : fujifilm

ZATO CONNECT ครบจบเรื่องสตรีมอย่างมืออาชีพ!!

ZATO CONNECT ครบจบเรื่องสตรีมอย่างมืออาชีพ

เรียกได้ว่าเรานั้นอยู่ในยุคที่ มีการแข่งขันเกิดขึ้นมากมาย และร่วมไปถึงการสตรีม และเชื่อว่าหลาย ๆ คนเองนั้นก็คงจะเจอกับปัญหามากมายในการสตรีมแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุปกรณ์ ทั้งคอม ทั้งกล้อง และอื่นๆ อีกมากมาย และนี้คือ Atomos ZATO CONNECT 5.2 ที่ ต้องบอกเลยว่าครอบจบเรื่องตรีม และถูกใจใครหลาย ๆ คนอย่างแน่นอน

ZATO CONNECT นั้นเรียกได้ว่ามาพร้อมกับฟีเจอร์ที่หลาย ๆ คนคาดหวังว่าจะได้เจอจาก Atomos และยังถูกปรับให้เหมาะสมเพื่อการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมอนิเตอร์ภาพที่ยอดเยี่ยม หรือจะเป็น I/O -Input/Output หรือการบันทึกวีดีโอผ่านตัวของ ZATO CONNECT และการเชื่อมต่อด้วยระบบคลาวด์ ที่ในขณะที่เรากำลังถ่ายนั้นไฟล์ที่ถูกอัพโหลดไปยังคลาวด์ ก็ยังสามารถทำควบคู่ไปกับการตัดต่อได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องโหลด เพราะด้วย Atomos Edit ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Atomos Cloud Services (ACS) คุณสามารถแก้ไขในระบบคลาวด์ผ่านเบราว์เซอร์บนอุปกรณ์เกือบทุกชนิด

Camera to Cloud (C2C) เป็นวิธีที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยในการแชร์สื่อและทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ ผ่าน Atomos Cloud Studio คุณสามารถเลือกแพลตฟอร์ม C2C: Adobe Frame.io หรือ Sony Ci Media Zato Connect ทำหน้าที่เป็นประตูสู่ระบบคลาวด์สำหรับโรงภาพยนตร์ดิจิทัล กล้องมิเรอร์เลส และกล้อง DSLR ที่หลากหลายมากขึ้น

ZATO CONNECT

หากมาพูดถึงการตัดต่อและแก้ไขวีดีโอต่าง ๆ นั้น Zato ช่วยให้คุณเข้าถึง Adobe Camera to Cloud ซึ่งขับเคลื่อนโดย Frame.io ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้งานง่ายและปลอดภัยในการแบ่งปันสื่อและทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์ Frame.io มีชื่อเสียงในด้านคุณสมบัติการตรวจสอบ และตอนนี้สามารถทำงานร่วมกับ Adobe Premiere ได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

มาต่อกันกับคุณสมบัติของ ZATO CONNECT ก็คงต้องพูดถึงเรื่องการ สตรีม และบันทึก พร้อมกันโดยที่ไม่ต้องใช้พีซีหรือแล็ปท็อปเข้ามาช่วย มาต่อกันกับเรื่องของการสตรีมนั้น ZATO CONNECT เองยังสามารถสตรีมสดโดยตรงไปยัง facebook live, twitch และ Youtube ได้อย่างง่ายดาย การเชื่อมต่อกับ Adobe Camera ไปยัง Cloud ซึ่งขับเคลื่อนโดย Frame.io ร่วมไปถึงการเชื่อมต่อกับบริการ Atomos Cloud Studio ผ่าน GigE Ethernet หรือ Wi-Fi 5 และเรื่องของการบันทึกภาพนั้น บันทึกด้วย H.264 คุณภาพสูงไปยังการ์ด SD และในเรื่องของเสียง ยังมีมิกเซอร์เสียงทรงพลังเพื่อรวมแหล่งไมโครโฟนอะนาล็อก/สายเข้ากับเสียงดิจิตอลจากอุปกรณ์ HDMI หรือ USB UVC

