Skip to content
FOTOFILE

FUJIFILM Instax Wide 400 คมชัด!! อัดแน่นคุณภาพ

Instax Wide 400

กระแสกล้องฟิล์มยังคงแรงไม่มีตกจริง ๆ และสำหรับ Instax Wide 400 จาก FUJIFILM เองนั้นก็เรียกได้ว่าสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะด้วยรูปลักษณ์และขนาดที่ใหญ่สะใจ ทำเอาดึงความสนใจเราได้เป็นอย่างดี เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นทางด้าน เว็บไซต์ : PetaPixel ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Instax Wide 400 เอาไว้ว่า…

 Instax Wide 400
 Instax Wide 400
 Instax Wide 400

จากที่เรานั้นคุ้นเคยกับซีรีส์กล้องอย่าง Instax และ Insatax mini กันเป็นส่วนใหญ่นั้น แต่นี้คือ Instax Wide 400 กล้องฟิล์มที่มีขนาดถึง 3.4 x 4.25 นิ้ว แล้วนั้นเรียกได้ว่าเป็นพี่ใหญ่เลยก็ว่าได้ และ Instax Wide 400 มาพร้อมกับวลีสุดเด็ด “Make Room For More”  และด้วยขนาด 3.4 x 4.25 นิ้ว นั้นยังทำให้สามารถเป็นภาพได้กว้างกว่า พร้อมกับการพัฒนา ฟีเจอร์หลายต่อหลายตัวให้ดีกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นตัวฟีเจอร์ Self-Time 2-10 วินาที ที่มีไฟบอกสถานะ รวมไปถึงปุ่มโฟกัส และระบบ Auto Exposure ให้สามารถใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมาพร้อมกับแฟลชในตัวอีกด้วยเรียกมาได้จัดมาเต็มระบบจริง ๆ

และทางตัว Instax Wide 400 ยังมาพร้อมกับตัวเลนส์เสริม ที่ทำให้การถ่ายภาพแบบ Close-up นั้นง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย มาต่อกันที่ตัวสเปคของ Instax Wide 400 มีมาพร้อมกับ เลนส์ระยะ 95mm f14, รองรับฟิล์มชนิด Instax Wide ให้ขนาดภาพ 3.4 x 4.25 นิ้ว, โครงสร้างชุดเลนส์ 2 ชิ้น จัดเป็น 2 กลุ่ม, ระยะโฟกัสใกล้สุด 0.9 เมตร, มี Flash Built-In มี Recycle time 7 วินาที, ใช้ถ่าน AA จำนวน 4 ก้อน และน้ำหนักเพียง 616 กรัม

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกล้องฟิล์มที่น่าวนใจเลยที่เดียวจากทาง FUJIFILM และนี้คือ Instax Wide 400

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : PetaPixel และ instax.com

Instax Wide 400
ฟีเจอร์ Self-Time 2-10 วินาที ที่มีไฟบอกสถานะ
Instax Wide 400
ตัวเลนส์เสริม ที่ทำให้การถ่ายภาพแบบ Close-up นั้นง่ายยิ่งขึ้น
https://youtu.be/7CETE2AL12k?si=5EPc06Z-1q-9slwo
Instax
Instax
Instax

บุกตลาด Analog!! ล่าสุด FUJIFILM เดินหน้าผลิตฟิล์มสี C200 และ C400

C200 และ C400

เดินหน้าเต็มกำลังเอาใจสาย Analog ทำเอาสาย Analog ที่ต้องการความเป็น Retro ได้ชื่นอกชื่นใจกันอีกครั้ง ข่าวล่าสุดจาก Kosmo Foto ได้ออกมาพูดถึงข่าวนี้เอาไว้ว่า…

C200 และ C400

ทางด้าน FUJIFILM นั้นออกมาประกาศเดินหน้าที่จะผลิตฟิล์มเนกาทีฟสี “C200” และ “C400” อีกครั้งหลังจากยุติการผลิตไปตั้งแต่ช่วงปี 2019 โดยการกลับมาครั้งนี้นั้น จะเริ่มสายการผลิตขึ้นที่เมืองหนานหนิง ประเทศจีน เพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของชาว Analog ที่หลงไหลในความคลาสสิค ที่คนหันมาสนใจมากยิ่งขึ้น

มาพูดถึงตัวฟิล์ม C200 และ C400 กันต่อ โดยการกลับมาผลิตครั้งนี้นั้นจะถูกผลิตโดย Yes!Star ซึ่งเป็นผู้ผลิตฟิล์มสำหรับทางการแพทย์มาก่อนนั้น แต่ก็ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่าฟิล์มทั้งสองตัวนี้ จะมาในรูปแบบฟิล์มสูตรสำเร็จของ FUJIFILM จริง ๆ หรือเพียงแค่เป็นการเอา Kodak Gold 200 หรือ UltraMax 400 มาเปลี่ยนทางด้านของตัวแพ็กเกจใหม่ เหมือนที่เคยทำใน FUJIFILM 200 และ 400 ในช่วงปีที่ผ่านมาหรือป่าว

 C200 และ C400

งานนี้เรียกได้ว่าทำเอาสายกล้องฟิล์มยิ้มไปตาม ๆ กันกับข่าวของ FUJIFILM ในครั้งนี้ทั้งนี้ยังชื่ออีกว่าเส้นทางของชาว Analog ทั้งหลาย ยังมีให้เราได้ติดตามกันอีกมากมาย

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ขอขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Kosmo Foto

เปิดตัว!! Nikon NIKKOR Z 35mm f/1.4

มาเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ Nikon ที่เปิดตัว Nikkor Z 35mm F1.4 ที่เรียกได้ว่าเลนส์ระยะนี้ F1.4 เป็นตัวเแรกของกล้อง Z-mont เลยก็ว่าได้ และด้วยขนาดที่เล็ก และมีน้ำหนักเพียง 415g แถมยังรองรับงานวีดีโอ ที่ให้โบเก้ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ และยังถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี

Nikkor Z 35mm f/1.4

สำหรับตัวเลนส์ Nikkor Z 35mm f/1.4 ได้ถูกออกแบบมาให้มีน้ำหนักที่เบา และค่อนข้างเล็ก แถมราคาเปิดตัวเพียง 599 เหรียญ หรืออยู่ที่ประมาณ 22,000 บาท เท่านั้น เรียกได้ว่าถูกกว่าตอนเปิดตัว Nikkor Z 35mm F1.8 S ที่เปิดตัวตอนนั้นอยู่ที่ 849 เหรียญ หรือประมาณ 31,000 บาท และราคาของ Nikkor Z 35mm f/1.4 นั้นก็เป็นเพราะว่า Nikkor Z 35mm F1.4 ไม่ใช่เลนส์ S-Line แบบของตัว Nikkor Z 35mm F1.8 S นั้นเอง

