Histogram หลังกล้อง
ตัวช่วยดูการเปิดรับแสงและรายละเอียดของภาพ
อ. ติ่ง
ฮิสโทแกรม (Histogram) ที่ปรากฎบนจอ LCD หลังกล้องเป็นพระเอกที่ช่วยให้ช่างภาพพิจารณาว่าข้อมูลภาพที่ถ่ายมานั้นเป็นอย่างไรมีรายละเอียดและโทนครบถ้วนหรือไม่ แม้ว่าหลายคนอาจคิดว่าดูภาพจากจอก็รู้แล้ว แต่ภาพที่เห็นจากจอก็มีข้อจำกัด เช่นในสภาพแสงจ้ามากหรือมืดมากจะมีผลต่อการรับรู้ต่างกัน ดังนั้นการดูข้อมูลภาพจากฮิสโทแกรมเป็น จะมีส่วนช่วยให้ช่างภาพรู้ละเอียดขึ้นลึกซึ้งขึ้นไปอีก เรามาทำความรู้จักกับ ฮิสโตแกรมหลังกล้องกัน
ฮิสโทแกรม คือ กราฟแท่งที่แสดงการกระจายตัวของ จำนวนพิกเซล ของภาพในแต่ละ ความสว่าง (Luminosity) โดยทั่วไป Histogram ในกล้องดิจิทัลมีลักษณะดังนี้:
- แกนนอน (X-axis): คือระดับความสว่าง โดย ซ้ายสุด เป็น ส่วนมืดสนิท/เงา (Shadows/Blacks) แล้วไล่ไปเรื่อยๆ ไปยัง ขวาสุด ซึ่งเป็น ส่วนสว่าง/สีขาว (Highlights/Whites) ส่วนตรงกลางของกราฟคือ ส่วนโทนกลาง (Mid-tones)
- แกนตั้ง (Y-axis): เป็นความถี่หรือจำนวนพิกเซล ของภาพในแต่ละความสว่าง ยิ่งเส้นกราฟสูงมากเท่าไหร่ ก็แปลว่ามีจำนวนพิกเซลในความสว่างหรือโทนนั้น ๆ มากเท่านั้น
ในภาพ 8 bits แกนนอนจะมีระดับความสว่าง 256 ระดับ โดยซ้ายสุดคือค่าเลข 0 ขวาสุดคือเลข 255 ส่วนแกนตั้งนั้นเป็นค่าจำนวนพิกเซลแบบสัมพัทธ์ นั่นคือไม่รู้ค่าที่แท้จริง แม้ว่าจะถ่ายภาพ 24 ล้านพิกเซล หรือ 2 ล้านพิกเซล กราฟก็จะเหมือนกันเมื่อถ่ายภาพเดียวกัน
ทีนี้ถ้าเราถ่ายภาพเป็น RAW หละ ฮิสโทแกรมที่เห็นเป็นตัวแทนของไฟล์ RAW ได้หรือไม่
คำตอบคือไม่ได้ เพราะฮิสโทแกรมที่หลังกล้องนั้นสร้างมาจาก preview ของภาพ Jpeg ขนาดเล็กที่ฝังมากับ RAW และผ่านการประมวลผลตามการตั้งค่าต่างๆ ในกล้องมาแล้วเช่น สมดุลสีขาว (white balance) สไตล์ของภาพ (picture style) เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่ใช่ฮิสโทแกรมแท้ๆ ของไฟล์ RAW แม้จะไม่สามารถเป็นตัวแทนได้ก็จริง แต่ก็จะมีประโยชน์อย่างมากที่ช่วยเป็นแนวทางให้พอเห็นลักษณะข้อมูลน้ำหนักสีหรือโทนของภาพที่ถ่ายมาได้ ตัวอย่างเช่น แม้ฮิสโทแกรมจะชิดขวาสุดจนเสมือนว่าภาพขาดรายละเอียดโทนสว่างไปแล้ว แต่ก็สามารถดึงหรือปรับภาพในซอฟต์แวร์ให้เห็นรายละเอียดเพิ่มขึ้นได้อีก
มีช่างภาพหลายคนอาศัยเทคนิคถ่ายภาพแบบเปิดรับแสงให้ชิดขวา (exposure to the right) ซึ่งก็คือถ่ายภาพให้ให้ฮิสโทแกรมเริ่มแตะด้านขวามือจนอาจจะดู over แล้วมาดึงภาพให้เป็นภาพปกติภายหลัง เทคนิคนี้เป็นการลดสัญญาณรบกวนในบริเวณส่วนเงาของภาพได้ดีกว่าการถ่ายภาพแบบเปิดรับแสงพอดี
ประโยชน์หลักของฮิสโทแกรมหลังกล้องคือช่วยให้เราดูการเปิดรับแสงในขณะถ่ายภาพได้ว่าเก็บรายละเอียดมาได้ครบถ้วนหรือไม่ กรณีถ่ายภาพที่สภาพแสงส่วนสว่างและส่วนมืดต่างกันมากๆ และมีพื้นที่สองส่วนนี้มาก เราก็จะได้ แท่งกราฟสูงๆ ชิดซ้ายและขวา ให้สังเกตว่า หากแท่งกราฟมีลักษณะเป็นภูเขาก็แสดงว่าเก็บโทนภาพมาได้ แต่ถ้าชิดซ้ายหรือขวามากๆ และแท่งกราฟสูงชันตรงขอบ แสดงว่าอาจจะสูญเสียรายละเอียดของโทนภาพไป
แม้ว่าการเปิด live histogram ขณะถ่ายภาพจะกินพื้นที่จอภาพไปเยอะและสร้างความรำคาญในการมองจอไปบ้างสำหรับช่างภาพบางคน แต่เมื่อนึกถึงประโยชน์แล้วเราก็ควรเลือกเปิดให้จอด้านหลังกล้องแสดงข้อมูลฮิสโทแกรมให้เห็นบ้างในกรณีที่เจอสภาพแสงยากๆ หรือต้องการดูข้อมูลว่าการเปิดรับแสงของเราเก็บข้อมูลโทนภาพมาครบหรือไม่ หรือเราอาจเปิดฟังก์ชัน (ถ้ามี) ให้กล้องเตือนว่าเกิดการสูญเสียโทนส่วนสว่างหรือมืดในกล้อง (tone clipping) ได้ โดยกล้องจะกระพริบๆ ให้เห็นบนจอหลังกล้องเมื่อเปิด preview ดูภาพ บางกล้องอาจมีลักษณะเป็นแถบเส้นๆ เรียกว่า Zebra ให้เห็นที่จอ
ที่กล่าวมาทั้งหมด คือสิ่งที่ผู้ผลิดคิดมาแล้วว่าจะช่วยให้ช่างภาพถ่ายภาพให้ดีขึ้นโดยการดูฮิสโทแกรมบนจอ LCD หลังกล้อง ดังนั้นการดูฮิสโทแกรมเป็นและเข้าใจข้อจำกัดของมัน ก็เป็นตัวช่วยที่ทำให้เราถ่ายภาพได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น