ทางด้านของตัว ZATO CONNECT ถูกออกแบบมาเพื่อการสตรีม ด้วยการเชื่อมต่อเครือข่ายและการตั้งค่าบนหน้าจอที่ง่ายดาย และด้วยหน้าจอสัมผัสความสว่างสูง คุณสามารถกำหนดค่าสตรีมและตรวจสอบแหล่งที่มาของ HDMI และเว็บแคมได้ เลือกภาพซ้อนภาพและเพิ่มการซ้อนทับกราฟิกเพื่อให้สตรีมของคุณดูสมบูรณ์แบบ Zato เต็มไปด้วยคุณสมบัติที่ต้องมีเพื่อทำให้ชีวิตสตรีมมิ่งของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่น มีจอภาพขนาด 5 นิ้วที่สว่างและชัดเจน บันทึกและเล่นในรูปแบบ H.264 ที่เป็นมิตรต่อแบนด์วิธ โดยผสมเสียงไปพร้อมๆ กัน เครื่องมือประกอบด้วยเอฟเฟ็กต์ภาพซ้อนภาพและกราฟิกเพื่อช่วยจัดองค์ประกอบและโฟกัสภาพของคุณ

ZATO CONNECT
ตาราง 9 ช่อง
ZATO CONNECT
การบันทึกวีดีโอ พร้อมกับการสตรีม
ZATO CONNECT
การเพิ่มภาพซ้อน
ZATO CONNECT
เลือกจากกรอบอัตราส่วนภาพหลายแบบ: 16:9, สี่เหลี่ยมจัตุรัส และแนวตั้ง
การสลับภาพ สำหรับการถ่ายเซลฟี่
ZATO CONNECT

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : atomos.com

ZATO CONNECT

Atomos ZATO CONNECT Specs

Display Size5.2″ / 13.2 cm
Video I/O1x HDMI 1.4 Input
1x HDMI 1.4 Output
1x USB-C Input
1x USB-C OutputShow More
Embedded AudioHDMI: 2-Channel
Media/Memory Card SlotSingle Slot: SD/SDHC/SDXC (UHS-I) [128 GB Maximum]
Battery Type1x L-Series
Power Consumption20 W
Mounting2x 1/4″-20 Female

Display

Panel TypeIPS-Type LCD
Display Size5.2″ / 13.2 cm

Inputs / Outputs

Video I/O1x HDMI 1.4 Input
1x HDMI 1.4 Output
1x USB-C Input
1x USB-C Output
Embedded AudioHDMI: 2-Channel
Audio I/O1x 1/8″ / 3.5 mm Input
1x 1/8″ / 3.5 mm Output
1x 1/8″ / 3.5 mm Headphone Output
Power I/O1x USB-C Input
Media/Memory Card SlotSingle Slot: SD/SDHC/SDXC (UHS-I) [128 GB Maximum]
File System SupportexFAT

Wireless

Wi-FiWi-Fi 5 (802.11ac)  
BluetoothNo
Mobile App CompatibleNo
Cellular SupportNo

IP Encoding

IP VideoH.264: 1280 x 720 to 1920 x 1080
IP AudioAAC-LC:
Transport ProtocolsRTMP, RTMPS

Power

Input Power6.2 to 16.8 VDC
Battery Type1x L-Series
Power Consumption20 W

Mounting

Mounting2x 1/4″-20 Female

Environmental

Environmental ProtectionNo
CertificationsCE
Operating Temperature104°F / 40°C

General

Material of ConstructionPolycarbonate
Dimensions5.9 x 3.6 x 1.2″ / 151 x 91.5 x 29.5 mm
Weight8.6 oz / 245 g

Packaging Info

Package Weight1.65 lb
Box Dimensions (LxWxH)7.75 x 5.75 x 3.5″