มาต่อกันด้วยเรื่องของสเปคและโครงสร้างชิ้นเลนส์ 11 ชิ้น 9 กลุ่ม พร้อมกับตัวชิ้นเลนส์แบบพิเศษ aspherical 2 ชิ้น และต่อกับการขับเคลื่อนโฟกัสด้วยมอเตอร์ STM ที่มีจุดเด่นคือการโฟกัสที่เงียบ และนุ่มนวล ทำให้เหมาะสำหรับงานถ่ายวีดีโอ และยังช่วยลดอาการของเรื่อง Focus breathing อีกด้วย พร้อมกับระยะโฟกัสใกล้สุดอยู่ที่ 0.27m เท่านั้น

สเปคของ Nikon Nikkor Z 35mm f/1.4 ทางยาวโฟกัส 35mm, รูรับแสง F1.4-16, โครงสร้างชิ้นเลนส์ 11 ชิ้น 9 กลุ่ม (2 aspherical), Internal Focus, STM Motor, ระยะโฟกัสใกล้สุด 0.27 เมตร, กำลังขยายสูงสุด 0.18x, ฟิลเตอร์ 62mm, มีแหวน Control ring ไร้เสียงคลิก, มีซีลกันละอองน้ำละอองฝุ่น, น้ำหนัก 415 กรัม, Nikon Z-mount และสุดท้ายนี้ Nikon Nikkor Z 35mm f/1.4 มีราคาอยู่ที่ 599 เหรียญ หรือประมาณ 22,000 บาท ซึ่งน่าจะออกวางจำหน่ายในช่วงกลางเดือน กรกฎาคม 2024 นี้!!

Nikkor Z 35mm f/1.4

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : dpreview และ NIKON ติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือ เลือกซื้อสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ FOTOFILE

Specifications

Focal length35 mm
Maximum aperturef/1.4
Minimum aperturef/16
Lens construction11 elements in 9 groups (including 2 aspherical lens elements)
Angle of viewFX format: 63°
DX format: 44°
Minimum focus distance0.27 m/0.89 ft from focal plane
Maximum reproduction ratio0.18×
Diaphragm blades9 (rounded diaphragm opening)
Filter-attachment size62 mm (P = 0.75 mm)
DimensionsApproximately 74.5 mm/3 in. maximum diameter × 86.5 mm/3.5 in. (distance to end of lens from camera lens mount flange)
WeightApproximately 415 g/14.7 oz
Supplied accessoriesLC-62B Lens Cap (front cap), LF-N1 Lens Cap (rear cap), HB-115 Lens Hood

Canon EOS C400 สเปคโหด!!

Canon EOS C400 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับกองถ่ายเลยก็ว่าได้ หลังจากที่ทาง canon ได้ออกมาปล่อยสเปคของเจ้าตัว EOS C400 ก็ทำเอาเรานั้นว้าวไปตาม ๆ กันด้วยเซนเซอร์ซีนีม่าฟูลเฟรม 6K 60fps ที่ให้ความคมชัดแบบขีดสุด แถมยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ RF mount ได้อีกด้วย

EOS C400

มาพูดถึงตัว EOS C400 กันต่อกับ สเปคที่ให้มาแบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์ CMOS Back-Illuminated แบบ Full Frame 6K, รองรับการบันทึกภาพแบบ Full Frame, Super35 และ Super16, บันทึกภาพได้สูงสุด 6K60 fps, รองรับการบันทึกภาพแบบ DCI 4K/2K, รองรับการบันทึกภาพแบบ UHD 4K120 fps, มีค่า ISO พื้นฐาน 3 ระดับ: 800, 3200, 12,800, ระบบโฟกัสอัตโนมัติ Dual-Pixel CMOS AF II ที่ได้รับการปรับปรุง,บันทึกภาพภายในตัวกล้องได้ทั้งแบบ XF-HEVC S, XF-AVC S, บันทึกภาพภายในตัวกล้องแบบ RAW ได้ด้วยไฟล์ Cinema RAW Light และ XF-AVC

ซึ่งต้องเรียกได้ว่ามัดรวมคุณภาพมาแบบจัดเต็มเลย ยังไม่รวมโหมดตัดครอบแบบ Super 35mm และ Super16 อีกด้วยเซนเซอร์ฟูลเฟรมของกล้อง EOS C400 สามารถบันทึกภาพได้ทั้งในรูปแบบ 17:9 และ 16:9 และรองรับการใช้เลนส์ Super 35 มม. และ Super 16 มม. พร้อมโหมดครอบตัดเซนเซอร์ที่เหมาะสม

มาต่อกันกับเรื่องของตัวโฟกัส  Dual Pixel CMOS AF II5 โดยทางด้านของตัว EOS C400 นั้นรองรับระบบออโต้โฟกัส  Dual Pixel CMOS AF II5 ที่ขึ้นชื่อของทาง canon  โดยเซนเซอร์ Stacked ที่สามารถรับแสงด้านหลังให้ประสิทธิภาพการจับแสงที่ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงเครื่องของตัวกล้องเองนั้น ที่ออกมาให้เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้ตัวกล้องนั้นสามารถใช้งานร่วมกับโดรน หรือกิมบอลได้เป็นอย่างดีเพื่อรองรับต่อการทำงานที่หลากหลาย จนร่วมไปถึงจอ LCD และด้ามจับที่ทำออกมาได้ดี EOS C400 นั้นมาพร้อมกับทางด้านอุปกรณ์เสริมมากมาย โดยอุปกรณ์ที่มากับตัวกล้องนั้นจะประกอบไปด้วย LCD Monitor, LCD Attachment Unit, MC-5U Monitor Cable, Handle Unit, Camera Grip, BP-A60N Battery Pack, CA-CP300 B Compact Power Adapter, CG-A20 Battery Charger, Microphone Holder

เรียกได้ว่าจัดเต็มทั้งคุณภาพและอุปกรณ์เสริมจริง ๆ สำหรับตัว EOS C400 สำหรับใครที่อยากจะจับจองเป็นเจ้าของ ก็อย่าลืมเข้าไปติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ FOTOFILE.CO.TH หรือข่าวสารอื่น ๆ ที่ Facebook : FOTOFILE

ขอบคุณข้อมูลจาก : CanonUSA

มือใหม่ถ่าย Vlog ? เลือกกล้องยังไง

Vlog คืออะไร ? เชื่อว่าในช่วงกลางปี 2024 นี้ หลายคนมากมายหันมาถ่าย Vlog และหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า Vlog หมายถึงอะไร Vlog มาจากคำว่า Video Blog หมายถึง การบันทึกเรื่องราวหรือคอนเทนต์ในรูปแบบวิดีโอ โดยเนื้อหาอาจเป็นกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การนำเที่ยว, กิน, กิจกรรม, การเรียนรู้ต่าง ๆ และอีกมากมาย

และการทำ Vlog นั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นกล้องที่ เหมาะกับการถ่ายในลักษณะต่าง ๆ และกล้องที่ถูกนำมาใช้ส่วนมากก็คงหนีไม่พ้น กล้อง Compact หรือ Mirrorless ซึ่งมีน้ำหนักเบา ขนาดเล็ก พกพาได้ง่าย  ทำให้เราใช้งานได้คล่องตัวมากยิ่งขึ้น

Vlog

เลือกกล้องถ่าย Vlog ยังไง!?

1.กล้องขนาดเล็ก น้ำหนักเบาง่ายต่อการพกพา – การเลือกกล้องขนาดเล็กนั้นก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการทำ Vlog เพราะว่าด้วยลักษณะของการทำ Vlog นั้นก็คงหนีไม่พ้นความเป็นธรรมชาต ถ่ายไปเดินไป ไม่ร่วมถึงกิจกรรมต่าง ด้วยปกติตัวกล้องที่เลือกใช้นั้นจะมีน้ำหนักไม่เกิน 100-500 กรัม เพื่อให้เรานั้นสามารถถือตัวกล้องถ่ายได้นานยิ่งขึ้น และหากยิ่งมีอุปกรณ์กันสั่น ๆ ต่าง ๆ เข้ามาช่วยเสริมแล้วก็จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพและระยะเวลาในการทำงานของเราให้ยาวนานและต่อเนื่องยิ่งขึ้นอีกด้วย

2.เลือกกล้องให้เหมาะกับงาน – โดยในข้อนี้ก็ต้องบอกเลยว่าตรงตัวมาก ๆ เพราะการเลือกกล้องให้เหมาะกับเนื้องานนั้นสำคัญมาก ๆ เพราะตัวกล้องหลาย ๆ แบรนด์นั้นออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่แตกต่างกัน

2.1 Vlog Lifestyle – ก็คงต้องเลือกกล้องที่มี ระบบต่าง ๆ ที่ใช้งานง่ายในการปรับแต่งต่าง ๆ เพื่อให้งายต่อการนำไปตัดต่อ หากจะให้แนะนำก็คงจะเป็น INSTA360 GO 3S ที่สามารถถ่ายภาพได้ถึง 4k 30fps เหมาะสำหรับถ่ายมุม POV แบบไม่ต้องจับ battery บันทึกได้นาน 38 นาที / 140 นาที เมื่อใช้กับ action pod ซึ่งมาพร้อมกับ หน้าจอ Touch screen

Insta360, Vlog,

2.2 Vlog Adventure – อันนี้ตรงตัวมาก ๆ กับสายลุยเดินป่า บุกน้ำ แต่ไม่ต้องลุยไฟ ก็ควรจะเป็นตัวกล้องที่สามารถทนฝนทนน้ำได้ในระดับหนึ่ง ก็ต้องหนีไม่พ้น กล้องอย่าง  Sony ZV-E1 ที่สาย Vlog ส่วนใหญ่เลือกใช้ โดยคุณสมบัติ ZVE10 ได้รับการออกแบบมาเพื่อ Vlogger แนวสร้างสรรค์ที่ต้องการลุคอาร์ตๆ ทำให้กล้องรุ่นนี้เข้าถึงแก่นแท้ของการผลิตวิดีโอ สร้าง Vlog ที่น่าทึ่งโดยใช้ประโยชน์จากเลนส์แบบเปลี่ยนได้ เซนเซอร์ APS-C ขนาดใหญ่ ไมโครโฟนภายในแบบทิศทาง 3 แคปซูล และคุณสมบัติพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการทำ Vlog เพื่อให้ได้ Vlog ที่ดูเป็นมืออาชีพโดยไม่ต้องยุ่งยาก

Vlog

2.3 Vlog Travel – อันนี้ก้คงไม่ต่างจากการเลือกกล้องสำหรับทำ Vlog Lifestyle สักเท่าไหร่ แต่อาจจะต้องมาเพิ่มเข้าไปในเรื่องของอุณหภูมิ และสภาพอากาศของแต่ละพื้นที่และภูมิภาค เพราะสายท่องเที่ยวนั้นอา่าจจะต้องเดินทางไปต่างประเทศ หรือแม้แต่การเที่ยวในประเทศเดียว แต่ในแต่ละพื้นที่มีอุณหภูมิที่แตกต่างกัน หากเป็นกล้องที่จะแนะนำ ก็น่าจะเป็น INSTA360 GO 3S , INSTA360 X3 POCKET 360 ACTION CAM ที่ทั้งทนต่อสภาพอากาศและยังมีน้ำหนักที่เบาอีกด้วย

Vlog

3. เลือกกล้องที่มีระบบออโต้โฟกัส – อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งที่สาย Vlog ต้องดูเป็นอย่างยิ่งเพราะด้วยลักษณะของกานถ่าย Vlog นั้นก็คงเป็นการเดินเป้นส่วนใหญ่ รวมไปถีงการทำกิจกรรมที่มีการเคลื่อนไหว ระบบโฟกัสนั้นยิ่งเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายเป็นอย่างยิ่งเลยก็ว่าได้ บางยี่ห้ออาจเป็นระบบโฟกัสติดตามดวงตา (Eye AF) และระบบโฟกัสติดตามใบหน้า (Face Detection) ซึ่งระบบออโต้โฟกัสนั้น เป็นส่วนช่วนให้ผู้ถ่ายนั้นไม่ต้องคอยกังวลเรื่องของการโฟกัส ขณะถ่ายอยู่นั้นเอง

4. ระบบกันสั่น – ซึ่งอันนี้ก็จะสอดคล้องกับ ข้อ 3 เพราะด้วยกล้องที่มีระบบกันสั่นที่จะช่วยในเรื่องของการโฟกัสภาพ และทำให้เรานั้น ถ่ายภาพหรือวีดีโอออกได้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้น

5. กันน้ำ – กล้องหลาย ๆ ตัวในปัจจุบันนั้นไม่สามารถกันน้ำได้ เพราะด้วยเรื่องความของชื้น ๆ ต่างอาจจะมำให้เลนส์ หรือตัวกล้อง และระบบต่าง ๆ เสียหายได้ ซึ่งอันนี้สำคัญมาก ๆ สำหรับชาว Vlogger ทั้งหลาย หรือหากจะต้องมีการุลยน้ำจริง ๆ ก็คงต้องแนะนำเป็น เลือก Action Camera ที่มีความสามารถป้องกันน้ำลึก 10 – 30 เมตร 

และนี้คือ 5 ข้อสำหรับมือใหม่ในการเลือกกล้องสำหรับการถ่าย Vlog เบื้องต้น แต่ไม่เพียงแต่ตัวกล้องที่ดีเท่านั้นที่เหมาะสำหรับการถ่าย Vlog เมื่อได้กล้องที่ดีภาพที่ดีแล้วนั้น เรื่องคุณภาพเสียงเองนั้นก็สำคัญไม่แพ้กัน หากสนใจสินค้าต่าง ๆ ก็อย่างลืมคลิกลิงค์ FOTOFILE รวมไปถึงเข้าไปพูดคุยเลือกซื้อสินค้าใหม่ ๆ ได้ที่ facebook : FOTOFILE

ดีจริง ถึงแนะนำ RF35mm f/1.4L VCMดีจริง ถึงแนะนำ

ถึงแม้ว่า canon เองนั้นจะเปิดตัว เลนส์ RF35mm f/1.4L VCM Cinematic Wide ไปได้ถึง 2 อาทิตย์แล้ว กระแสและความแรงของ RF35mm f/1.4L VCM Cinematic Wide นั้นก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

RF35mm f/1.4L VCM ถือเนตัวแรกที่มีมอเตอร์คอยล์เสียง (VCM) นอกเหนือจาก Nano USM เลนส์ RF35mm f/1.4L VCM ที่ทำให้ประสิทธิภาพของเลนส์นั้น โฟกัสได้รวดเร็วและแม่นยำ และลดเสียง ทำให้เหมาะต่องานวีดีโอ ผู้สร้างภาพยตร์ และทางด้านของตัวเลนส์ยัง ยังสามารถทำงานได้ดีในที่ ที่มีแสงน้อยด้วยรูรับแสงขนาดใหญ่

VCM & Nano USM เริ่มกันที่ VCM หรือ Voice Coil Motor มอเตอร์คอยล์เสียง ที่จะมาอยู่ใน RF เลนส์ตัวแรกของ canon ซึ่ง VCM นั้นถูกออกแบบมาเพื่อขับเคลื่อนกลุ่มเลนส์โฟกัสที่หนักกว่า ในขณะที่ Nano USM จะขับเคลื่อนเลนส์ลอยตัว ในส่วนของตัวเลนส์นั้น ด้วยรูรับแสง f/1.4 นั้นยังทำให้เลนส์ตัวนี้ โดดเด่นให้โบเก้ที่สวยงาน และน่าหลงไหลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ความเร็วของชัตเตอร์เร็วขึ้น ทางด้านคุณภาพนั้นยิ่งพูดถึงเพราะ เพราะเลนส์ยังสามารถทำให้เราสามารถขยายภาพ ได้ถึง 0.18 เท่า ในระยะโฟกัสที่ต่ำสุดเพียง 0.28 ม.

RF35mm f/1.4L VCM
VCM หรือ Voice Coil Motor
RF35mm f/1.4L VCM
โบเก้ที่ชวนหลงใหล
RF35mm f/1.4L VCM

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ว้าว!! RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye ของดีมีอยู่จริง

ถือเป็นเลนส์อีกหนึ่งตัวจากทาง Canon ที่เรียกได้ว่าสร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับตัวเลนส์ RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye ทั้งรูปลักษณ์ที่ดูแปลกตา แต่กลับดูน่าดึงดูด ไม่แม้แต่เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น แต่เรื่องของคุณภาพเอง เลนส์ตัวนี้ยังดี และตอบโจทย์ ช่างภาพได้เป็นอย่างดี และนี้คือ RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

โดยทางด้านตัวเลนส์นั้น รูปลักษณ์ได้ถูกออกแบบมาให้มีสองเลนส์ด้านหน้าเพื่อจับภาพแบบ 3มิติ ได้ถึง 144 องศา ซึ่งการออกแบบนั้น ทำให้สามารถใช้เซ็นเซอร์เพียงตัวเดียวก็สามารถรับแสงจากทั้งสองเลนส์ได้ และยังให้ภาพแบบ Virtual Reality ได้ด้วยเลนส์ตัวนี้ และยังมาพร้อมกับ Stepping Motor (STM) ที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของเลนส์ ซ้ายและขวาพร้อม ๆ กัน ยิ่งทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้โฟกัสอัตโนมัติรวดเร็วและแม่นยำ ตัวเลนส์ซ้ายและขวานั้นมาพร้อมกับคุณสมบัติ EMD หรือ Dual-Lens Electro Magnetic Diaphragm ที่ควบคุมค่าแสงด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ และด้วยรูรับแสงที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ตัวเลนส์สามารถทำงานได้เป็นอย่างดีในสถาณการณ์ที่มีแสงน้อย

หากเรามาพูดถึงเรื่องของการทำงาน Virtual Reality ทำงานอย่างไร ก็คงต้องเริ่มจากตัวเลนส์ทั้งสองที่จะบันทึกภาพไปพร้อม ๆ กันทั้งสองเลนส์ และนำไฟล์ภาพหรือวีดีโอที่บันทึกนั้นมาแปลงซึ่งเป็นรูปแบบของ Virtual Reality หรือแม้กระทั้งการแปลงไลฟ์เพื่อใช้งานร่วมกับ แว่นตา 3 มิติ แบบส่วมศีษะ เพื่อจำลองการมองเห็นของมนุษย์ หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือแว่นตา VR ที่เรารู้จักกันนั้นเอง

เรียกได้ว่าการมาถึงของ RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye นั้นส่งผลดีต่อการทำงานของของช่างภาพ และงานวีดีโอในปัจจุบันเป็นอย่างมากเลยก็ว่าได้ และด้วยความเล็กและน้ำหนักที่เบานั้นก็ยิ่งทำให้สะดวกต่อการพกพาและการทำงานได้เป็นอย่างดี และนี้คือ RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye
RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye
RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

ภาพและข้อมูลจาก : th.canon

Facebook : FOTOFILE Product : RF-S3.9mm f/3.5 STM Dual Fisheye

ติดตามข่าวสารกิจกรรมและโปรโมชั่นอื่น ๆ ได้ที่ Facebook : FOTOFILE หรือเลือกช้อปสินค้าได้ที่ FOTOFILE

ข่าวลือ !! NIKON Z6 III สเปคโหดเกินตัว

ภาพจาก NIKON RUMORS

มาอีกแล้วสำหรับกล้องสเปคเทพจากทาง NIKON ที่ครั้งนี้มีข่าวลืมออกมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ต้นปี โดยทางตัว NIKON Z6 III นั้นถูกต่อยอดมาจากกล้องรุ่นพี่อย่าง NIKON Z6 II

และทางด้านเว็บไซต์ NIKON RUMORS เองก็ยังได้ออกมาเผยถึงสเปคที่คาดการณ์เอาไว้ว่าจะอยู่ในตัวกล้อง NIKON Z6 III ให้เราได้รู้อีกด้วย

จากภาพที่เป็นครั้งแรกจากทาง NIKON RUMORS เราก็จะเป็นได้ว่า การดีไซน์ BODY ของตัวกล้องนั้นยังมีความคล้ายกับตัว NIKON Z6 III การดีไซน์ Grip ก็ถูกออกแบบให้คล้ายกับของตัว NIKON Z8 ทางด้านจอนั้นก็น่าจะมีการปรับปรุงเรื่องจอ LCD เพิ่มการปรับปรุง EVF เป็นความละเอียด 5.76m รวมไปถึงระบบกันสั่นแบบ 5 แกน เพิ่มความสามารถในการใช้งานถึง 8 Steps ระบบของการโฟกัสเองนั้นเป็นแบบ Hybrid พร้อมกับจุดโฟกัส 299 จุด อัตราการถ่ายแบบต่อเนื่องเนื่อง 20 fps

เรียกได้ว่าเป็นข้อมูลที่มากมายเหลือเกินสำหรับ NIKON Z6 III แต่ก็ยังไม่หมดแค่นี้ โดยทางตัว NIKON Z6 III ยังรองรับงานถ่าย Video ถึงระดับ 6K 60p แบบ NRAW, 4K 60p แบบ Prores RAW, รองรับการ์ด Dual Slot แบบ CFexpress Type B และ SDcard

และนี้คือการคาดการณ์ สเปคของ NIKON Z6 III และราคาที่มีการคาดการณ์ไว้นั้น คือ เริ่มต้นที่ 2999 us หรือประมาณ 108,000 บาท ซึ่งราคานั้นค่อนข้างสูงกว่าตัว NIKON Z6 II อยู่พอสมควร ก็ต้องมารอลุ้นกันว่าวันเปิดตัวนั้น ราคาจะสูงหรือต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้

Think Tank กระเป๋ากล้องที่คู่ควร

หากจะให้พูดถึงแบรนด์ของกระเป๋ากล้อง ที่ครบจบ ก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์อย่าง Think Tank ทีต้องบอกเลยว่า      มีให้เลือกใช้แบบครบจบ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเลนส์ กระเป๋ากล้อง และหากจะให้พูดถึงข้อดีต่าง ๆ ของ Think Tank ต้องบอกเลยเยอะจริงๆจะมีตัวไหนน่าสนใจบ้างมาดูพร้อมกัน

Think Tank

Think Tank Photo TurnStyle

กระเป๋ากล้องสะพายขนาดเล็ก สำหรับกล้อง mirroless ที่ชาร์จ การ์ดความจำ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก และในเรื่องของลักษณะเด่น Think Tank Photo TurnStyle ตอนนี้ก็คงเน้นไปที่ความเล็ก และคล้องตัวต่อการใช้งาน เพราะด้านตัวกระเป๋าเองนั้นมีน้ำหนักเพียง (0.3 กก.) ซึ่งเป็นน้ำหนักที่เบามาก ๆ แต่ในเรื่องของโครงสร้างกระเป๋านั้น ทำออกมาได้มั่นคงช่วยให้ได้อย่างคล่องตัว ขนาดภายนอกโดยรวมอยู่ที่ (18 x 35 x 10 ซม.)  ส่วนทางด้านของวัสดุภายนอกนั้น ก็เคลือบด้วยสารกันน้ำ (DWR) เคลือบ โพลียูรีเทน ซิป YKK® RC Fuse ซึ่งทำให้ทนทานต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น  

Think Tank Photo Pixel Racing Harness

เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ การใช้งานร่วมกับ Think Tank belt เปรียบเสมือน เป็นส่วนเสริมที่ช่วยแบ่งเบาน้ำหนัก Think Tank belt ด้วยการออกแบบเป็นสายสะพายไหล ช่วยในการกระจายน้ำหนัก ระหว่างช่วงไหล่และเอว และยังมีห่วงตัว D ทั้งสองข้าง และช่องกระเป๋า และในเรื่องของลักษณะเด่น ของ Thank Tank Photo TurnStyle ก็คงเป็นหัวเข็มขัดแบบปลดเร็วด้านหลัง และใช้งานร่วมกับ Camera Support Straps V 2.0 ในส่วนของวัสดุนั้น  เป็นไนลอน 420D ตาข่ายอากาศ 3D ตัวล็อค Rock Loclster® 

Think Tank Photo Pro Speed Belt

เป็นอีกหนึ่งชิ้นสำหรับสายอุปกรณ์ที่พลาดไม่ได้ ซึ่งสามารถใช้งานควบคู่กับ Think Tank Photo Pixel Racing Harness ที่จะช่วยการกระจายน้ำหนักได้เป็นอย่างดีหากเรานั้น เป็นสายช่างภาพที่จำเป็นจะต้องพกเลนส์หลาย ๆ ตัวในงาน ส่วนทางด้านคุณสมบัตินั้น ต้องบอกเลยว่าครบครันเรื่องความสบายในการใข้งาน   อย่างแท้จริง เพราะโดยรอบของเข็มขัดนั้น ทั้งหมดบุด้วยนวม เพื่อป้องกันการกดทับ และรองรับน้ำหนัก ด้านตัวล็อคของเข็มขัดนั้น เป็นแบบปรับได้ เพื่อให้เหมาะสมกับร่างกายของผู้ใช้งาน ป้องกันการหลุดระหว่างการใช้งาน ส่วนเรื่องของขนาดความยาวนั้น Think Tank Photo Pro Speed Belt นั้นแบ่งเป็น (S-M) ยาว 27-34 ซม. และ (M-L) ความยาว 32-42 ซม. 

Think Tank Photo Lens Changer 75 Pop Down

กระเป๋าสำหรับเลนส์ 70-200 mm f/2.8 เรียกได้ว่าเป็นกระเป๋าสำหรับข่างภาพอย่างแท้จริง เพราะด้วยขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ และการดีไซน์ที่รองรับต่อการหยิบใข้งานได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็ว ช่องใส่เลนส์ด้านบนออกแบบมาเป็นแบบเชือกรูดเพื่อให้ง่ายต่อการเปิดและปิด ด้วยมือข้างเดียว ที่จับและจุดยึดต่าง ๆ สามารถใช้งานร่วมกับ Think Tank Photo Pro Speed Belt ได้อย่างลงตัว และที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นผ้าคลุมกันฝนแบบปิดผนึกตะเข็บ

Think Tank Photo Skin Changer Pop Down

กระเป๋ากล้องอเนกประสงค์์ น้ำหนักเบา สำหรับกล้อง หรือเลนส์ขนาดเล็กจำนวนสองตัว ตัวกระเป๋าเองนั้นสามารถขยายได้ถึง 3.6 นิ้ว เพื่อเพิ่มพื้นที่ความจุได้อย่างลงตัว ตัวกระเป๋าเองนั้นมีมือจับและตัวล็อคสำหรับ Think Tank Photo Pro Speed Belt และตัวกระเป๋าเองนั้นยังมีน้ำหนักเพียง 0.3 กก. น้ำหนักเบาแต่ทนทาน ตัวกระเป๋านั้นสามารถรองรับ ตัวกล้อง DSLR แบบกริบ ได้ 1 ตัว หรือจะเป็นเลนส์ 70-200 มม. , 24-70 มม. และเลนส์เทเลโฟโต้ขนาดเล็กพร้อมกันได้ถึง 2 ตัว ตัวกระเป๋าเคลือบสารกันน้ำ (DWR) เคลือบโพลียูรีเทน โดยรวมแล้วดีและคุ้มค่าต่อการลงทุนเพื่อมาใช้ในงานอย่างแน่นอน 

Think Tank Photo Little Stuff It! V.30

น่าจะเป็นกระเป๋ากล้องที่เล็กที่สุดของ Think Tank แต่ถึงแม้จะเปรียบเสมือนน้องเล็กก็จริงแต่ ความทนทานและวัสดุต่าง ๆ นั้นก็ไม่ได้ด้อยไม่กว่ารุ่นอื่น ๆ เลย ซึ่งด้านตัวกระเป๋านั้นเป็นจุดยึดสามารถใช้งานร่วมกับ Think Tank Photo Pro Speed Belt หรือ Think Tank Photo Pixel Racing Harness ได้อย่างลงตัว 

Think Tank Photo Streetwalker Hard drive V2.0

ถือว่าเป็นตำนานจริง ๆ การันตีจากรางวัล ทำให้ตัว Street Walker Serie นั้นกลายเป็นที่นิยมของช่างภาพทั่วโลกอีกด้วย โดยในส่วนของ Think Tank Photo Streetwalker Hard drive เองต้องบอกเลยว่า สายสะพายไหล่รุ่นนี้บุนวมเพื่อให้รองรับและลดแรงกดจากการสะพายได้ทั้งวันอย่างสบาย ส่วนทางด้านของซิปก็คงหนีไม่พ้นกับ  ซิป YKK® RC Fuse ที่มาพร้อมกับความทนทาน มาพร้อมกับการออกแบบใหเข้ากับร่างกายและการสะพายวัสดุโครงสร้างน้ำหนักเบา แผงด้านหลังเป็นตาข่ายอากาศเพื่อการระบายอากาศได้ดียิ่งขึ้น ช่องกระเป๋าด้านหน้าสำหรับ    ใส่อุปกรณ์ เสริมแบตเตอรี่ การ์ดความจำ และอุปกรณ์เสริมขนาดเล็กอื่น ๆ ได้อย่างลงตัว ช่องแบ่งด้านในตัวกระเป๋าสามารถเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของอุปกรณ์ 

Think Tank Photo Airport Take Off V2.0 กระเป็นสำหรับเดินทางที่คนรักกล้องเองไม่ควรพลาด เพราะตัวกระเป๋าเองออกมาเสมือนกระเป๋าเดินทางที่มาพร้อมกับล้อลาก และยังสามารถเปลี่ยนจากการลากเป็นการสะพายเหมือนเป้เดินทาได้อีกด้วยเช่นกัน และด้านขนาดนั้นยังถูกออกมาเพื่อให้รองรับกับการเดินทางทั้งในประเทศ และต่างประเทศอีกด้วย และช่องกระเป๋าด้านหน้าก็ถูกออกแบบมาให้ใหญ่พอที่จะสามารถ ใส่แล็บท็อปขนาด 17 นิ้วได้อย่างสบาย การออกแบบภายในสามารถเปลี่ยนช่องกั้นได้อย่างอิสระ เพื่อความสะดวกในการจัดเก็บกล้อง และเลนส์ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ส่วนด้ามจับนั้นเป็นอลูมิเนียมช่วยเพิ่มความแข็งแรงทนทานต่อการใช้งาน ด้านข้างของตัวกระเป๋ายังมีตัวยึดขาตั้งกล้อง พร้อมทั้งยังมีสายรัดสำหรับขาตั้งกล้องขนาดใหญ่อีกด้วยเช่นกัน ส่วนเรื่องความทนทานรับน้ำนักของอุปกรณ์และตัวกระเป๋าเองนั้นสามรถทำได้อย่างไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะตัวล้อมีขนาดถึง 80 มม. พร้อมกับลูกปืน ABEC เกรด 5 พร้อมกับกรอบล้อทรงสูงเพื่อป้องกันตัวกระเป๋าจากการขูดขีด และที่ขาดม่ได้เลยคงจะเป็นผ้าคลุมกันฝน 

Think Tank Photo Hubba Hubba Hiney V3.0 เป็นอีกที่ตัวที่ถูกสร้างมาเพื่อการใช้งานอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการสะพาย หรือการใส่คู่กับ Think Tank Photo Pro Speed Belt ด้วยขนาดไม่ได้ใหญ่จนเกินไป และด้านในของกระเป๋าเองนั้น ยังสามารถแบ่งช่องเก็บของได้อย่างอิสระ เพื่อการใช้งาน น้ำหนักโดยรวมของตัวกระเป๋าเองนั้นอยู่ที่ (0.5 กก.) ตัวกระเป๋า   Think Tank Photo Hubba Hubba Hiney V3.0 ออกแบบมาให้สามารถใช้มือเดียวในการรูปซิปเพื่อง่ายต่อการใข้งาน พื้นผิวด้านหลังของตัวกระเป็น เป็นแบบเรียบเพื่อลดการเสียดทานระหว่างการใช้งาน และรุ่นนี้ก็ยังคงมีผ้าคลุมกันฝนอีกเช่นเคย 

Think Tank Photo Lens Changer 50 V3.0 กระเป๋าเลนส์ ซึ่งออกมาแบบเพื่อเลนส์มุมกว้าง ตัวช่องใส่เลนส์ออกมาแบบมาเพื่อการเก็บ และนำออกมาใช้งานได้อย่างรวมเร็ว ด้านช่องเก็บบนนั้น ออกแบบเป็นแบบเชือกรูด ด้านนอกตัวกระเป๋านั้นยังมาพร้อมกับตัวเก็บฝาเลนส์กล้อง และยังสามารถใช้งานร่วมกับ Think Tank Photo Pro Speed Belt ได้อย่างลงตัวอและยังทำให้ความคล่องตัวมากขึ้นในการหยิบใช้อุปกรณ์ในการทำงานแต่ละครั้ง น้ำหนักของตัวกระเป๋าเองนั้น น้ำหนักเพียง (0.1 กก.) เท่านั้น ตัวกระเป๋าเหมือนสำหรับการเก็บเลนส์ 16-35 มม. f/2.8 พร้อมฮูดเลนส์และ17-40 มม. F/4.0 พร้อมฮูดเลนส์

Think Tank Photo Stuff It! V3.0 ตัวกระเป๋าออกแบบมาเพื่อให้สามารถใช้งานคู่กับตัว Think Tank Photo Pro Speed Belt ช่องด้านหลังของตัวกระเป๋ายังสามารถเก็บสมุดขนาด 4×6 นิ้ว ขนาดของตัวกระเป๋าอยู่ที่ (13.5 x17.3 x 8.4 ซม.) น้ำหนักองตัวกระเป๋าเองนั้น จะอยู่ที่ (0.3 กก.) เรียกได้ว่าเป็นกระเป๋าที่ค่อนดีอีกหนึ่งของ Think Tank เลยก็ว่าได้ 

Think Tank Photo Flash Mob V3.0 อีกหนึ่งกระเป๋าที่ควรเก็บและใช้ควบคู่กับตัวของ ตัว Think Tank Photo Pro Speed Belt เชื่อว่าช่างภายหลาย ๆ คนมั้งเจอปัญหากับการติดแฟลช เอาไว้กับตัวกล้อง และเวลาใช้งานแต่ละครั้งก็แอบหนักเอาเรื่อง และก็คงเบื่อกับการที่ต้องถอดแฟลชเข้าออกบ่อย ๆ ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่อการเสียหายของตัวอุปกรณ์  Think Tank Photo Flash Mob V3.0 จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการใช้งาน ด้วยขนาด (12.5 x 26 x 8 ซม.) ให้เราสามารถเก็บ SB-910, 6000 EX II-RT หรือจะเป็นแฟลช DSLR และที่สำคัญด้านข้างของตัวกระเป๋านั้น สามารถเก็บแบตเตอรี่ AA ได้จำนวนถึง 8 ก้อน 

Think Tank Photo Camera Strap V2.0 ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญสำหรับสายสตรีท ที่ต้องการใช้กล้องได้่ได้แบบคล่องตัว สำหรับสายคล้องตัวกล้องของ Think Tank ที่ออกมาได้อย่างลงตัวและที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ความโดดเด่นของสายที่ทำออกมาได้ดี และลงตัว โดยทางด้านตัวสายนั้น เน้นโทนสีดำอีกเช่นเคยให้่่รู้เลยว่านี้คือ Think Tank โดยตัวสายคล้องกล้องนั้นจะมีน้ำหนักเบา และสามารถของรับน้ำหนักของตัวกล้องได้เป็นอย่างดี วัสดุเป็นแบบกันลื่น ที่มาพร้อมกับห่วงเหล็กที่มีความทนทาน ตัวสายมีให้เลือกทั้งหมดสองสี คือ ดำ-น้ำเงิน และ ดำ-เทา ขนาดและความยาวของตัวสายนั้น จะอยู่ที่ 147 ซม. 

Think Tank Photo Airport Security V3.0 Carry On อีกหนึ่งกระเป๋ากล้องสำหรับการเดินทางที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางโดยแท้จริงร่วมไปถึง ขนาดที่ตรงตามมาตราฐานและข้อบังคับของสายการบินในการถือขค้นเครื่องใน อเมริกา เป็นส่วน ตัวกระเป๋าด้านหน้านั้นมีช่องสำหรับเก็ยบแท็บเล็ต ที่บุนวมกระแรงกระแทกไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นในการป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินเกิดการเสียหายได้ดี ข้อดีของรุ่นนี้คงจะหนีไม่พ้น ตัวล็อคซิปที่เป็นแบบใส่รหัส กรอบล้อทรงสูงที่ช่วยในการป้องกันการขูดตัวกระเป๋าระหว่างการลากหรือวาง ในช่วงของการเดินทาง ส่วนในเรื่องของพื้นที่การจัดเก็บภายนั้นต้องบอกเลยว่าทำออกมาได้ดี และกว้าง ทำให้สามารถเก็บอุปกรณ์ได้เป็นจำนวนมาก และภายในช่องเก็บของภายในก็สามารถแบ่งได้ตามความเหมาะสมของของอุปกรณ์

Think Tank Photo Speed Changer V3.0 กระเป๋ากล้องขนาดเล็กที่สามารถเลือกได้ว่า จะเก็บกล้องหรือเลนส์ ด้วยขนาดที่เล็กทำให้สามารถพกพาได้ง่าย และงานต่อการใช้งาน โดยด้าน Think Tank Photo Speed Changer V3.0 ถือว่าเป็นกระเป๋าแบบเข็มขัดอเนกประสงค์ ที่สามารถใส่ได้ทั้งกล้อง DSLR แบบมีกริบเสริม หรือจะเป็นชุดกล้อง GoPro      ก็สามารถใส่ได้ถึง 2 ตัว หรือจะเป็นเลนส์ขนาดเล็ก 1-2 ตัว ช่องกระเป๋าด้านหน้าเองออกแบบมาให้เราสามารถ จัดเก็บของต่าง ๆ ได้ง่าย

Think Tank Photo Airport Essentials กระเป๋ากล้องสำหรับสาย เดินทางอีกทางเลือกที่จะทำให้คุณมั่นใจว่า กล้องของคุณจะได้รับการปกป้องตลอดการเดินทาง โดย Think Tank Photo Airport Essentials เป็นกระเป็นเดินทางที่มีขนาดเหมาะสำหรับการเดินทางผ่านเครื่องบิน ที่ได้มาตรฐานของอเมริกา ด้านลักษณะของตัวกระเป๋าเองภายนอกดูเรียบง่าย แต่ภายในเรียกได้ว่า สามารถเก็บอุปกรณ์กล้องได้หลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นกล้องหรือเลนส์ ด้านหน้าของตัวกระเป๋ายังมีช่องสำหรับ แล็ปท็อป 13 นิ้ว โดยรวมถือว่าเป็นกระเป๋าที่ดีอีกหนึ่งใบเลยก็ว่าได้

Think Tank Photo Slim Changer V3.0 กระเป๋ากล้องขนาดเล็ก สำหรับสายอุปกรณ์ ก็คงขาดไม่ได้ เพราะนี้คือ กระเป๋ากล้องขนาดเล็กที่สามารถเก็บได้ทั้งกล้อง DSLR หรือจะเป็น GoPro หรือแม้แต่อุปกรณ์เสริมอื่น ๆ  ด้วยตัวกระเป๋าเองที่เล็ก และง่ายต่อการพกพา หรือจะเป็นการใช้ควบคู่กับ Think Tank Photo Pro Speed Belt ทีต้องบอกเลยว่าลงตัวมาก ๆ ตัวกระเป๋าเองนั้นออกแบบมาให้แนบกับลำตัวเพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน และที่ขาดไม่ได้เลยคงจะเป็นผ้าคลุมกันน้ำที่ Think Tank ให้มาเกือบจะทุกตัว 

THINK TANK PHOTO AIRPORT COMMUTER  กระเป๋ากล้อง สะพายหลังรูปทรงเท่ สายรัดปรับระดับพร้อมสายรัดอก พร้อมกับที่จับทั้งสามด้านของตัวกระเป๋าให้ง่ายต่อการถือ หรือยกขึ้นเพื่อสะพาน ทั้งนี้ข้างของตัวกระเป๋ายังมาพร้อมกับตัวยึดขาตั้งแบบ MONOPOD ผ้้าคลุมกันน้ำ เข็มขัดคาดเอวสามารถถอดออกได้ ด้านในกระเป๋ามาพร้อมกับแผ่นแยกช่องบุนวมให้สามารถ แบ่งช่องเพื่อเก็บอุปกรณ์ได้อย่างง่ายดาย 

THINK TANK PHOTO SKIN 50 V3.0 กระเป๋าเลนส์อเนกประสงค์ น้ำหนักเบา สำหรับเลนส์ช่องกระเป๋าออกแบบมามีลักษณะกว้าง เพื่อให้ง่ายต่อการหยิบใช้งานเลนส์ สามารถใช้งานร่วมกับ Think Tank belt หรือจะเป็น      Think Tank Photo Pixel Racing Harness ได้ และที่สำคัญขณะใช้งานก็ไม่ต้องกลัวฝน เพราะ THINK TANK PHOTO SKIN 50 V3.0 ก็ยังมาพร้อมกับผ้าคลุมกันน้ำอีกเช่นเคย 

น่าจะเป็นข้อมูลดี ๆ สำหรับการประกอบตัดสินใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาความคุ้มค่าและเอื้อต่อการใช้งานของคนรักการถ่ายภาพ อย่างแน่นอน หลังจากที่ได้อ่านข้อมูลทั้งหมดนี้แล้วคงทำให้รู้ว่า Think Tank คุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างแน่นอน ข้อดีของ Think Tank นั้นคงบอกได้ว่าเป็นสินค้าที่ออกมาเพื่อรองรับการใช้งานอย่างแท้จริง รวมไปถึงการการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ที่สอดคล้องกันระหว่าง Think Tank ในแต่ละรุ่นที่ทำออกมาได้อย่างลงตัว   

Product : THINK TANK / Facebook : FOTOFILE

Canon เปิดตัว RF 24-105mm F2.8 L IS USM Z ซูมภาพถ่ายและวิดีโอที่ยืดหยุ่นและรวดเร็ว

Canon ได้ประกาศเปิดตัวเลนส์RF 24-105mm F2.8 L IS USM Zซึ่งอ้างว่าเป็นเลนส์ซูม 24-105mm F2.8 ตัวแรกของโลกวิดีโอล่าสุด

Canon กล่าวว่าได้รับการออกแบบให้เป็นเลนส์ภาพนิ่ง/วิดีโอแบบไฮบริดอย่างแท้จริง และมีองค์ประกอบการออกแบบหลายอย่างที่กล่าวอ้าง ดังนั้น แม้ว่าเป้าหมายจะมุ่งเป้าไปที่ช่างภาพมืออาชีพและผู้สนใจอย่างจริงจัง แต่ก็ยังมุ่งเป้าไปที่ผู้สร้างเนื้อหาวิดีโอ ช่างภาพแบบผสมผสาน และช่างวิดีโอด้วย

RF 24-105 มม. F2.8 มีคุณสมบัติการซูมและโฟกัสภายใน ดังนั้นจึงไม่มีการเคลื่อนไหวขององค์ประกอบด้านหน้าหรือการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักอย่างมีนัยสำคัญ Canon กล่าวว่าระบบ AF แบบลอยตัวช่วยให้เลนส์มีขนาดกะทัดรัด ในขณะเดียวกันก็รองรับประสิทธิภาพ AF ที่รวดเร็วด้วย


การดูส่วนควบคุมภายนอกเผยให้เห็นองค์ประกอบใหม่และคุ้นเคย นอกจากสวิตช์ AF/MF และ IS แล้ว เลนส์ 24-105 มม. F2.8 ยังมีสวิตช์จำกัดโฟกัสและสวิตช์โหมด IS ทำให้เป็นเลนส์ซูม RF ที่ไม่ใช่เทเลโฟโต้ตัวแรกที่มีการควบคุมดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือวงแหวนปรับรูรับแสงแบบแมนนวล Canon กล่าวว่านี่เป็นเลนส์ EF หรือ RF ตัวแรกที่รวมเลนส์นี้ไว้ และเลนส์นี้สะท้อนถึงจุดประสงค์แบบไฮบริดของเลนส์เพื่อรองรับทั้งการใช้ภาพถ่ายและวิดีโอ ทำให้สามารถควบคุมรูรับแสง/ม่านตาได้อย่างไร้ขีดจำกัด อย่างไรก็ตาม มีคำเตือนที่สำคัญอยู่บางประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วงแหวนรูรับแสงจะไม่ทำงานสำหรับการถ่ายภาพนิ่งบนตัวกล้อง EOS ในปัจจุบัน แต่เราบอกว่าจะใช้กับรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปี 2024 หรือหลังจากนั้น เมื่อถ่ายภาพนิ่งด้วยกล้องเหล่านี้ การตั้งวงแหวนไปที่ ‘A’ จะทำให้สามารถทำงานได้เหมือนกับเลนส์ RF มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม การควบคุมม่านรับแสงโดยใช้วงแหวนจะทำงานบนกล้องเช่น C70 เมื่อถ่ายวิดีโอ

ในที่สุด ด้านนอกของกระบอกเลนส์ก็มีพอร์ตสำหรับหมุดปรับตำแหน่งสองตัวสำหรับเชื่อมต่ออะแดปเตอร์พาวเวอร์ซูมตัวใหม่ ซึ่งเราจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นในอีกสักครู่

เลนส์ถูกสร้างขึ้นจาก 23 ชิ้นเลนส์ใน 13 กลุ่ม รวมถึง UD 4 ชิ้นและชิ้นเลนส์ Aspheric 3 ชิ้น นอกจากนี้ยังได้ประโยชน์จากการเคลือบ Super Spectra ของ Canon, การเคลือบ Air Sphere และการเคลือบฟลูออรีนอีกด้วย มีม่านรูรับแสง 11 กลีบ

คุณสมบัติที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ ระบบป้องกันภาพสั่นไหวในตัว ระดับที่ 5.5 สต็อปสำหรับเลนส์ และสูงสุด 8.0 สต็อปซึ่งประสานกับระบบป้องกันภาพสั่นไหวในกล้อง และมอเตอร์ Nano USM สองตัวเพื่อขับเคลื่อนโฟกัสอัตโนมัติ ระยะโฟกัสต่ำสุดคือ 0.45 ม. (1.5 ฟุต) ที่ 24 มม. ที่ทางยาวโฟกัสทั้งหมด ให้กำลังขยายสูงสุด 0.29x ที่ 105 มม. (0.08x ที่ 24 มม.)

เลนส์กันฝุ่นและทนต่อสภาพอากาศ และรองรับฟิลเตอร์ขนาด 82 มม. สำหรับผู้ใช้วิดีโอ จะมีส่วนรองรับเลนส์ด้านหน้าสำหรับใช้กับกล้องที่มีราง

อะแดปเตอร์เพาเวอร์ซูม

นอกเหนือจาก 24-105 มม. F2.8 แล้ว Canon ยังได้ประกาศเปิดตัวอะแดปเตอร์เพาเวอร์ซูม (PZA) PZ-E2 ซึ่งบอกว่าใช้งานได้หลากหลายกว่า PZA รุ่นก่อนมาก นั่นคือ PZ-E1 ซึ่งทำงานร่วมกับ EF-S18-135mm f / 3.5-5.6 คือUSM โดยจะติดเข้ากับด้านข้างของเลนส์โดยตรงโดยใช้หมุด 2 อันเพื่อจัดตำแหน่ง มีจำหน่ายสองเวอร์ชัน: เวอร์ชัน USB และเวอร์ชันที่มีพอร์ต 20 พิน ซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมต่อกับหน่วยควบคุมโฟกัสระยะไกลได้

PZA มีแป้นหมุนสำหรับปรับความเร็วการซูมและมีพอร์ต USB สำหรับกำลังไฟเสริม PD เนื่องจากกำลังไฟเพิ่มเติมช่วยเพิ่มความเร็วการซูมได้ แม้ว่าจะไม่ใช้พลังงานจากอุปกรณ์เสริม ความเร็วการซูมสูงสุดจะแตกต่างกันไปตามรุ่นของกล้อง ซึ่งหมายความว่ากล้องอย่าง C70 ที่มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่าจะสามารถขับเคลื่อนการซูมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น